ถอดรหัสแฟชั่น ‘The Hunger Games: Sunrise on the Reaping’ จัดเต็มดีไซน์และสีสันสุดอลังการ

The Hunger Games: Sunrise on the Reaping รุ่งอรุณเกมล่าเกม ภาพยนตร์แฟรนไชส์ฟอร์มยักษ์ที่แฟนๆ และคอหนังต่างรอคอยซึ่งจะพาผู้ชมย้อนกลับไป 40 ปีหลังเหตุการณ์ในภาค “The Ballad of Songbirds and Snakes” (2023) ด้วยเรื่องราวของ “เฮย์มิตช์ อะเบอร์นาธี” ในวัยหนุ่มที่ต้องเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮังเกอร์เกมส์ ครั้งที่ 50” หรือ “ควอเตอร์เควล ครั้งที่ 2” ที่จัดขึ้นทุก 25 ปี ซึ่งถือเป็นเกมล่าเกมครั้งที่โหดเหี้ยมที่สุดเมื่อกติกาและบรรณาการทวีคูณเป็นสองเท่า

นอกจากเรื่องราวการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดที่สุดดุเดือดแล้ว “แฟชั่นและเครื่องแต่งกาย” ยังเป็นหัวใจและอาวุธสำคัญที่สะท้อนถึงพลังและอำนาจที่อยู่เหนือทุกอาณาเขต รวมถึงยังเป็นสัญญะในการแบ่งชนชั้นระหว่าง “แคปิตอล” และ “บรรณาการ” ได้อย่างชัดเจน
งานนี้ “บีนา ไดเกเลอร์” ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายได้นำอิทธิพลของคอสตูมในยุค 1970 มาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างยุคอดีตและไตรภาคต้นฉบับ โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การเนรมิตลุคของตัวละครหลักให้สามารถสื่อถึงมุมมองทางสังคมและการเมือง รวมทั้งยังสะท้อนถึงกลิ่นอายของฮังเกอร์เกมส์ที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้แฟชั่นและการแต่งกายของภาคนี้ยิ่งเลอค่าและมีเอกลักษณ์อันโดดเด่น

ตัวละคร “เอฟฟี ทรินเกต” (แอลล์ แฟนนิง) ไดเกเลอร์ได้ออกแบบเสื้อผ้าที่สะท้อนตัวตนของเอฟฟีในวัยสาวโดยนำเสนอลุคที่ดูสดใส ไร้เดียงสา ภาคนี้จะดูสนุกสนานกว่าและเต็มไปด้วยจินตนาการ คล้ายกับนักศึกษาแฟชั่นดีไซน์ที่ตัดเย็บเสื้อผ้าเรโทรผสมวินเทจใส่เอง มีความสร้างสรรค์และแฟนตาซีสูง ซึ่งดูเหมือนชุดที่เธอจับโน่นผสมนี่ขึ้นมาก่อนจะพัฒนาไปสู่ความเนี้ยบเป๊ะในภาคต้นฉบับ

ส่วนชุดของ “ประธานาธิบดีสโนว์” (เรล์ฟ ไฟนส์) จะเน้นคัตติงและเนื้อผ้าสมบูรณ์แบบไร้ที่ติให้เหมาะสำหรับนักแสดงรุ่นเก๋ามากฝีมือรายนี้ โดยเธอได้เข้าร่วมกับห้องเสื้อชื่อดังในอังกฤษ เพื่อตัดชุดสูทให้เข้ากับสัดส่วนของเขาโดยเฉพาะ โดยเน้นสไตล์ผู้ดีอังกฤษที่ดูสง่างาม คัดเฉพาะวัสดุและผ้าวูลชั้นเลิศ พร้อมเพิ่มงานปักมือแบบละเอียดยิบลงไปบนปกเสื้อ ซึ่งกลายเป็นสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ของคาแร็กเตอร์นี้

