หนุ่ม กรรชัย เปิดใจ เล่าความผิดปกติที่ดวงตา หลังตรวจเจอคอเลสเตอรอลพุ่งเกือบ 400

วันนี้ 21 สิงหาคม 2569 ในรายการโหนกระแสซึ่งดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย ได้มีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ สืบเนื่องจากการสูญเสีย เร แม๊คโดแนลด์ โดยในระหว่างรายการ พิธีกรชื่อดังได้บอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ส่วนตัวเกี่ยวกับภาวะไขมันในเลือดสูงที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง
หนุ่ม กรรชัย เปิดเผยว่า จุดเริ่มต้นที่ทำให้ต้องเดินทางไปพบแพทย์ไม่ได้มาจากอาการเจ็บป่วยรุนแรงในตอนแรก แต่เกิดจากการสังเกตพบความผิดปกติทางกายภาพบริเวณดวงตา โดยสังเกตเห็นเป็นเส้นสีขาวหรือสีเทารอบบริเวณกระจกตา ซึ่งมองเห็นค่อนข้างเด่นชัดคล้ายกับคนที่กำลังใส่คอนแทคเลนส์ ร่วมกับอาการปวดศีรษะบ่อยครั้งและมีความรู้สึกไม่สบายตัวในชีวิตประจำวัน

จากความผิดปกติดังกล่าว จึงทำให้ตัดสินใจเข้ารับการตรวจรักษากับแพทย์ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งแพทย์ได้ตั้งข้อสังเกตและแนะนำให้เจาะเลือดตรวจระดับไขมัน ผลปรากฏว่าสร้างความตกใจให้กับเจ้าตัวเป็นอย่างมาก เนื่องจากพบว่าคอเลสเตอรอลรวมพุ่งสูงเกือบถึงระดับ 400 ทั้งที่ในขณะนั้นตนเองไม่ได้มีรูปร่างอ้วนท้วมแต่อย่างใด
นอกจากนี้ ผลตรวจในขณะนั้นยังพบว่าระดับไขมันตัวอื่น ๆ เช่น แอลดีแอล (LDL) อยู่ในเกณฑ์สูง และไตรกลีเซอไรด์อยู่ที่ประมาณเกือบ 200 อย่างไรก็ตาม แพทย์ได้ระบุว่าลักษณะความผิดปกติที่ดวงตาเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูง การตรวจเลือดอย่างละเอียดและการวินิจฉัยจากแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

หนุ่ม กรรชัย ยอมรับว่า ในช่วงแรกที่แพทย์จ่ายยาลดไขมันในกลุ่มสเตตินให้ ตนเองปฏิเสธการกินเพราะความกังวลเรื่องผลข้างเคียงต่อตับ รวมถึงมีความกลัวเรื่องอาการปวดข้อตามความเชื่อที่เคยได้ยินมา แต่สุดท้ายได้เปลี่ยนใจหลังจากพูดคุยทำความเข้าใจกับแพทย์ที่ให้ข้อมูลว่าแพทย์หลายท่านก็รับประทานยาลุ่มนี้เช่นกัน ทำให้เขาตัดสินใจกินยาอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 10 ปี
กระทั่งในเวลาต่อมาเมื่อได้รับการดูแลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญท่านอื่นที่แนะนำให้ปรับลดระดับ LDL ลงอีกเนื่องจากความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ทำให้มีการปรับเปลี่ยนตัวยา โดยหลังจากรับประทานยาเพิ่มร่วมด้วยเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ผลตรวจล่าสุดพบว่าระดับ LDL ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ราว 107 เหลือเพียง 48 เท่านั้น

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ หนุ่ม กรรชัย เริ่มสอบถามประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว จนทราบว่าบิดามีประวัติภาวะเส้นเลือดตีบและเสียชีวิตด้วยโรคดังกล่าว ทำให้ตระหนักได้ว่าการมีร่างกายแข็งแรงหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อาจไม่เพียงพอที่จะป้องกันความเสี่ยงได้ทั้งหมด หากมีปัจจัยเรื่องพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง พร้อมทั้งย้ำเตือนว่าประสบการณ์ส่วนตัวของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน จึงไม่ควรนำไปใช้ตัดสินหรือปฏิบัติตามอย่างไร้แนวทางทางการแพทย์
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก โหนกระแส

