เอลนีโญเล่นงาน! คลองปานามาจ่อจำกัดเรือสินค้า หลังระดับน้ำลดลง

คลองปานามา เตรียมจำกัดจำนวนเรือที่สามารถผ่านคลองได้ในแต่ละวันตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน หลังทางการประเมินว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงปี 2026-2027 อาจรุนแรงและยาวนานกว่าปกติ จนส่งผลให้ปริมาณน้ำในพื้นที่ลดลง และอาจกระทบต่อการเดินเรือและแหล่งน้ำสำหรับประชาชน
การบริหารคลองปานามาประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน จะจำกัดจำนวนเรือผ่านคลองไว้ที่ไม่เกิน 34 ลำต่อวัน ก่อนลดลงเหลือ 32 ลำต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงจากจุดยืนก่อนหน้านี้ที่ทางการเคยระบุว่าไม่มีแผนจำกัดจำนวนเรือผ่านคลองในปีนี้ โดยคลองปานามามีเรือผ่านเฉลี่ยประมาณ 35 ลำต่อวันในช่วงเดือนมิถุนายน 2026 ขณะที่ศักยภาพสูงสุดของคลองอยู่ที่ประมาณ 40 ลำต่อวัน
สาเหตุสำคัญมาจากสถานการณ์น้ำที่น่าเป็นห่วง โดยทางการเปิดเผยว่า ปริมาณฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคมที่ผ่านมา ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตถึง 34% ขณะที่ปริมาณน้ำไหลเข้าสู่พื้นที่รับน้ำลดลง 44% จากระดับปกติ
ทางการเตือนว่า หากปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026-2027 รุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ ปริมาณฝนอาจลดลงอีก ซึ่งไม่เพียงกระทบต่อการเดินเรือ แต่ยังอาจสร้างความเสี่ยงต่อความยั่งยืนของคลองในระยะยาว รวมถึงปริมาณน้ำสำหรับประชาชนในพื้นที่
สำหรับมาตรการใหม่ ตั้งแต่วันที่ 4 กันยายน ประตูน้ำ Neopanamax จะรองรับเรือได้ไม่เกิน 9 เที่ยวต่อวัน ขณะที่ประตูน้ำ Panamax รุ่นเก่าจะจำกัดไว้ที่ 25 เที่ยวต่อวัน และตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน จำนวนเที่ยวผ่านประตูน้ำ Panamax จะลดลงเหลือ 23 เที่ยวต่อวัน
นอกจากการจำกัดจำนวนเรือแล้ว ทางการยังเลื่อนกำหนดการปรับลดระดับกินน้ำลึกสูงสุดที่อนุญาตสำหรับเรือ เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อภาคการขนส่ง
การปรับระดับกินน้ำลึกสูงสุดของเรือที่ผ่านประตูน้ำ Neopanamax ลงมาอยู่ที่ 14.63 เมตร ถูกเลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 2 กันยายน ส่วนการปรับลดลงอีกเป็น 14.48 เมตร ถูกเลื่อนไปเป็นวันที่ 1 ตุลาคม
ระดับกินน้ำลึก หรือ Draft หมายถึงความลึกของส่วนตัวเรือที่อยู่ใต้น้ำ หากกำหนดระดับกินน้ำลึกต่ำลง เรือที่มีขนาดใหญ่และบรรทุกสินค้าเต็มลำอาจจำเป็นต้องลดปริมาณสินค้าลง เพื่อให้สามารถผ่านคลองได้อย่างปลอดภัย
ริคาร์เต วาสเกซ ผู้บริหารคลองปานามา กล่าวว่า เอลนีโญในปีนี้อาจกินเวลานานกว่าที่เคยเกิดขึ้น ทำให้คลองจำเป็นต้องจำกัดความสามารถในการรองรับเรือ เช่นเดียวกับช่วงภัยแล้งในปี 2023 และ 2024
วาสเกซระบุว่า ประสบการณ์จากวิกฤตในช่วงดังกล่าวทำให้ทางการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น และยืนยันว่าคลองปานามาจะไม่ดำเนินมาตรการโดยปราศจากการวางแผน
สถานการณ์ดังกล่าวกำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากคลองปานามาเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมมหาสมุทรแอตแลนติกกับมหาสมุทรแปซิฟิก หากระดับน้ำลดลงต่อเนื่องจนต้องจำกัดจำนวนเรือหรือปริมาณสินค้าที่ขนส่ง อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการค้าระหว่างประเทศในวงกว้าง.