สำหรับลุคสุดจัดจ้านของ “ดรูซิลลา ซิกเคิล” (เกลนน์ โคลส) ซึ่งเป็นตัวแทนของความคลั่งไคล้ความงามแบบสุดโต่งผ่านการแปลงโฉมด้วยเทคนิคพิเศษ ทั้งทรงผมบ็อบแข็งทื่อสีแดงสด จมูกที่ถูกดัดแปลงให้ดูคล้ายหมู ดวงตาที่ถูกดึงรั้งเฉียงขึ้น และใบหน้าที่ประดับด้วยหมุดเป๊กตามฉบับนิยาย ไดเกเลอร์สนุกกับการดีไซน์และการร่วมงานกับเกลนน์เป็นอย่างมาก ทั้งสองคนทำงานเข้าขากันในทุกขั้นตอน โดยนักออกแบบฝีมือพระกาฬรายนี้ตั้งใจให้เสื้อผ้านั้นส่งผลถึงท่าทางประหลาดให้เป็นที่จดจำโดยเฉพาะซีนเปิดตัวสุดอลังการของดรูซิลลา และเพื่อให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดเธอเติมความเป๊ะของชุดด้วยการให้นักแสดงชื่อดังใส่คอร์เซตที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกและรองเท้าส้นสูงปรี๊ด พร้อมกิมมิกเหรียญตราทหารที่สะท้อนถึงการอยู่ในตำแหน่งผู้คุมบรรณาการมาอย่างยาวนาน

ชุดของ “แมกโน สติฟต์” (บิลลี พอร์เตอร์) สไตลิสต์แห่งแคปิตอลผู้หมกมุ่นในลวดลายงู ไดเกเลอร์ดึงสไตล์อันเฉียบคมของบิลลีมาผสมผสานในการออกแบบสู่งานดีไซน์ที่แหกทุกกฎเกณฑ์ สะท้อนคาแร็กเตอร์ตัวแสบและตัวแม่ด้านแฟชันที่ไม่แคร์สายตาใครในแคปิตอล

ไฮไลต์สำคัญที่อัปเกรดสีสันลานประลองสู่ความโหดแบบจัดเต็ม เหล่าบรรณาการได้รับการปรับเปลี่ยนชุดให้มีเสื้อคลุมยาวสีขาวพลิ้วไหวเพื่อตอบโจทย์มุมกล้องและหน้าจอโทรทัศน์ ชุดเหล่านี้มีเสื้อกั๊กแขนกุดสีขาว กางเกง และรองเท้าบูตสีขาว พร้อมด้วยผ้าคลุมไหล่สีขาวที่มีขอบสีเฉพาะของแต่ละเขตที่สามารถถอดออกได้ เผยให้เห็นเสื้อที่มีสีตามเขตด้านใน โดยแบ่งสีแต่ละเขตดังนี้
“เขต 1 สีเขียวมะกอก” ถ่ายทอดความมั่งคั่ง เกียรติยศ และความร่ำรวยที่แบ่งชนชั้นของเขต 1 ใน “The Hunger Games” ออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“เขต 2 สีม่วง” เป็นการสดุดีต่อจิตวิญญาณแห่งนักรบของชาวเขต 2 เฉดสีม่วงอันน่าทึ่งและเร้าใจที่แฝงไว้ด้วยมิติเข้มข้นราวกับแร่ธาตุช่วยเชิดชูทรัพยากรธรรมชาติอันล้ำค่าที่ถูกขุดค้นขึ้นมาจากเหมืองหินบนภูเขา ซึ่งเป็นแหล่งสร้างความมั่งคั่งให้กับผู้คนในพื้นที่
“เขต 3 สีฟ้าสะท้อนแสง” แฝงนัยสำคัญของความไว้วางใจ ความน่าเชื่อถือ และคำมั่นสัญญาแห่งการปกป้อง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่รองรับความต้องการด้านความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งของเขต 3
“เขต 4 สีน้ำเงินน้ำทะเล” ตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ของสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และการออกเรือประมงที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตทางทะเลในหมู่บ้านชายฝั่งและท่าเรือของเขต 4
“เขต 5 สีส้ม” สะท้อนสุนทรียศาสตร์แห่งกระแสไฟฟ้าแรงสูง ซึ่งเหมาะเจาะอย่างยิ่งในการเป็นอัตลักษณ์ทางภาพของเขต 5 อันเป็นที่ตั้งของโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และพลังงานนิวเคลียร์ที่ผลิตกระแสไฟฟ้าหล่อเลี้ยงพื้นที่ส่วนใหญ่ของพาเน็ม

