พณ.ยกเครื่องข้าวไทยเร่งปรับปรุงระบบการผลิต-เพิ่มมูลค่า
6 พฤศจิกายน 2569 เวลา 06:27 น.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.)เปิดเผยว่า ข้าวเป็นสินค้าเกษตรยุทธศาสตร์ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งด้านความมั่นคงทางอาหาร การส่งออก และรายได้ของเกษตรกร โดยเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาข้าวไทยต้องไม่เฉพาะการเพิ่มปริมาณส่งออก แต่ต้องรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มและทำให้ชาวนาได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมและมีรายได้มั่นคง ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดโลกและความเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศคู่ค้า กระทรวงพาณิชย์จึงให้ความสำคัญกับการดูแลตลาดในระยะสั้น ควบคู่กับการยกระดับศักยภาพข้าวไทยในระยะยาวการพัฒนาข้าวไทยต้องดำเนินการทั้งระยะสั้นและระยะยาวควบคู่กัน โดยดูแลรายได้ชาวนาในปัจจุบัน พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในอนาคต เป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการส่งออกข้าวให้ได้มากขึ้น แต่ต้องช่วยชาวนาให้ผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน ได้รับราคาที่เหมาะสม และมีรายได้สุทธิเพิ่มขึ้น เพื่อให้ชาวนาไทยกว่า 4.6 ล้านครัวเรือนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
“ แม้การแข่งขันในตลาดข้าวโลกจะเพิ่มขึ้นจากการกลับมาส่งออกของอินเดียที่มีสต๊อกข้าวจำนวนมาก การส่งเสริมการผลิตข้าวในประเทศของอินโดนีเซีย ตลอดจนความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ แต่กรมการค้าต่างประเทศยังคงเดินหน้าขยายตลาดส่งออกผ่านการประสานความร่วมมือกับผู้ส่งออก และการแสวงหาโอกาสทางการตลาด โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2569 ส่งออก 4.99 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 94,900 ล้านบาท “นายพูนพงษ์กล่าว
ด้านนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า แนวคิด “ข้าวไทยสู่เศรษฐกิจอนาคต” (New Rice Economy) ตามมติคณะกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยแบ่งมาตรการเป็น 2 ระยะ มาตรการระยะสั้น ประกอบด้วย 1. โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือก 2. โครงการสินเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่ม 3. โครงการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต็อก 4. โครงการการดูดซับข้าวเปลือก เพื่อช่วยรักษาสมดุลตลาดและเสถียรภาพราคา ส่วนมาตรการระยะยาว ได้แก่ 5. โครงการส่งเสริมและพัฒนาข้าวคุณภาพสูงเพื่อเพิ่มรายได้เกษตรกร (ข้าวประณีต ระยะที่ 2) เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มมูลค่าข้าวไทย นอกจากนี้ กรมการค้าภายใน ยังสนับสนุนการจัดจุดรับซื้อข้าวเปลือกในราคานำตลาดและการจัดตลาดนัดข้าวเปลือก เพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่ายให้กับเกษตรกรและช่วยสร้างการแข่งขันด้านราคารับซื้อ ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศก็เร่งเดินหน้าขยายตลาดส่งออกอย่างเต็มที่
ด้านนายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวเพิ่มเติมว่าทิศทางการพัฒนาข้าวไทยในระยะต่อไป ควรมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กับการสร้างมูลค่า โดยใช้จุดแข็ง ด้านคุณภาพ ความหลากหลาย และอัตลักษณ์ของข้าวไทย รวมทั้งส่งเสริมข้าวมูลค่าสูง ทั้งข้าวรักษ์โลก ข้าวเพื่อสุขภาพ และข้าวอัตลักษณ์ ผ่านแนวทาง “ข้าวประณีต” ที่พัฒนาคุณภาพตั้งแต่พันธุ์ การผลิต การสีและแปรรูป ไปจนถึงมาตรฐาน บรรจุภัณฑ์ แบรนด์ และการตลาด พร้อมต่อยอดสู่ New Rice Economy หรือเศรษฐกิจข้าวยุคใหม่ ที่ใช้ความต้องการ ตลาดนำการผลิต แข่งขันตามจุดแข็งของข้าวแต่ละประเภท และพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม เช่น อาหารพร้อมรับประทาน ขนม เครื่องดื่ม และส่วนผสมอาหารมูลค่าสูง โดยเชื่อมเกษตรกร สหกรณ์ โรงสี และผู้ประกอบการ ให้ร่วมสร้างและแบ่งปันมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นธรรม
นอกจากนี้ การนำ Big Data และ AI มาใช้วิเคราะห์และคาดการณ์พื้นที่ปลูก ปริมาณผลผลิต ช่วงเก็บเกี่ยวและแนวโน้มราคา จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนรวบรวม เก็บรักษา แปรรูป และจัดหาตลาดรองรับล่วงหน้าทำให้การบริหารจัดการข้าวไทยมีความแม่นยำและเป็นเชิงรุกมากขึ้น ทั้งนี้ การยกระดับข้าวไทยสู่เศรษฐกิจข้าวยุคใหม่ จะเป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้า เสริมความสามารถในการแข่งขัน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยในระยะยาว
ด้านนายวิทยากร มณีเนตร รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าในระดับพื้นที่กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่เป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวและมีผลผลิตข้าวนาปีออกมากในขณะนี้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณ รวมทั้งรายงานสถานการณ์มายังส่วนกลางเป็นประจำทุกวัน และให้สำนักงานสาขาชั่งตวงวัดตรวจสอบการรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรชาวนา ว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยเฉพาะ 1. การแสดงราคารับซื้อ ต้องปิดป้ายราคาหน้าสถานประกอบการและจุดรับซื้อ 2. การหักความชื้นต้องหักตามอัตราที่กฎหมายกำหนดและหักตามความชื้นจริง 3. การหักสิ่งเจือปน หักได้เฉพาะส่วนที่เกิน 2% และไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนด และ 4. การใช้เครื่องชั่งและเครื่องวัดความชื้นที่มีมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบให้คำรับรองแล้ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่เกษตรกรชาวนาว่าจะได้รับราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม สอดคล้องกับคุณภาพของผลผลิตอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

