แจ้งฝนถล่มใต้ รับมือถึง9พ.ย. นราฯโดนหนัก น้ำท่วม4อำเภอ

กรมอุตุฯเตือนรับลมหนาวแรกแต่หลายพื้นที่ยังมีฝนส่วนรัฐบาลแจ้งสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะภาคใต้จนถึง 9 พฤศจิกายนนี้ เฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก กำชับหน่วยงานพร้อมรับสถานการณ์-ช่วยเหลือประชาชน ขณะที่ฝนถล่ม อ.สุคิริน จ.นราธิวาส เกิดน้ำท่วม ดินสไลด์ 4 หมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน นายสมควร ต้นจาน ผอ.กองอุตุนิยมวิทยาการบิน กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชั่วโมง) วิเคราะห์และคาดการณ์สภาวะฝนจากแบบจำลองฯECMWF 15 วันล่วงหน้า (วันที่ 5-19 พฤศจิกายน 2569 ) ดังนี้ ช่วงวันที่ 5-7 พฤศจิกายน สภาพอากาศยังแปรปรวน สัญญาณฤดูหนาวกำลังเริ่มต้น ฤดูหนาวปีนี้เป็นฤดูหนาวที่มีเงื่อนไข ภายใต้ภาวะเอลนีโญกำลังแรงมาก ยังมีอากาศเย็นถึงหนาวให้ได้สัมผัสทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน แต่ช่วงแรกๆ ในระยะ 1-3 วันยังมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยเริ่มทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วเลื่อนมาทางภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออก กทม.ปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน ตามลำดับ
ดังนั้นบริเวณประเทศไทยตอนบนต้องเฝ้าระวังสภาพอากาศที่แปรปรวนระยะนี้ กระแสลมในระดับล่างๆ เป็นลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้ (ลมมีความชื้น) ระดับบนเริ่มเป็นลมฝ่ายตะวันตก ต้องระวังฝนฟ้าคะนองยังมีรบกวนในบางพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนล่าง กทม.และปริมณฑล ช่วงนี้การจัดงานหรือกิจกรรมกลางแจ้งต้องเฝ้าระวัง พี่น้องเกษตรกรที่เตรียมเก็บเกี่ยวหรือตากผลผลิตต้องระวังความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ช่วงเช้าพอมีแดด บ่ายถึงกลางคืนยังมีฝนฟ้าคะนอง
ส่วนภาคใต้เริ่มมีฝนเพิ่มขึ้น ตั้งแต่วันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 ยังมีฝนฟ้าคะนอง การกระจายปริมาณฝนเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเฉพาะภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ระวังฝนตกสะสม ช่วงวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2569 คาดว่ามวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรง จะแผ่ลงมาปกคลุมตอนบนของไทย เริ่มมีสัญญาณลมหนาวพัดแรงขึ้น พัดแน่ทิศมากขึ้น ฝนน้อยลงทางตอนบน อากาศเริ่มเย็นลง อุณหภูมิภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลดลง 3-5 เซลเซียส ระวังลมแรง ยังมีฝนบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนบน (จ.แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่) อาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทาง ต้องดูแลรักษาสุขภาพช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง วางแผนท่องเที่ยวสัมผัสอากาศหนาว
สำหรับภาคกลาง กทม.และปริมณฑล ได้เพียงอากาศเย็นๆ ในตอนเช้า เวลาสั้นๆ 1-3 วัน อาจเป็นช่วงแรกของฤดูหนาวปีนี้ที่จะเริ่มมีรูปแบบชัดเจนขึ้น ขณะที่ภาคใต้ เมื่อลมตะวันออกเฉียงเหนือ เริ่มพัดแรงขึ้น โดยเฉพาะช่วงวันที่ 8-10 พฤศจิกายน ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย โดยเฉพาะ จ.ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา และปัตตานี ต้องกลับมายกระดับการเฝ้าระวังกันอีกช่วง คาดว่าจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นได้ช่วงสูงสุดระหว่างวันที่ 8-9 พฤศจิกายน 2569 อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ คลื่นลมแรงขึ้น ระวังคลื่นซัดฝั่ง
ช่วงวันที่ 13-19 พฤศจิกายน 2569 ฝนยังไม่หมด มวลอากาศเย็นที่แผ่ลงมาปกคลุมไทยตอนบน จะทรงๆและเริ่มอ่อนกำลังลงบ้าง อุณหภูมิจะสูงขึ้นบ้าง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนอาจต้องระวังฝนฟ้าคะนอง เนื่องจากจะมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกพัดปกคลุม ทำให้มีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลางบริเวณภาคเหนือตอนบน (จ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย) อาจส่งผลเสียหายต่อผลผลิตที่กำลังเก็บเกี่ยวหรือตากกลางแจ้ง โดยเฉพาะข้าวนาปี รวมถึงกิจกรรมกลางแจ้ง ยังมีฝนฟ้าคะนองรบกวน เตรียมเต็นท์ ร่ม เสื้อกันฝนให้พร้อม ส่วนภาคใต้ฝนที่ตกหนักเริ่มมีน้อยลง ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย
