จอย บียอนด์ เปิดใจ ความรัก 30 ปี ขอสิทธิ์ดูแล 'เจ้าสัวหมื่นล้าน' ลั่นไม่ได้หวังสมบัติ แค่อยากทำหน้าที่ภรรยา

วงการบันเทิงสะเทือนอีกระลอกหลังมีกระแสข่าวลือสะพัดกรณีนางเอกยุค 90 แอบซุ่มคบหาและทำศึกชิงสิทธิ์ดูแลสามีนักธุรกิจหมื่นล้านที่กำลังป่วย
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นักร้องและอดีตนางเอกชื่อดัง จอย บียอนด์ หรือ หทัยทิพย์ สีสังข์ เจ้าของรางวัลตุ๊กตาทองจากภาพยนตร์ ธรณีกรรแสง ได้ควงแขนทนายความส่วนตัวตั้งโต๊ะแถลงข่าว ณ โรงแรม Mida Hotel Don Mueang Airport เพื่อเปิดเผยความจริงทั้งหมดเป็นครั้งแรก

จอยเปิดใจเล่าเหตุการณ์ย้อนกลับไปเมื่อราว 30 ปีก่อน ขณะที่เธอถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ธรณีกรรแสง ได้มีโอกาสพบรักกับท่านเจ้าสัวนักธุรกิจใหญ่ ก่อนตกลงปลงใจคบหาและใช้ชีวิตร่วมกันมาโดยตลอด แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเนื่องจากตกลงใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและไม่เปิดเผยต่อสื่อสาธารณะ แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวรับรู้กันในหมู่เครือญาติและคนใกล้ชิดของทั้งสองฝ่าย โดยเธอมักทำหน้าที่เคียงข้างสามีออกงานและร่วมทำกิจกรรมในครอบครัวมาโดยตลอด
ปัญหาความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อช่วง 4-5 ปีหลัง เมื่อท่านเจ้าสัวเริ่มเผชิญกับอาการป่วยด้วยโรคเบาหวานและโรคอัลไซเมอร์ ในช่วงแรกจอยรับหน้าที่ดูแลเรื่องโภชนาการ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตประจำวันอย่างใกล้ชิด กระทั่งเธอต้องเดินทางไปทำงานร้องเพลงต่างจังหวัด หลานชายของสามีจึงอาศัยรับช่วงพากลับไปดูแลที่บ้านในรั้วเดียวกัน ซึ่งเธอก็ไว้วางใจเพราะคิดว่าเป็นคนคุ้นเคย

ทว่า เมื่อช่วง 8-9 เดือนที่ผ่านมา กลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น เมื่อประตูรีโมตบ้านถูกเปลี่ยนและเธอไม่ได้รับกุญแจสำรอง เมื่อติดต่อขอเข้าบ้านกลับถูกปฏิเสธจากหลานชายคนดังกล่าว โดยได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า สามีรักเธอมากและต้องการให้ลืม รวมถึงมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ของสามีเพื่อตัดขาดการติดต่อ ทำให้เธอไม่สามารถเข้าพบหรือติดต่อสามีได้เลย ต้องใช้วิธีไปเฝ้ารอตามโรงพยาบาลหรือหน้าบ้านแต่ก็ไร้ผล
จอยเล่าทั้งน้ำตาว่า เมื่อเดือนที่ผ่านมาเธอได้บังเอิญเจอกับสามีที่ร้านอาหารประจำ เมื่อท่านเจ้าสัวเห็นหน้าก็เอ่ยปากทักด้วยความคิดถึงว่าหายไปไหนมา และบอกว่าสามารถมาหาได้ตลอดเวลา แสดงให้เห็นว่าความทรงจำบางส่วนยังคงอยู่ แต่เธอกลับพบว่าภาพลักษณ์และการดูแลของสามีเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

เธอยืนยันหนักแน่นว่าตลอด 30 ปีที่ผ่านมาไม่เคยหวังเรื่องทรัพย์สมบัติหรือเงินทอง หากมีความโลภคงจัดการเรื่องทรัพย์สินไปตั้งแต่ช่วงแรกๆ แล้ว สิ่งเดียวที่ต้องการในตอนนี้คือการทวงคืนสิทธิ์และโอกาสในการกลับไปดูแลสามีในบั้นปลายชีวิตตามสัญญาที่เคยให้กันไว้ พร้อมร่ำไห้วอนขอความเมตตาจากหลานชาย ขอให้เห็นใจและอย่ากีดกันความรักของเธอเลย
ทางด้านทนายความส่วนตัวชี้แจงว่า แม้ทั้งคู่จะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน แต่สถานะทางพฤติกรรมคือสามีภรรยาที่ต้องดูแลเกื้อหนุนกันตามศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดี การที่บุคคลภายนอกหรือญาติเข้ามาใช้อาการป่วยมากีดกัน ถือว่าทำให้ฝ่ายผู้ป่วยซึ่งเป็นสามีเสียประโยชน์สูงสุดจากการขาดการดูแลที่เหมาะสม ส่วนในแง่กฎหมายเชิงลึก เช่น การร้องศาลเพื่อแต่งตั้งผู้อนุบาลหรือคนไร้ความสามารถ จะต้องมีการพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริงในขั้นตอนต่อไป

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก Joy Beyond
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

