Around W. By หมูอ้วน : เปิดนิทรรศการ ‘ผลงานครูศิลปะ 6 ภูมิภาค’ ต่อยอดทุนวัฒนธรรมชุมชนสู่ศิลปะร่วมสมัย

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ ร่วมกับกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดพิธีเปิดนิทรรศการโครงการ “พัฒนาศักยภาพครูศิลปะสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัยจากทุนทางวัฒนธรรมชุมชน 6 ภูมิภาคกับศิลปินแห่งชาติ” โดย ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ อนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกอง กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร่วมพิธีเปิดนิทรรศการ ณ ห้องสุมน อมรวิวัฒน์ อาคารพระมิ่งขวัญการศึกษาไทย คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ เพื่อเผยแพร่ผลงานศิลปกรรมและแนวคิดสร้างสรรค์ของครูศิลปะที่ผ่านกระบวนการพัฒนาศักยภาพและนำทุนทางวัฒนธรรมในชุมชนของตนเองมาต่อยอดเป็นผลงานศิลปะร่วม ภายในงานมีศิลปินแห่งชาติ 3 ท่าน ได้แก่ ศ.เดชา วราชุน ศ. (เกียรติคุณ) ปรีชา เถาทอง และอาจารย์สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ พร้อมด้วยวิทยากร ผู้ทรงคุณวุฒิ และครูผู้เข้าร่วมโครงการร่วมงาน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการที่ผ่านมา ผู้เข้าร่วมโครงการได้มีโอกาสเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาความรู้ความสามารถด้านศิลปะ การออกแบบ กระบวนการจัดเรียนการสอน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากงานศิลปกรรม ผ่านการเชื่อมโยงศิลปะร่วมสมัยเข้ากับทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย อันเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสรรค์องค์ความรู้และการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน การศึกษาทุนทางวัฒนธรรมจากบริบทของชุมชนไม่เพียงช่วยให้เกิดความเข้าใจในคุณค่าของมรดกทางวัฒนธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้ครูผู้สอนสามารถนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้ด้านศิลปะในมิติต่าง ๆ เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่าในอัตลักษณ์ท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21
“ในยุคปัจจุบันที่ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาทำงานแทนมนุษย์ได้มากมาย แต่งานศิลปะคือสิ่งที่ AI ไม่สามารถทดแทนได้ เพราะศิลปะต้องการความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) ความรู้สึก และการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงขอชมเชยคณะผู้จัดโครงการ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศิลปินแห่งชาติ วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการอันทรงคุณค่านี้ รวมถึงขอแสดงความยินดีกับครูผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนที่ได้ทุ่มเทเวลาและความตั้งใจในการพัฒนาตนเองทางวิชาชีพ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความรู้ ประสบการณ์ และเครือข่ายความร่วมมือที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ จะเป็นพลังสำคัญในการจัดการเรียนการสอนทัศนศิลป์ และต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการศึกษาที่เชื่อมโยงศิลปะ วัฒนธรรม และชุมชนได้อย่างยั่งยืน” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

