น้ำไหลหลากท่วมเขตศก. เมืองน่านจม ประกาศสั่งอพยพ19ชุมชน ปิด30โรงเรียน-ตั้งครัวช่วย

น้ำไหลหลากท่วมเขตศก.
เมืองน่านจม
ประกาศสั่งอพยพ19ชุมชน
ปิด30โรงเรียน-ตั้งครัวช่วย
น่านยังอ่วม น้ำหลากท่วมตัวเมือง ส่วนวัดภูมินทร์ จมบาดาล เทศบาลเมืองน่าน ประกาศอพยพ 19 ชุมชนภายหลังแม่น้ำน่านล้นตลิ่ง ด้าน ศธ.ปิด 30 โรงเรียน ส่งครัวอาชีวะ แจกจ่ายอาหาร-ช่วยเหลือหลังจากน้ำลด ด้านอุทยานฯ ดอยภูคา ถนนถูกตัดขาด เสาไฟฟ้าล้ม ปภ.เตือนเหนือ-อีสาน รับมือน้ำท่วม
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.น่าน ว่าทางประชาสัมพันธ์ จ.น่าน ระบุว่าช่วงเวลาประมาณ 05.30 น.น้ำได้เริ่มเข้าท่วมวัดภูมินทร์ อ.เมือง จ.น่าน ซึ่งเป็นวัดสำคัญและสมบัติล้ำค่าที่อยู่คู่เมืองน่านมานานกว่า 400 ปี และมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง “ปู่ม่านย่าม่าน” หรือกระซิบรักบันลือโลก ซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยสถานการณ์แม่น้ำน่านที่ไหลผ่าน อ.เมือง จ.น่าน ยังคงทรงตัว อยู่ที่ระดับ 8.50 เมตร
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้นำอาหาร น้ำดื่ม เข้าช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ภายในบ้านเรือนบริเวณถนนหน่อคำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น ซึ่งระดับน้ำจากแม่น้ำน่านไหลทะลักเข้าท่วมสูงกว่า 1-1.7 เมตร ส่วนบริเวณถนนมโน และพื้นที่ใกล้เคียงโรงเรียนสตรีศรีน่านระดับน้ำสูงกว่า 40-60 เซนติเมตร บางจุดสูงกว่า 1 เมตร ทำให้รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ ต้องใช้เรือหรือรถยกสูงในการเข้าออกพื้นที่และให้ความช่วยเหลือโดยมีประชาชนออกมารับอาหาร ตลอดเส้นทาง
ขณะที่เทศบาลเมืองน่าน ประกาศด่วนแจ้งเตือนสถานการณ์อุทกภัย หลังจากระดับน้ำในแม่น้ำน่าน ล้นตลิ่งและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง รวม 19 ชุมชน เร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยด่วน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินโดยขอให้ติดตามสถานการณ์และประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงหรือพื้นที่ปลอดภัย ทันที หากได้รับคำสั่งหรือสถานการณ์มีความรุนแรงขึ้น
วันเดียวกัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้รับรายงานสถานการณ์น้ำท่วมใน จ.น่าน โดยมีสถานศึกษาหลายแห่งได้รับผลกระทบ จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด สำหรับสถานศึกษาที่จำเป็นต้องประกาศปิดการเรียนการสอนแล้ว รวม 30 แห่ง เพื่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา พร้อมกำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและหน่วยงานทางการศึกษาในพื้นที่ให้ประเมินสถานการณ์เป็นระยะ หากพื้นที่ใดมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย ให้พิจารณาปรับรูปแบบหรือระยะเวลาจัดการเรียนการสอนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา เป็นสำคัญ
ขณะเดียวกันต้องติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพเส้นทางในการเดินทาง เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนครู และบุคลากรทางการศึกษา ต้องเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยง
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ระดมกำลังจัดตั้งศูนย์อาชีวะอาสาเพื่อช่วยเหลือประชาชน หรือ Fix it Center โดยลงพื้นที่ให้บริการประชาชนผู้ประสบภัย นำความรู้และทักษะของนักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา และครูผู้สอน มาช่วยแก้ไขปัญหาที่จำเป็นเร่งด่วน เช่น การตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า ระบบไฟฟ้าภายในครัวเรือน ตลอดจนการซ่อมจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม
นอกจากนี้ สอศ.ได้จัดตั้งครัวอาชีวะเพื่อประกอบอาหารและจัดส่งให้ประชาชนในพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนช่วงที่การเดินทางและการประกอบอาหารเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยถือเป็นการนำศักยภาพของสถานศึกษาอาชีวศึกษามาช่วยเหลือสังคม
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ทำให้อุทยานแห่งชาติดอยภูคา จ.น่าน ต้องแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนสาย 1256 เสาไฟฟ้าแรงสูง ล้มทับเส้นทาง 15 ต้น และเอียงแล้ว 23 ต้น ถนนมีสภาพถูกตัดขาด ไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้
ส่วนเพจกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แจ้งการส่ง Cell Broadcastเตือนสถานการณ์อุทกภัยอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยเริ่มแจ้งเตือนในอ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งมีฝนตกต่อเนื่อง ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ต่อมาได้แจ้งเตือนพื้นที่ อ.วังชิ้น ที่มีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำท่วมขัง ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด
