เปิดปฏิบัติการล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว พบปืนหายจากระบบถึง 2,255 กระบอก

เปิดปฏิบัติการล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว พบปืนหายจากระบบถึง 2,255 กระบอก
วันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 10.00 น.ภายใต้นโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มีนโยบายสำคัญเร่งด่วนคือการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การจัดระเบียบสังคมและปราบปรามผู้มีอิทธิพล ได้มอบหมายให้นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง, นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง, นายวิรุฬห์ สิทธิวงศ์ รองอธิบดีกรมการปกครอง, ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ สั่งการให้ นายศักดิ์ชัย โรจนรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง เปิดปฏิบัติการ ล้างปืนเถื่อนเมืองสองแคว นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เข้าตรวจค้นสถานที่ตามหมายศาลจังหวัดพิษณุโลก เเละสถานที่ต้องสงสัย พบขบวนการค้าอาวุธปืนโดยมิชอบในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก
จุดเริ่มต้นของปฏิบัติการ สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้ตรวจพบเกี่ยวกับความผิดปกติของระบบอาวุธปืนของอำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก พบว่า มีผู้ที่มีใบอนุญาตให้ซื้ออาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนส่วนบุคคล (แบบ ป.3) แต่ไม่ได้นำมาออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน (แบบ ป.4) ข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2563 - 2569 จำนวน 2,255 ฉบับ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่น่าเชื่อได้ว่าอาจมีการปลอมแปลงเอกสารราชการหรือลายมือชื่อเจ้าพนักงาน เพื่อใช้ในการซื้ออาวุธปืนโดยมิชอบ จึงสั่งให้ อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ตรวจสอบและรายงานความผิดปกติกรณีดังกล่าว จากนั้น อธิบดีกรมการปกครอง จึงสั่งการให้ ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง สืบสวนข้อเท็จจริงและดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ จึงเป็นที่มาของปฏิบัติการดังกล่าว

ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้นำหมายค้นจากศาลจังหวัดพิษณุโลก เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายอาวุธปืน เเละบ้านผู้ต้องสงสัยเป็นนายหน้า จำนวน 3 แห่ง
หลังการเปิดปฏิบัติการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นร้านค้าปืนเเละบ้านนายหน้ากระบวนการค้าปืนเถื่อน รวมถึงตรวจสอบเอกสารการออกใบ ป.3 ของอำเภอเมืองพิษณุโลก เจ้าหน้าที่จึงยึดพยานหลักฐานสำคัญ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ มีไว้ ได้ใช้ ได้มาซึ่งการกระทำความผิด เเละนำมาตรวจสอบอย่างละเอียด
สำหรับเครือข่ายดังกล่าวคาดว่ามีการทำกันเป็นขบวนการ มีการวางแผนการทำงานในลักษณะกลุ่มอาชญากร แบ่งหน้าที่กันทำชัดเจน โดยร้านจำหน่ายอาวุธปืนร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐอาศัยอำนาจหน้าที่ โดยใช้นายหน้าในการจัดหาและกระจายอาวุธปืนออกนอกระบบ ซึ่งถือเป็นขบวนการทุจริตและเป็นภัยต่อความมั่นคงอย่างร้ายแรง
จากการสืบสวนทางลับ ทราบว่ามีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับร้านค้าอาวุธปืนบางร้าน อาศัยช่องทางนำปืนสวัสดิการออกไปขายยังชนกลุ่มน้อย โดยอาศัยช่องทางชายแดนภาคเหนือ ก่อนหน้านี้มีการข่าวว่าขบวนการขนอาวุธปืนออกไปขายถูกสกัดได้ก่อนออกไปชายแดน แต่อาศัยเครือข่ายกว้างขวางหาช่องทางให้ผู้มารับผิดแทน ทำให้ตัวการใหญ่ยังไม่ถูกดำเนินคดี

ผลพวงจากการกระทำของขบวนการดังกล่าว คาดว่าส่งผลให้มีอาวุธปืนหลุดรอดไปอยู่ในมือบุคคลที่ไม่ผ่านการกลั่นกรองตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดน ซึ่งหลังจากนี้จะยังคงเร่งรัดประสานดำเนินการขยายผลต่อเนื่องว่ามีเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือมีส่วนรู้เห็นเพิ่มเติมด้วยหรือไม่ และหากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น
และจากการตรวจสอบพบว่ามีร้านปืนแห่งหนึ่งอยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีโดยชุดปฏิบัติพิเศษกรมการปกครอง กรณีจับกุมขบวนการทุจริตปลอมแปลงใบ ป.3 ที่ทำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย และจะถูกร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีในครั้งนี้อีก ซึ่งกรมการปกครอง จะได้มีหนังสือแจ้งให้อำเภอเมืองพิษณุโลกพิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตให้ค้าอาวุธปืนต่อไป
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เน้นย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการระดับใด หรือเคยดำรงตำแหน่งใหญ่โตแค่ไหน หากใช้ช่องโหว่ของกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ จะต้องถูกดำเนินคดีให้ถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้นอย่างเด็ดขาด
หากประชาชนมีข้อร้องเรียน สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอและจังหวัด หรือร้องเรียนผ่านสายด่วนศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย หมายเลข 1567 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

