ตามบี้พ่อทิพย์ กมธ.สาธารณสุขขยับ เรียกข้อมูลฉาวจากรพ.

“สกลธี”เดินหน้าสางปม“พ่อทิพย์–แม่ทิพย์”จี้หน่วยงานส่งข้อมูลโรงพยาบาลต้องสงสัย เตรียมใช้อำนาจเรียกหากยังไม่ร่วมมือ ด้านที่เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมพ่อทิพย์ วัย 23 ปี แจ้งเกิดให้ลูกติดแฟนสาวชาวเขาเผ่าลาหู่ แต่ไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจดีเอ็นเอ อ้างเพิ่งคบได้ 2 เดือน ก่อนคลอด
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายปธิกร เอี่ยมสะอาด นายอำเภอไชยปราการเปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก นายอนุชา สุพร ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง และนายนคร กาวิชัย ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง ว่าได้บูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการ DOPA N.I.C.E กรมการปกครอง จับกุมพ่อทิพย์ แจ้งเกิดบุตรกรณีมารดาไม่มีสัญชาติไทย บิดาสัญชาติไทยซึ่งถือเป็นรายที่ 2 ที่เกิดขึ้นในอ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ โดยรายแรกถูกจับกุมไปเมื่อวันที่ 4 สิงหาคมที่ผ่านมา
ส่วนรายล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ซึ่งชาวไทยภูเขา เผ่าลาหู่ มีสัญชาติไทย ชื่อ นายดนุสรณ์ จะหยีอายุ 23 ปี ได้เดินทางมาแจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าวที่สำนักทะเบียนอำเภอไชยปราการ โดยอ้างว่าตนเป็นบิดาของเด็กที่จะแจ้งเกิด ส่วนแม่ของเด็กเป็นหญิงชาวเขาเผ่าลาหู่ ไม่มีสัญชาติไทย ชื่อ นางหมวย (ไม่มีชื่อสกุล) พร้อมนำหลักฐานสมุดฝากครรภ์ ซึ่งมีชื่อของ นายดนุสรณ์ จะหยี อยู่ในช่องรายการบิดา และหนังสือรับรองการเกิด ท.ร.1/1 จากโรงพยาบาลไชยปราการ มาแสดงต่อเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่สอบสวนข้อมูลเพิ่มเติมอย่างละเอียด พร้อมแจ้งนายดนุสรณ์ว่าจะมีการตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันความสัมพันธ์แต่นายดนุสรณ์ปฏิเสธการตรวจ ก่อนจะรับสารภาพกับเจ้าหน้าที่ว่าตนเองเพิ่งอยู่กินด้วยกับนางหมวย ซึ่งตั้งท้องอยู่ก่อนแล้วประมาณ 6 เดือน และมาอยู่กินกับตนได้เพียง 2 เดือน จากนั้น นายดนุสรณ์ได้พานางหมวยไปฝากครรภ์ ที่โรงพยาบาลไชยปราการ และใส่ชื่อของตนเองในรายการบิดา เจ้าหน้าที่จึงทำบันทึกจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไชยปราการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย
นายอำเภอไชยปราการ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทางอำเภอได้เน้นย้ำเรื่องการแจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าว เพราะในพื้นที่มีชาวไทยภูเขาอาศัยอยู่หลากหลายกลุ่มและบางส่วนก็ยังไม่มีสัญชาติไทยกรณีการแจ้งเกิดให้เด็กที่มารดาไม่มีสัญชาติไทย และบิดาสัญชาติไทยจะต้องมีความสัมพันธ์เป็นพ่อแม่ลูกกันจริงๆ เคสนี้ฝ่ายชายเพิ่งคบหากับแม่ของเด็กได้เพียง 2 เดือนเท่านั้น จึงรับเป็นพ่อและมาแจ้งเกิดให้ ไม่ใช่ขบวนการพ่อทิพย์รับแจ้งเกิดให้เด็กต่างด้าวแต่อย่างใด
นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความคืบหน้าการตรวจสอบประเด็น พ่อทิพย์แม่ทิพย์ สวมรอยรับรองบุตรผ่านโรงพยาบาล ว่า ตอนนี้ข้อจำกัดของกมธ. คือรอเอกสารจากหน่วยงาน เนื่องจากมีความกังวลในการเปิดเผยข้อมูล ซึ่งตนขอให้เปิดเผยรายชื่อของโรงพยาบาลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย และให้ส่งข้อมูลมายังกมธ. เพื่อเรียกโรงพยาบาลเหล่านั้นมาชี้แจง ในส่วนของกรุงเทพมหานคร กมธ. ได้ขอรายชื่อของผู้ที่มีแนวโน้มเป็นพ่อทิพย์ ซึ่งในกรุงเทพมหานครมีประมาณ500 กว่าคน ตอนนี้ยังคงรอเอกสารอยู่ จุดประสงค์ของกมธ.คือต้องการหาคนรับผิดชอบเรื่องนี้เพราะไม่ใช่แค่การมาจับ ปรับ จบกันและเงียบกันไป การกระทำเหล่านี้มักทำเป็นขบวนการ เราอยากไปให้สุด หากได้ข้อมูลมาตนจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง เพื่อส่งต่อไปยังกมธ. อื่นที่มีอำนาจ เช่น กมธ.ปปง. เพื่อตรวจเส้นเงินขบวนการเหล่านี้ เป็นการขุดรากถอนโคนเงินเทาที่เข้ามา ในทุกวงการรวมถึงสาธารณสุขด้วยเช่นกัน
เมื่อถามว่า การที่หน่วยงานไม่ให้ความร่วมมือแบบนี้ ทางกมธ. สามารถทำอะไรได้บ้าง นายสกลธี กล่าวว่า มีพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อำนาจเรียก แต่เราไม่อยากให้ไปถึงจุดนั้น สิ่งที่กมธ. ขอไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เราต้องการแก้ปัญหา ซึ่งข้อมูลในมือตนก็มี เพียงแค่อยากได้การยืนยันชัดเจนจากหน่วยงาน แต่ถ้าขอกันแบบปกติไม่ได้ คงต้องใช้พ.ร.บ.อำนาจเรียก หรือเชิญหน่วยงานนั้นมาทุกสัปดาห์จากการตรวจสอบเบื้องต้นเดือนที่ผ่านมามีโรงพยาบาลเอกชนประมาณ 8 แห่ง ที่เกี่ยวข้อง แต่ตอนนี้เกือบ 20 กว่าที่แล้ว และในสัปดาห์หน้า ที่จะมีการประชุมสภาฯ ตนก็มีเรื่องแอปพลิเคชันหมอพร้อมทิพย์ เข้ามา ยืนยันว่าจะเดินหน้าเรื่องพ่อทิพย์ แม่ทิพย์ให้ถึงที่สุด เพราะเราเห็นว่าทุนเทาไปในทุกกระบวนการ แม้กระทั่งในสาธารณสุขเองก็กัดกินงบประมาณของคนไทย
เมื่อถามว่า แอปหมอพร้อม ทางกมธ.จะมีการตรวจสอบอย่างไร เพราะล่าสุดสาธารณสุขออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงการคีย์ข้อมูลผิด นายสกลธี กล่าวว่า ตนได้ฟังทางสาธารณสุขชี้แจง คิดว่าไม่เพียงพอ เพราะมีผู้มาร้องถึง 200-300 ราย มีแนวโน้มว่าไม่ใช่การคีย์ผิด แต่จะเป็นการทุจริตหรือไม่ก็จะเชิญผู้ชี้แจงมาอีกครั้งหนึ่ง กรณีกระทบกับความเชื่อมั่น ซึ่งตนเคยทำหนังสือเชิญปลัดกระทรวงสาธารณสุขไป แต่จะส่งใครมาตนไม่ติดใจ แต่ควรจะต้องเป็นคนที่รู้เรื่องเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้มีแนวโน้มการทุจริต ไม่ใช่การคีย์ผิดทั้งหมด
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการทุจริตมากกว่าใช่หรือไม่ นายสกลธี กล่าวว่า มีบางคนพูดว่า ถ้าจับกันจริงๆแทบไม่มีโรงพยาบาลไหนในประเทศไทยเลยที่ทำถูก แต่ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ตนคิดว่าควรต้องมีการสังคายนา ถ้าจะเป็นเรื่องของเคพีไอทางกระทรวงสาธารณสุขก็ต้องปรับตรงนั้น ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่ใช่รีบมาสรุปว่าคีย์ข้อมูลทิพย์ แล้วจบกันไป