ตามมาด้วยพื้นที่ อ.เมืองอ.ขุนยวม อ.แม่สะเรียง และ อ.สบเมยจ.แม่ฮ่องสอน มีฝนตกต่อเนื่อง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ในพื้นที่ลุ่มต่ำและที่ลาดเชิงเขา โดยเฉพาะ ต.ห้วยโป่ง ต.ห้วยปูลิง อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน และพื้นที่ใกล้เคียง ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูดและแจ้งเตือนระดับน้ำในคลองชมพู ต.ชมพู อ.เนินมะปราง มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นและอาจล้นตลิ่ง ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนริมคลอง และที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 3 บ้านชมพู หมู่ 5 บ้านปลวกง่าม หมู่ 2 บ้านน้ำปาด ต.ชมพู อ.เนินมะปราง และพื้นที่ข้างเคียง
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถ เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ทั้งนี้หากต้องการความช่วยเหลือ ให้แจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ และสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784เพิ่มเพื่อนที่ Line ID @1784DDPM หรือโทรสายด่วนนิรภัย (ปภ.) 1784 ได้ตลอด 24ชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ร.อ.หญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่ง ใน จ.น่าน ซึ่งต้องเฝ้าระวังระดับน้ำลำน้ำน่าน รัฐบาลได้ยกระดับการบัญชาการในพื้นที่โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command) และปักหลักติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การประเมินสถานการณ์ การแจ้งเตือน การอพยพ และการระดมกำลังช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นเอกภาพ
นอกจากนี้ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ พร้อมด้วยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ และนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย ได้ลงพื้นที่ อ.เมือง จ.น่าน และตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์แบบจุดเดียว (Single Command ) เพื่อให้ทุกหน่วยงานใช้ข้อมูล และแนวทางสั่งการร่วมกัน ปรับกำลังและทรัพยากรเข้าช่วยเหลือพื้นที่ซึ่งมีความเสี่ยงได้ทันที โดยเฉพาะช่วงกลางคืนที่การเดินทางและช่วยเหลือทำได้ยาก พร้อมแจ้งเตือนประชาชนพื้นที่เสี่ยงให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและอพยพไปยังจุดปลอดภัยเตรียมกำลัง เครื่องมือ และมาตรการฟื้นฟูไว้ล่วงหน้า เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย สามารถเข้าสำรวจความเสียหาย เยียวยา และฟื้นฟูบ้านเรือน อาชีพ และการดำรงชีวิตของประชาชนได้โดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในระหว่างการเข้าช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยใน จ.น่าน นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย (มท.3) ได้ร่วมภารกิจช่วยอพยพผู้สูงอายุ ออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดยปรากฏภาพที่ รมช.มหาดไทย ได้เข้าไปแบกผู้สูงอายุ เดินลุยน้ำและบางส่วนมีดินโคลน ก่อนจะนำพาผู้สูงอายุออกมาอยู่ในจุดที่ปลอดภัย จนได้รับเสียงชื่นชมจากชาวบ้านใน จ.น่าน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก ซึ่งหลายคนขอบคุณ ทั้ง รมช.มหาดไทย และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่เข้ามาช่วยเหลือ
ก่อนหน้านี้ นายเจเศรษฐ์ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ บินสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมจากมุมสูง เพื่อติดตามระดับน้ำและประเมินพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ จากนั้นจึงได้เข้าเยี่ยมให้กำลังใจพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงน้ำลด โดยเฉพาะระบบประปา ซึ่งต้องเร่งตรวจสอบสถานีผลิตน้ำ ระบบสูบน้ำ และระบบจ่ายน้ำ เตรียมกำลังพลและอุปกรณ์ เพื่อฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ นายเจเศษฐ์ ระบุว่า “น้ำยังไม่ลด ภารกิจยังไม่จบ และเมื่อน้ำลด เราต้องพร้อมฟื้นฟูทันที” คือแนวทางสำคัญในการทำงาน เพื่อให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและเร็วที่สุด
ด้านนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ระดมเครื่องสูบน้ำเร่งสูบน้ำและระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมโดยเร็ว พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ติดตามระดับน้ำอย่างใกล้ชิด และแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องเพื่อช่วยลดความเสียหายต่อบ้านเรือน พื้นที่ทำกิน พื้นที่เศรษฐกิจ และทรัพย์สินของประชาชนให้ได้มากที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

