คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ? สาวกิจกรรม ขุดอดีต 20 ปี ช่วยงานมูลนิธิฯโดนหลอกฟัน

วันที่ 22 สิงหาคม 2569 จากกรณีมีข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวอาวุโส ที่เคยเป็นนักโทษคดีม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย
ต่อมา สมยศ พฤกษาเกษมสุข นักกิจกรรมทางการเมืองชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊ก ขอโทษ ถึงตนเองเข้าใจผิด คิดเพียงฝ่ายเดียวว่า คุณ A ให้ความยินยอม
ล่าสุด ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ก “Pornnapa lamsamarn” โพสต์ข้อความว่า เรื่องทำนองนี้ ก็เคยเกิดกับฉันมาก่อนเหมือนกัน... ถ้าเอ่ยชื่อไป... ช็อกกันทั่วเมืองแน่ ...
ต่อมาเจ้าของโพสต์ก็ได้โพสต์อีกว่า "คุณสมยศพูดแล้ว คุณสมบัติมีอะไรจะพูดมั้ยคะ?"
ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ผู้โพสต์ ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า [เรื่องเล่าจากอดีต: เมื่ออุดมการณ์ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลอกใช้คน]
เรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ออกมาเล่าถึงบาดแผลจากการถูกล่วงละเมิดโดย "นักอุดมการณ์" มันทำให้อดีตของฉันฉายภาพซ้ำทับซ้อนขึ้นมา แทบจะเป็นภาพคัดลอกเดียวกัน... ต่างกันแค่ช่วงเวลา และผู้กระทำที่เป็น "คนดัง" อีกคน
ย้อนกลับไปในปี 2549 ตอนนั้นฉันเป็นเพียงเด็กผู้หญิงวัย 20 ที่หอบหัวใจเปี่ยมอุดมการณ์ ลงจากดอยนางนอน เชียงราย มาร่วมประท้วงการยึดอำนาจที่สนามหลวงเพียงลำพัง ฉันไม่รู้จักใครเลยบนพื้นที่แห่งนั้น นอกจากคนดังคนหนึ่งที่เคยพูดคุยกันผ่านเว็บบอร์ด coup19.org(ถ้าจำไม่ผิดนะ)
ด้วยความปลาบปลื้มในตัวเขา เราติดต่อกันผ่าน MSN จนเริ่มคุ้นเคย และไม่นาน... เหตุการณ์ที่เปลี่ยนมุมมองของฉันไปตลอดกาลก็เกิดขึ้น...
วันนั้น ฉันเข้าไปช่วยงานที่สำนักงานมูลนิธิแถวซอยรางน้ำแบบฟรีๆ ด้วยใจที่อยากขับเคลื่อนขบวนการ เมื่อเสร็จงาน ชายคนนั้นชวนออกไปข้างนอกและอาสาจะไปส่งที่พัก เขาพาฉันเดินขึ้นสถานี BTS แต่ปลายทางกลับไม่ใช่การนั่งรถไฟกลับ... เขาพาฉันเลี้ยวเข้าโรงแรมข้างสถานีแทน
ด้วยความเด็กและไม่ประสีประสา ฉันเก้ๆ กังๆ ทำอะไรไม่ถูก แม้นั่นจะไม่ใช่ครั้งแรกในชีวิต แต่มันคือความช็อกที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น จากคนที่หลอกล่อเรามาด้วยความ "ไว้เนื้อเชื่อใจ"
สิ่งที่ทำให้รู้สึกถูกลดทอนคุณค่าที่สุด คือก่อนกลับ... เขายื่นเงินให้ฉัน ประหนึ่งว่าเศษเงินนั้นจะสามารถปิดปาก หรือเปลี่ยนสิ่งที่เขาทำเป็นการซื้อขายได้ แน่นอนว่าฉันปฏิเสธ...
ตอนนั้นยอมรับว่าแอบมีความรู้สึกดีๆ ให้เขา แต่สิ่งที่ฉันไม่เคยรู้เลยก็คือ เขามีภรรยาอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่คนในสำนักงานรู้กันหมด แต่เขาแค่ไม่แสดงตัว... มีเพียงฉันคนเดียวที่หน้ามืดตามัวและไม่รู้เรื่องอะไรเลย...
สรุปคือ ฉันโดนหลอกเต็มๆ โดนหลอกให้ไปช่วยงานฟรี โดนหลอกฟันฟรี และสูญเสียความเคารพศรัทธาที่มีต่อคนดังคนนี้ไปจนหมดสิ้น...
ภายนอกฉันอาจดูเหมือนคนมูฟออนไว เรื่องนี้เหมือนจะไม่ได้สร้างบาดแผลทางใจไปมากกว่าความรู้สึกสมเพชตัวเอง แต่เหตุผลที่แท้จริงที่ฉัน "เลือกที่จะเงียบ" เป็นเพราะฉันกลัวว่าขบวนการประชาธิปไตยที่ทุกคนร่วมกันสร้างมาจะพังทลายลง อีกทั้งในโครงสร้างสังคมแบบนี้ พูดไปเหยื่อก็คงไม่พ้นถูกตราหน้าว่า "สมยอม"
เรื่องเล่าที่ว่ามีนักอุดมการณ์หลอกกินฟรี มันมีเสียงลือเสียงเล่าอ้างมาตลอด... แต่ไม่เคยมีใครกล้าออกมายอมรับตรงๆ ว่าตัวเองคือหนึ่งในเหยื่อ
วันนี้... ฉันนี่แหละคือ "ใบเสร็จ" ที่เขาตามหากัน
ที่ตัดสินใจออกมาพูด เพราะไม่อยากให้ใครต้องตกเป็นเหยื่อของการใช้อุดมการณ์อันบริสุทธิ์มาเป็นเครื่องมือหลอกลวงอีก
คนที่พร่ำเพ้อเรียกร้องหาความยุติธรรมและความเท่าเทียมให้สังคม กลับเอาอุดมการณ์มาบังหน้าเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทาง "กาม" ให้ตัวเอง...
ทุกครั้งที่ฉันเห็นคนคนนี้ในทีวี หรือบนเวทีเสวนา นั่งพูดจาสวยหรูเรื่องความบริสุทธิ์ยุติธรรม... มันทำให้ฉันสะอิดสะเอียนจนแทบอยากจะอาเจียน
"แมงดาแห่งประชาธิปไตย" ที่เล่นกับไฟอุดมการณ์ของผู้คน ไม่ควรมีที่ยืนอีกต่อไป
ไม่ว่าเรื่องในวันนั้นจะดำเนินคดีได้หรือไม่ แต่วันนี้ฉันขอเป็นส่วนหนึ่งที่กระชากหน้ากากคนจอมปลอมพวกนี้ออกมา เพื่อเป็นเกราะป้องกันไม่ให้ใครต้องมาแตกสลายเพราะคนแบบนี้อีกต่อไป


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

