ประวิตร ฟาด กูรูส้ม ปมแซะ HYROX ชี้เทียบ'ธนาธร'ไม่ติด วิ่งเทรลมองต์บลังค์ ค่าเหงื่อหยดละพัน

'ประวิตร'ฟาด'กูรูส้ม' ปมแซะ'HYROX' ชี้เทียบ'ธนาธร'ไม่ติด วิ่งเทรลมองต์บลังค์ ค่าเหงื่อหยดละพัน
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 นาย ประวิตร โรจนพฤกษ์ นักข่าวอาวุโสจาก Khaosod English โพสต็์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า กูรูส้มรายนี้แกอาจลืมด่า (หรือถือโอกาสแอบด่า?) #ธนาธร เพราะค่าสมัครแข่งขัน HYROX ในประเทศไทย ราคาโดยประมาณอยู่ที่ 3,300 - 5,000 บาทต่อคนนั้นสิวๆมาก
ไม่สามารถเทียบกับความลักชัวรี่ของธนาธร ที่ค่าเสียค่าเหงื่อน่าจะตกหยดละพันบาท หรูและแพงกว่าเยอะ เพราะปี 2021 & 2022 ธนาธรไปยุโรปเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งเทรลระดับโลก รายการ UTMB PTL (Petite Trotte à Léon) ที่เทือกเขามองต์บลังค์นู้น! ไม่ใช่ที่ศูนย์สิริกิตต์ แข่งวิ่งผ่าน 3 ประเทศหรู คือ ฝรั่งเศส อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์
โอ้วคุณพระช่วย เอ็กซ์คลูซีฟกว่าไฮล้งไฮลักซ์ไม่รู้กี่ร้อยเท่า!! ไอ้พวกไฮลักซ์ที่คุณด่านั้นมันโหลมันแมสมาก เพราะงบแบบที่ธนาธรใช้เพื่อเสียเหงื่อ คล้ายพวกรับจ้างวิ่งแบกของขึ้นดอยให้นักท่องเที่ยว ตกคนหลายแสนเป็นอย่างต่ำ
ไม่แมสหรือเบียดกันยั้วเยี้ยแบบชนชั้นกลางอย่างพวกไฮ้ล้ง hyrox ที่กรุงเทพฯ หรอก
ของธนาธรนั้นอัลตร้าสมูท เอ้ย อัลตราลักซัวรี่ย์ของแท้ แถมไปวิ่งแล้วเป็นข่าวอีก
แค่บัตรเข้าชมสำหรับกองเชียร์ราคาก็ประมาณ 400 - 800 บาทแล้ว (ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบิน)
ปล. กูรูแกสรุปปบบเหมารวมได้ไงว่าคนไปร่วม hylox “ไม่ได้มีสำนึกยึดโยงกับความทุกข์ร้อนของประชาชน” <<พวกนี้เขาอาจเป็นคนดีแบบธนาธร บริโภคลักชัวรี่แบบมีสำนึก แล้วขึ้นเวทีช่วยหาเสียงพูดถึงความเหลื่อมล้ำ
แต่ก็ยังดูดี และมีสำนึกยึดโยงกับความทุกข์ของประชาชนได้… แถมโหวตให้เท้งกับพรรคส้มก็เป็นได้
ปล. 2 ผมไม่ได้ไปร่วมไฮล้งไฮล็อคหรอกนะ เปลืองเงิน แถมแก่แล้ว
ปล. 3 และถ้ามองในแง่บวก พวกไปไฮล็อคอาจเข้าใจความเหนื่อยยากของชนชั้นแรงงานได้ดีขึ้นก็เป็นได้
#ป #ไฮลร็อกซ์ #hyrox #ปชน #พรรคส้ม #พรรคประชาชน
ทั้งนี้สืบเนื่องจากที่ นาย วรา จันทร์มณี ที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิประจำคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ ได้ออกมาวิจารณ์การแข่งขัน HYROX โดยระบุว่า ปรากฏการณ์ HYROX ความสนุกของดาราและคนรวยที่ไม่ได้มีสำนึกยึดโยงกับความทุกข์ของประชาชน
ถ้าเราไถฟีดช่วงนี้จะเจอภาพดาราถอดเสื้อโชว์กล้ามท้อง เดินหิ้วลูกตุ้มเหล็กหนัก ๆ หรือก้มหน้าก้มตาเข็นของหนักในสนามแข่ง จนมีคนเข้าไปคอมเมนต์แซวว่า “นี่มันงานก่อสร้างแถวบ้านชัด ๆ” หรือ "จ่ายเงินแพงเพื่อมาสมัครเป็นกรรมกรชั่วคราว" นี่คือการแข่งขัน HYROX ฟิตเนสระดับโลกที่กำลังฮิตในหมู่คนมีอันจะกิน