“เขต 6 สีเทาอ่อน” สะท้อนถึงระบบคมนาคมขนส่งที่พึ่งพาได้และแข็งแกร่ง ซึ่งเชื่อมโยงแคปิตอลเข้ากับทุกพื้นที่ของพาเน็ม ด้วยความรู้สึกที่หนักแน่นและมั่นคงไม่เสื่อมคลาย
“เขต 7 สีน้ำตาลแดง” ขับเน้นแก่นแท้ความอบอุ่นและกลิ่นอายผืนดินของต้นไม้ตระกูลสนเนื้ออ่อนหลากหลายสายพันธุ์ทั่วเขต 7 ซึ่งถูกนำไปใช้ผลิตไม้แปรรูปและกระดาษป้อนให้กับพาเน็ม
“เขต 8 สีพีช” สื่อถึงผิวสัมผัสและความนุ่มนวลราวกำมะหยี่ของวัสดุหลากหลายชนิดที่โรงงานสิ่งทอในเขต 8 นำมาใช้ทอผ้าและผลิตเครื่องแต่งกายส่งไปทั่วพาเน็ม
“เขต 9 สีเหลือง” แสดงถึงความเปล่งประกายด้วยความร้อน ความมีชีวิตชีวา พลังงาน และแสงสว่าง สะท้อนถึงลำแสงระยิบระยับของดวงอาทิตย์ ซึ่งจำเป็นต่อการหล่อเลี้ยงพืชผลหลักที่ถูกเก็บเกี่ยวในทุ่งกว้างอันอุดมสมบูรณ์ของเขต 9
“เขต 10 สีแดงเข้ม” เป็นสัญลักษณ์แทนภูมิประเทศอันทุรกันดารของเขต 10 ซึ่งเต็มไปด้วยฟาร์มปศุสัตว์ที่เลี้ยงวัวและสัตว์เศรษฐกิจเพื่อหล่อเลี้ยงพาเน็ม
“เขต 11 สีเขียวเข้ม” เป็นสัญลักษณ์ของสิ่งที่งอกงามตลอดจนการฟื้นฟูและการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นตัวแทนความมีชีวิตชีวาของผืนแผ่นดินอันชุ่มชื้น การเพาะปลูกผักและผลไม้ที่เปี่ยมคุณค่าทางโภชนา การในเขต 11 เพื่อส่งไปหล่อเลี้ยงพาเน็ม
และสุดท้าย “เขต 12 สีดำ” บ่งบอกถึงบทบาทของเขต 12 ในฐานะศูนย์กลางการผลิตถ่านหินได้เป็นอย่างดี นอกจากจะสะท้อนถึงถ่านหินดิบที่ถูกขุดขึ้นมาและขนส่งทางรถไฟไปทั่วพาเน็ม ยังเปรียบ เสมือนความมืดมิดที่แท้จริงของหลุมดำไร้ก้นบึ้งที่คนงานเหมืองต้องก้าวเข้าไปในทุกๆ วันอีกด้วย
การออกแบบแฟชั่นเครื่องแต่งกายและการสร้างฉากใน “ควอเตอร์เควล" ท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีสันสดใสตัดกับเสื้อผ้าหลากสีหลายสไตล์ที่มาพร้อมเรื่องราวและการแสดงสุดเข้มข้นนี้ตอกย้ำว่า “The Hunger Games: Sunrise on the Reaping เดอะ ฮังเกอร์เกมส์ รุ่งอรุณเกมล่าเกม” ยังคงเป็นมหึมาโปรเจกต์เกมล่าเกมที่โคตรเดือดและสมบูรณ์แบบที่ไม่ควรพลาดชมส่งท้ายปี 19 พฤศจิกายนนี้ ในโรงภาพยนตร์ ทั้งระบบปกติและทุกระบบพิเศษ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

