บุกสกัดสปีดโบ๊ท! ‘ขนอาวุธสงคราม’ รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดอาก้า-กระสุนเฉียด 2 หมื่นนัด

ไล่ล่ากลางทะเล! ตำรวจน้ำแหลมงอบ ผนึก ทัพเรือภาค 1 บุกสกัดสปีดโบ๊ทขนอาวุธสงครามข้ามชาติ รวบ 3 ผู้ต้องหา ยึดอาก้า 2 กระบอก พร้อมกระสุนเฉียด 2 หมื่นนัด ซุกกล่องเหล็กคาถุงปุ๋ย
เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำแหลมงอบ (สถานีตำรวจน้ำ 5 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ) นำโดย พ.ต.ต.พิทักษ์ กิตติ สารวัตรตำรวจน้ำแหลมงอบ ร่วมกับชุดปฏิบัติการข่าว กองข่าว กรมข่าวทหารเรือ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 วางแผนซุ่มจับกุมขบวนการลักลอบขนอาวุธสงครามข้ามชาติ หลังได้รับรายงานสายลับว่าจะมีการลำเลียงอาวุธสงครามมาจากประเทศเพื่อนบ้านทางทะเล เข้ามาทางช่องช้างเพื่อหลบเลี่ยงด่านตรวจความมั่นคงชายแดน
ปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อช่วงบ่าย โดย ด.ต.ราชศักดิ์ พลายคง ผบ.หมู่ ตำรวจน้ำแหลมงอบ พร้อมกำลัง นำเรือสปีดโบ๊ทดักรอ ณ บริเวณสะพานท่าเรือน้ำตกธารมะยม ต.เกาะช้างใต้ อ.เกาะช้าง จ.ตราด กระทั่งได้รับสัญญาณวิทยุแจ้งพบเรือสปีดโบ๊ทต้องสงสัยแล่นผ่านด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงนำเรือออกไล่ล่ากระชั้นชิด พร้อมประสานชุดตำรวจน้ำนอกเครื่องแบบที่ดักซุ่มอยู่บริเวณท่าเรือดิเรก ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ ให้เตรียมพร้อมสกัดจับ จนกระทั่งเรือคนร้ายวิ่งเข้าจอดเทียบท่าเรือดิเรก เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการชาร์จจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 3 ราย (ชาย 2 ราย, หญิง 1 ราย) ซึ่งเป็นคนในพื้นที่จังหวัดตราด พร้อมยึดรถยนต์ SUV สีแดง ทะเบียนตราด ที่มารอรับ
ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไปยัง สภ.แหลมงอบ โดยมี พ.ต.อ.จุมพฏ มัณยาภา ผกก.สภ.แหลมงอบ, นายจำนงค์ศักดิ์ ทิพย์เนตร นายอำเภอแหลมงอบ, จ.ส.อ.ธีรยุทธ ตอซอ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง และเจ้าหน้าที่ทหารนาวิกโยธิน ฉก.ตราด ร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดตรวจสอบกล่องโลหะและลังกระสุนที่ถูกบรรจุในถุงปุ๋ย ผลการตรวจนับของกลางทั้งหมดประกอบด้วย อาวุธปืนอาก้า (AK-47) จำนวน 2 กระบอก , ซองกระสุนปืนอาก้า จำนวน 102 ซอง , กระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. (สีแดง) จำนวน 17 กล่อง รวม 12,244 นัด , กระสุนปืน ขนาด 7.62 มม. (สีเขียว) จำนวน 12 กล่อง รวม 8,400 นัด , กระสุนปืน ขนาด 12.7 มม. จำนวน 9 กล่อง รวม 765 นัด รวมกระสุนปืนสงครามทั้งสิ้น 21,409 นัด
ทั้งนี้ พ.ต.อ.จุมพฏ มัณยาภา ผกก.สภ.แหลมงอบ และ ร.ต.อ.สุกฤษ บึงจันทร์ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เข้าสอบสวนเครียดเพื่อทำสำนวนแจ้งข้อหากรรมหนัก ได้แก่ ครอบครองอาวุธสงคราม และลักลอบนำเข้าอาวุธสงครามอันตรายเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้ ตำรวจเชื่อว่าทำเป็นขบวนการใหญ่ และอยู่ระหว่างขยายผลไปยังบุคคลสำคัญที่เชื่อมโยงเพิ่มเติม โดยยังไม่เปิดเผยชื่อผู้ต้องหาเนื่องจากเกรงว่าจะเสียรูปคดี