อนุกูล ใบไกล ผู้อำนวยการกอง กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า ทุนในครั้งนี้อยู่ภายใต้โครงการ 1 ครอบครัว 1 ทักษะ Soft Power ของรัฐบาล ซึ่งมุ่งเน้นการส่งเสริมให้เกิดศิลปะในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม และทำให้เกิดการสร้างรายได้เพื่อตอบโจทย์ทั้งการพัฒนาคน พัฒนางาน การสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ซึ่งปีนี้มีทั้งหมด 25 โครงการ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็น 1 ใน 3 หน่วยงานส่วนกลางร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยรังสิต ที่ได้รับทุนสนับสนุนดังกล่าว กรมส่งเสริมวัฒนธรรมรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนโครงการนี้ ซึ่งใช้เวลารวม 4 เดือน ตั้งแต่กระบวนการคัดเลือกครูทั้ง 30 คน การเปิดโอกาสให้ได้พบกับศิลปินแห่งชาติ และเกิดการต่อยอดอย่างต่อเนื่อง จนเห็นพฤฒิพัฒนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และผลงานที่เป็นรูปธรรมประจักษ์ชัดเจน
“จุดเด่นสำคัญของโครงการนี้คือเป็นโมเดลที่เห็นผลจริงและต่อยอดได้ ตั้งแต่การคัดเลือกครูศิลปะทั่วประเทศ แล้วนำมาเพิ่มศักยภาพร่วมกับศิลปินแห่งชาติ จากนั้นครูนำความรู้ไปต่อยอดร่วมกับเยาวชนและชุมชนในพื้นที่ ทำให้เกิดกระบวนการที่ครอบคลุม ครบถ้วน และขยายโอกาสสู่ภูมิภาค ที่สำคัญคือสามารถนำทุนทางวัฒนธรรมในพื้นที่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่จับต้องได้ นำไปจำหน่ายและสร้างรายได้จริงในราคาที่เข้าถึงง่าย (40-50 บาท) กระบวนการนี้จึงช่วยให้ครูได้ทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้แก่เยาวชน ได้สร้างสรรค์งานศิลปะที่รัก และเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนเห็นว่าอาชีพครูศิลปะสามารถสร้างสุนทรียะและสร้างรายได้ได้จริง อันเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์ที่จะส่งต่อความรู้และทำให้วงการศิลปะของประเทศพัฒนาอย่างยั่งยืน” คุณอนุกูล กล่าวเพิ่มเติม

รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดีฝ่ายส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม จุฬาฯ กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการยกระดับศักยภาพครูศิลปะทั้งด้านองค์ความรู้ กระบวนการคิดสร้างสรรค์ และการต่อยอดการจัดการเรียนการสอน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของสำนักบริหารศิลปวัฒนธรรมและศูนย์พันธกิจเพื่อสังคม จุฬาฯ ที่มุ่งส่งเสริม อนุรักษ์ และนำองค์ความรู้ไปสร้างประโยชน์แก่ชุมชน รวมถึงการมอบ "ทุนชีวิต" ตามที่ อธิการบดีจุฬาฯ ได้เน้นย้ำไว้ ในการมุ่งบ่มเพาะศักยภาพบุคลากรทางการศึกษา ให้สามารถนำองค์ความรู้และแรงบันดาลใจไปต่อยอดสร้างสรรค์งานศิลปะ ยกระดับการเรียนรู้ของเยาวชน และขับเคลื่อนวงการการศึกษาและศิลปวัฒนธรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ผศ.ดร.โสมฉาย บุญญานันต์ หัวหน้าภาควิชาศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ภาควิชาฯ เชื่อมั่นว่าครูศิลปะคือกำลังสำคัญในการพัฒนาผู้เรียน โดยการเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นจะช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และปลูกฝังความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน ศิลปินแห่งชาติ วิทยากร และกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ที่ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการจนประสบความสำเร็จ เกิดเป็นเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการที่เข้มแข็ง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครูผู้เข้าร่วมจะนำประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนากระบวนการเรียนรู้เพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้เรียน ชุมชน และสังคมต่อไป

ผศ.ดร.ธีรวดี ถังคบุตร รองคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โครงการนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาศักยภาพครูศิลปะ ผ่านการเชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมท้องถิ่นสู่การสร้างสรรค์ศิลปะร่วมสมัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ และกระบวนการเรียนรู้ใหม่ๆ ซึ่งช่วยยกระดับความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนควบคู่กับการตระหนักถึงคุณค่ามรดกท้องถิ่น พร้อมขอชื่นชมผู้ดำเนินโครงการ ศิลปินแห่งชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และยินดีกับครูทุกคน โดยหวังว่าประสบการณ์นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างเครือข่ายวิชาชีพเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ทางศิลปศึกษาอย่างยั่งยืน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