ด้าน น.ส.พลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากการติดตามคาดการณ์สภาวะอากาศและพิจารณาปัจจัยเสี่ยง ประกอบกับกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเตือนเรื่อง อากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ ช่วงวันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน 2569 ประเทศไทยจะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหน้าบางแห่ง ส่วนช่วงวันที่ 7–9 พฤศจิกายน 2569 บริเวณภาคใต้ จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
น.ส.พลอยทะเล กล่าวต่อว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม คลื่นลมแรง และอันตรายจากฝนฟ้าคะนอง ใน จ.ภูเก็ต ชายฝั่งทะเล และเกาะบริวารต่อเนื่อง ระหว่างวันที่ 5–9 พฤศจิกายน 2569 กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาสาธารณภัยจ.ภูเก็ตกำชับเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมบุคลากร เครื่องจักรกลสาธารณภัยรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยให้ติดตามข้อมูลข่าวสารสภาวะอากาศ ปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ และระดับน้ำขึ้น–ลงอย่างใกล้ชิด รวมถึงเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนัก หรือบริเวณฝนตกสะสมและบริเวณพื้นที่สูง ดินอุ้มน้ำสะสม ซึงอาจทำให้เกิดอุทกภัย น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่มได้
พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ แจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ หรือนักท่องเที่ยวที่อาศัยในเกาะต่างๆ ให้รับทราบข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมขัง และดินโคลนถล่มให้เร่งการระบายน้ำ จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำลันตลิ่ง น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในบริเวณที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว ให้เดินเครื่องสูบน้ำทันทีก่อนปริมาณน้ำถึงระดับวิกฤติ และบริเวณที่คาดว่าจะมีสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่าท่วมขัง ให้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ประจำจุดเพื่อกำจัดขยะและสิ่งกีดขวางทางระบายน้ำช่วงฝนตกหนัก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำในพื้นที่ให้เต็มศักยภาพ
วันเดียวกัน นายพิชิต รุ่งประเสริฐ นายอำเภอสุคิรินจ.นราธิวาส เปิดเผยว่า อ.สุคิริน ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่อง โดยเกิดน้ำล้นตลิ่ง น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ในพื้นที่ ต.ภูเขาทอง รวม 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านโต๊ะโมะ หมู่ 3 บ้านชุมทอง หมู่ 6 บ้านต้นทุเรียน หมู่ 7 และบ้านวังน้ำเย็น หมู่8 มีประชาชนได้รับความเดือดร้อน 15 ครัวเรือน รวม 56 คน บ้านเรือนได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลัง นอกจากนี้ยังเกิดดินสไลด์ในพื้นที่บ้านต้นทุเรียน 2 จุด และบ้านวังน้ำเย็น 4 จุด รวม 6 จุด โดยผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต.ภูเขาทอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ได้เร่งแก้ปัญหา เพื่อเปิดเส้นทางสัญจรแล้วส่วนบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วม ได้จัดกำลังสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) เข้าช่วยเหลือและทำความสะอาดบ้านเรือน พร้อมกับจัดกำลังเร่งออกสำรวจความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือ และประเมินสถานการณ์ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ตามประกาศแจ้งเตือนของทางราชการอย่างใกล้ชิด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

