จักรภพ แนะรัฐบาล ชะลอเจรจาภาษีทรัมป์ รอการเมืองสหรัฐฯเซ็ตตัว หลังรีพับลิกันแพ้เลือกตั้ง

จากกรณีก่อนหน้านี้ที่มีการเลือกตั้งกลางเทอมของประเทศสหรัฐอเมริกา และผลนับคะแนนพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้ง ทำให้มีที่นั่งในฐานะเสียงข้างมากทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นการเข้าควบคุมสภาคองเกรสอย่างเบ็ดเสร็จและจะสร้างความยากลำบากใหักับรัฐบาลพรรครีพับลิกันภายใต้การบริหารของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์
ล่าสุดวันนี้ 5 พฤศจิกายน 2569 นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และอดีตสื่อมวลชนที่เชี่ยวชาญการต่างประเทศ ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาวประมาณ 4 นาที 57 นิ้ว ผ่านทางเฟซบุ๊ก เฟซบุ๊ก จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair พร้อมระบุข้อความว่า "ผลการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกา-ไทยจะเล่นเกมอย่างไร? #สหรัฐอเมริกา #ไทย" โดยวิเคราะห์เจาะลึกถึงผลการเลือกตั้งสหรัฐฯ และผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย

ซึ่งภายในคลิปวิดีโอ นายจักรภพ ได้กล่าวถึงสถานการณ์ของโดนัลด์ ทรัมป์ หลังสื่อมวลชนสำนักใหญ่ทั้งรอยเตอร์, CNN และ BBC ใช้คำว่า bruised lost หรือ wounded lost ซึ่งหมายถึงความพ่ายแพ้แบบเจ็บตัวหรือเจ็บสาหัสในทางการเมือง เนื่องจากพรรคเดโมแครตครองเสียงข้างมากในวุฒิสภา 54 ต่อ 44 ของรีพับลิกัน ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีอำนาจทำงานมากกว่าฝ่ายบริหาร ก็ครองเสียงอยู่ที่ 243 ต่อ 145 ทำให้การเมืองภายในสหรัฐฯ ตอนนี้อยู่ในช่วงโทษกันไปมา
และสำหรับทิศทางของพรรคเดโมแครตในยามนี้ มีอยู่ 2 ทางเลือกยุทธศาสตร์ในมือ ทางเลือกแรกคือการเปิดโต๊ะเจรจากับทรัมป์โดยตรงว่าจะแลกเปลี่ยนเรื่องใหญ่เรื่องใดกันบ้าง ส่วนทางเลือกที่สองคือ การตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อสอบสวนและไต่สวนความผิดย้อนหลัง ซึ่งเปรียบเสมือนการเจาะเลือดให้เลือดไหลออกทีละน้อย เพื่อบั่นทอนให้รัฐบาลทรัมป์กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยหรือเป็นง่อย และทำลายฐานเสียงรีพับลิกันไปในตัว

ส่วนผลกระทบที่จะสะเทือนมาถึงประเทศไทย นายจักรภพยังได้เตือนให้ทั้งภาครัฐและเอกชนเตรียมตั้งรับใน 2 เรื่องใหญ่ โดยเรื่องแรกคือ เรื่องพลังงานและราคาน้ำมัน เมื่ออำนาจของทรัมป์ในการทำสงครามลดลง โดยเฉพาะกับอิหร่าน คำขู่หรือเส้นตายต่าง ๆ ก็จะกลายเป็นหมัน ทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ต้องฝากชีวิตไว้กับลมหายใจของทรัมป์เหมือน 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนเรื่องที่สองคือ การเจรจาเรื่องภาษี ซึ่งมองว่าอย่าเพิ่งรีบร้อนเจรจาในตอนนี้ ต้องรอให้สถานการณ์เซตตัวและดูท่าทีให้ชัดก่อนว่าทรัมป์เหลือไพ่หรืออำนาจอะไรในมือบ้าง เพราะในท้ายที่สุดแล้วไทยต้องเจรจากับฝ่ายบริหารแบบรัฐต่อรัฐไม่ใช่สภาคองเกรส
นายจักรภพ ทิ้งท้ายว่า ระยะเวลาและความมีอานุภาพของทรัมป์ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา กำลังเดินทางมาถึงจุดเริ่มต้นแห่งอวสาน แต่ก็ประมาทไม่ได้เพราะในช่วง 2 ปีนี้ทรัมป์อาจจะ "ฟาดงวงฟาดงา" ได้อีกเยอะ ซึ่งไทยต้องมั่นใจว่าแรงกระแทกเหล่านั้นจะไม่ลามมาถึงประเทศไทย

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก จักรภพ เพ็ญแข - Jakrapob Penkair
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

