พีระชาติ ฟาดแรง! อัดม็อบหิวแสง นี่ความยุติธรรมแบบไหน? สร้างภาระคนไม่ได้เกี่ยวข้อง

8 พฤศจิกายน 2569 พีระชาติ อินตา อินฟลูเอนเซอร์ด้านความมั่นคง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ผมอยากถามประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับม็อบนี้สักคำถามหนึ่ง
พวกคุณไปทำอะไรผิด ถึงต้องมารับกรรมจากความวุ่นวายของคนกลุ่มนี้?
คุณไม่ได้เอารถไปจอดขวางถนน
คุณไม่ได้ขึ้นเวทีเรียกร้อง
คุณไม่ได้เป็นคนกำหนดข้อเสนอให้ลดราคาดีเซล 10 บาท
คุณไม่ได้เป็นคนสร้างแรงกดดันให้รัฐบาล
แต่คุณต้องเสียเวลาเดินทาง
คุณอาจเสียรายได้
คุณต้องแบกรับต้นทุนทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น
และหากรัฐบาลเลือกใช้เงินสาธารณะเข้ามารองรับข้อเรียกร้อง คุณก็มีสิทธิ์ต้องร่วมแบกรับต้นทุนทางอ้อมด้วย
นี่มันความยุติธรรมแบบไหนวะ? คนหนึ่งก่อเรื่อง แต่ต่อไป คนอื่นต้องมานั่งรับเคราะห์!
คนหาเช้ากินค่ำไม่ได้มีเวลามานั่งเล่นเกมการเมืองกับใครนะครับ เขาต้องทำงาน ต้องหาเงิน ต้องเลี้ยงลูก ต้องจ่ายหนี้ ต้องจ่ายภาษี เขาแทบไม่มีเงินเหลือให้ชีวิตผิดพลาดด้วยซ้ำ
แต่พอประเทศเกิดความวุ่นวาย คนพวกนี้กลับเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เสี่ยงเสียผลประโยชน์!
มึงลองคิดดู…
คนขับรถส่งของที่ต้องเสียเวลาบนถนน เขาเกี่ยวอะไรด้วย?
แม่ค้าที่ต้องเปิดร้านหาเงินเลี้ยงลูก เขาเกี่ยวอะไรด้วย?
คนที่ต้องพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาล เขาเกี่ยวอะไรด้วย?
คนที่เสียภาษีทุกเดือน เขาเกี่ยวอะไรด้วย?
หรือประชาชนที่ไม่ได้ร่วมม็อบ ไม่มีสิทธิ์ใช้ชีวิตอย่างสงบ ต้องยอมเป็นตัวประกอบในละครการเมืองของพวกคุณไปด้วย?
แล้วอย่าคิดว่าความเสียหายมันจบแค่รถติด!
ถ้าความวุ่นวายทำให้ธุรกิจเสียโอกาส การลงทุนชะลอ การจ้างงานไม่เติบโต เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าลง สิ่งที่ประเทศสูญเสียก็คือโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาชีวิตประชาชน
ประเทศไม่ได้พังแค่ตอนมีคนเผาอาคารครับ
ประเทศมันพังได้จากการที่โอกาสดี ๆ ถูกทำลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนคนไทยไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากเสียที!
คนจนจะจนไปอีกนานแค่ไหน?
เด็กไทยจะต้องรอการศึกษาที่ดีขึ้นอีกกี่ปี?
คนทำงานจะต้องทนกับรายได้ที่โตไม่ทันค่าครองชีพอีกกี่รอบ?
คนเสียภาษีจะต้องแบกรับภาระทางการคลังอีกเท่าไร?
และถ้ารัฐต้องนำเงินไปอุดหนุนตามข้อเรียกร้อง เงินนั้นจะไม่ถูกนำไปใช้กับอะไรบ้าง?
โรงพยาบาลต้องการงบประมาณ
โรงเรียนต้องการงบประมาณ
คนพิการต้องการสวัสดิการ
คนยากไร้ต้องการความช่วยเหลือ
ประเทศต้องการการลงทุนเพื่อสร้างงาน
แต่เงินของรัฐมีจำกัด!
และประชาชน ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับม็อบ มีสิทธิ์ตั้งคำถามว่า ทำไมคนที่ไม่ได้ก่อปัญหา จึงต้องเสี่ยงแบกรับต้นทุนจากข้อเรียกร้องของคนอื่น?