เมื่อดูสภาพแวดล้อม ลักษณะท่าทางในสนาม ไม่ว่าจะเป็นการเดินแบกของหนัก การลากเลื่อน หรือการเข็นอะไรสักอย่าง รวมถึงชุดที่ใส่ ทำให้อดคิดถึงความเหลื่อมล้ำไม่ได้ ภาพเหล่านี้มันช่างย้อนแย้งกับความเป็นจริงในสังคมไทยเหลือเกิน
ในทางสังคมศาสตร์ นี่คือพื้นที่ที่ชนชั้นกลางระดับบนซึ่งมีฐานะ เลือกที่จะซื้อความลำบากเป็นงานอดิเรก
ในขณะที่แรงงานก่อสร้างรายวัน แรงงานนอกระบบ ต้องตากแดดตากลม แบกหิ้ว ใช้แรงงานกันอย่างหลังขดหลังแข็งเพื่อหาเลี้ยงชีพแบบหาเช้ากินค่ำ นั่นคือความจำเป็นที่ไม่มีทางเลือก แต่วัฒนธรรมการออกกำลังกายแบบนี้กลับหยิบเอาความยากลำบาก ท่าทางการใช้แรงงาน และหยาดเหงื่อเหล่านั้นมาแปรรูปให้กลายเป็นความบันเทิงที่เต็มไปด้วยความเท่ ความสตรีท ความลักซูรี
ภาพของคนกลุ่มนี้เหนื่อยหอบสุดเหวี่ยงในสนาม พอเสร็จกิจกรรม ก็สามารถเดินกลับขึ้นรถหรู กลับบ้านหลังละร้อยล้าน กลับคอนโดราคาแพง หรือไปนั่งกินอาหารแพง ๆ ได้ทันที เขาไม่ต้องแบกรับชีวิตที่ทุกข์เข็ญในวันต่อไป เขาไม่ต้องนอนในห้องเช่าที่คับแคบ และไม่ต้องอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงมีความเสี่ยงอาชญากรรม
สิ่งเหล่านี้มันจึงเป็นภาพสะท้อนของความห่างเหินและอภิสิทธิ์ที่คนในกลุ่มนี้ไม่ได้มีโอกาสสัมผัส หรือแทบจะไม่ต้องมายึดโยงกับความทุกข์ยากปากท้องจริง ๆ ของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศเลย
แม้จะมองอย่างเข้าใจว่า โลกทุนนิยมสมัยใหม่ คนที่ไปแข่ง ไม่ได้ทำผิดกฎหมาย หรือเป็นต้นเหตุของความยากจนอะไร?! เป็นสิทธิที่เขาจะทำได้ แต่เราก็เห็นพวกดาราใช้กลไกนี้เป็นเครื่องมือในการสร้างเรตติ้งแล้วกลับมาหาประโยชน์จากประชาชนอีกที ประชาชนที่เขาได้ประโยชน์ แต่ชีวิตเขาไม่เคยยึดโยงในความทุกข์หรือช่วยเปล่งเสียงแก้ไขความเดือดร้อน ความอยุติธรรมที่ประชาชนถูกกระทำ
การหมกมุ่นกับปัจเจกนิยม (Hyper-Individualism) พลังงาน เวลา และทรัพยากร ทั้งค่าสมัครราคาแพง อุปกรณ์ และเวลาว่างที่สามารถทุ่มเทให้กับความฟิตส่วนบุคคล ไม่ได้ถูกนำไปขยับเขยื้อนหรือแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคม เช่น ปัญหาความยากจน สวัสดิการ หรือสิทธิแรงงาน การเลือกที่จะพัฒนาตัวเองให้ลีนและอึดในพื้นที่ปิดหรือสนามแข่ง แต่เพิกเฉยต่อปัญหาสังคมรอบตัว คือความเห็นแก่ตัวอีกรูปแบบหนึ่ง
ปรากฏการณ์ HYROX นี้จึงสะท้อนให้เห็นความเหลื่อมล้ำอันน่าขันของสังคมไทยในยุคปัจจุบัน คนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่คนออกกำลังกายทั่วไป แต่พวกเขาคือกลุ่มคนที่ใช้ร่างกายเป็นพื้นที่ในการแสดงออกทางชนชั้น สร้างอัตลักษณ์และความหมายให้ชีวิตท่ามกลางความไร้ตัวตนในโลกทุนนิยมสมัยใหม่ ผ่านการจำลองความเหนื่อยยากมาแปลงเป็นความสุขและความภาคภูมิใจ โดยพวกเขาไม่ได้มีสำนึกยึดโยงกับความทุกข์ร้อนของประชาชน
ปล. อย่าดราม่าไปเรื่องการเล่นกีฬานะ คนละเรื่อง คนละบริบท
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : HYROX ทำเสียงแตก ความสนุกของดาราและคนรวย VS ชนชั้นเทวดาใช้ความจนเป็นโล่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