นี่คือคำถามที่ม็อบต้องตอบ ไม่ใช่เอาแต่ตะโกนให้รัฐบาลตอบ!
แล้วเราจะต้องถอดบทเรียนกันอีกกี่ครั้ง?
ประเทศไทยผ่านความวุ่นวายทางการเมืองมาหลายรอบแล้ว
เราเคยเห็นการปิดกรุงเทพฯ
เราเคยเห็นการปิดถนน
เราเคยเห็นการปะทะ
เราเคยเห็นเศรษฐกิจและประชาชนได้รับผลกระทบ
บางม็อบได้ข้อเรียกร้องบางส่วน
บางม็อบเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
บางม็อบยุติลงโดยที่ปัญหาหลายอย่างยังคงอยู่
แต่สิ่งที่เราต้องถามคือ…
ประเทศได้ประโยชน์คุ้มกับความเสียหายหรือไม่?
คนจนมีชีวิตดีขึ้นอย่างยั่งยืนหรือยัง?
ประชาชนมีรายได้มั่นคงขึ้นหรือยัง?
ประเทศหลุดพ้นจากวิกฤตได้แล้วหรือยัง?
คนที่เสียผลประโยชน์จากความวุ่นวายได้รับการชดเชยหรือยัง?
หรือสุดท้ายก็มีเพียงคนบนเวทีที่ได้พื้นที่ในข่าว ได้สร้างภาพ ได้กระแส ได้ชื่อเสียง ขณะที่ประชาชนธรรมดาต้องกลับไปก้มหน้าทำงานหาเงินใช้หนี้เหมือนเดิม?
ถ้าปัญหายังไม่ถูกแก้ให้ยั่งยืน แล้วจะให้คนไทยเชื่ออะไรกับการสร้างความวุ่นวายซ้ำ ๆ?
อย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเครื่องมือหิวแสง แล้วปล่อยให้ประชาชนรับกรรมอยู่ข้างหลัง!
ผมพูดอย่างไม่เกรงใจเลยนะครับ
คนที่ออกมาเรียกร้องมีสิทธิ์ใช้เสียงของตัวเอง แต่ต้องรู้ด้วยว่าเสียงของตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์เหยียบเสียงของคนอื่น
ถ้าคุณเดือดร้อน คุณมีสิทธิ์เรียกร้อง
แต่ถ้าคุณทำให้คนอื่นเดือดร้อน คุณก็ต้องถูกตั้งคำถาม
ถ้าคุณต้องการให้รัฐช่วยเหลือ คุณต้องอธิบายว่าเงินมาจากไหน
ถ้าคุณต้องการให้ประเทศเปลี่ยนแปลง คุณต้องมีทางออก
ถ้าคุณบอกว่าทำเพื่อประชาชน คุณต้องเห็นหัวประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในม็อบด้วย
อย่าทำตัวเหมือนคนทั้งประเทศเป็นลูกหาบของข้อเรียกร้องตัวเอง!
ประเทศนี้ไม่ใช่ของม็อบ
เงินภาษีไม่ใช่เงินส่วนตัวของใคร
ถนนไม่ใช่พื้นที่ที่ใครจะยึดไว้เพื่อบีบให้คนอื่นยอม
และประชาชนที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ขี้ข้าที่เกิดมาเพื่อรับกรรมจากความวุ่นวายของคนกลุ่มหนึ่ง
พี่น้องครับ…
ผมอยากให้คนที่กำลังทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว คนที่กำลังเสียภาษี คนที่กำลังพยายามหนีจากความยากจน ได้ถามคำถามนี้ออกมาดัง ๆ
“กูไม่ได้ก่อเรื่อง แล้วทำไมกูต้องจ่าย?”
นี่ไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวของประชาชนที่ตั้งคำถาม
แต่มันคือการทวงคืนความเป็นธรรมจากคนที่กำลังใช้ความเดือดร้อนของตัวเองไปสร้างภาระให้คนอื่น!
ประเทศต้องเดินหน้า ไม่ใช่ถูกฉุดลงหลุมเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
และถ้าการสร้างม็อบกลายเป็นเพียงเครื่องมือสร้างกระแส โดยไม่สามารถแก้ปัญหาของชาติได้อย่างยั่งยืน
สังคมก็ต้องกล้าพูดให้ดังว่า พอได้แล้ว! ประชาชนไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นคนจ่ายบิลให้ความวุ่นวายของใคร!
พีระชาติ อินตา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

