โวรมต.ตอบได้ทุกเรื่อง รบ.ไม่มีแผล กรวีร์มั่นใจศึกซักฟอก ปชป.เล็งเป้า‘ไชยชนก’

“กรวีร์ ปริศนานันทกุล”ประธานวิปรัฐบาล มั่นใจรับมือศึกซักฟอก ได้สบายเพราะรัฐบาลไม่มีบาดแผล เชื่อบรรดารัฐมนตรี ตอบได้ทุกเรื่อง ไม่ขัดข้องถ้าฝ่ายค้านอภิปรายคดี“ฮั้วสว.”ด้านประชาธิปัตย์ นัดประชุมกินโต๊ะลูกเนวิน 25 สิงหาคม
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจทางวิปรัฐบาลจะมีการนัดประชุมเตรียมรับมือก่อนหรือไม่ว่า ยัง เพราะไม่ทราบว่าฝ่ายค้านจะยื่นเมื่อไหร่และญัตติเป็นเรื่องอะไรบ้าง ต้องรอให้ชัดเจนก่อน เพื่อที่เราจะได้พูดคุยกันถูก ทั้งนี้ การยื่นเป็นสิทธิ์ของฝ่ายค้านอยู่แล้วซึ่งเขาคงจะต้องยื่นไม่งั้น ก็จะเสียสิทธิ์การอภิปรายไม่ไว้วางใจ
เมื่อถามว่ามีการเก็งการบ้านไว้หรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะหยิบประเด็นไหนขึ้นมาอภิปราย นายกรวีร์ กล่าวว่าไม่ทราบเลย แต่จะเป็นประเด็นไหนก็ได้ เพราะเราไม่ได้กังวล และเชื่อว่ารัฐมนตรีจะสามารถตอบข้อชี้แจง อธิบายเหตุผลให้กับฝ่ายค้านทุกเรื่องได้อยู่แล้ว
ไม่ขัดฝ่ายค้านอภิปรายคดีฮั้วสว.
เมื่อถามว่าพรรคฝ่ายค้านจั่วหัวเรื่องคดีฮั้ว สว.เยอะมาก มองว่าเรื่องนี้สามารถอภิปรายได้หรือไม่ เพราะเหมือนจะไม่เกี่ยวกับรัฐบาล นายกรวีร์กล่าวว่า ก็ต้องไปดูว่าเขาจะโยงให้เกี่ยวยังไง ตนก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไปเกี่ยวตรงไหน เพราะขณะนี้เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หากเขามีเรื่องส่งฟ้องศาลก็อยู่ที่ศาล ดังนั้น ก็ต้องดูว่าประเด็นไหนที่เขาคิดว่าเกี่ยวข้องกับรัฐบาล
เมื่อถามว่าจะต้องให้นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร วินิจฉัยญัตติก่อนหรือไม่ว่าประเด็นนี้สามารถอภิปรายได้หรือไม่ นายกรวีร์ กล่าวว่า ตอนนี้เราคาดการณ์กันไปเองทั้งหมด ยังไม่รู้ว่าเขาจะยื่นเรื่องเรื่องอะไรและญัตติที่เค้าเสนอจะเกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินตรงไหน หากเขามีเหตุผลและหลักฐานที่สามารถชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องของรัฐบาล ก็ค่อยมาดูอีกที อย่างไรก็ตาม การเลือก สว.เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 ปีก่อน ก่อนที่รัฐบาลชุดนี้จะเข้ามาบริหาร ดังนั้น หากมีเรื่องไหนที่เกี่ยวข้องกับฝ่าย ตนมองว่าก็อภิปรายได้ แต่ก็ต้องไปดูว่า
เกี่ยวตรงไหน
“ตามขั้นตอนขณะนี้ รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่ในการไปสืบข้อเท็จจริงอะไรแล้ว และรัฐบาลก็ไม่ได้เป็นคนจัดการเลือกตั้ง เพราะเป็นเรื่องของกกต.จึงอยากแยกเรื่องนี้ให้ชัดเจน แต่หากเขามีข้อมูลว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีไปเกี่ยวข้อง ก็อาจจะอภิปรายได้ แต่ตอนนี้ยังเร็วไปที่จะบอก ดังนั้น ต้องรอดูญัตติก่อน” ประธานวิปรัฐบาล กล่าวย้ำ
เมื่อถามว่าหากมีการลงมติ มั่นใจหรือไม่ว่าเสียงของรัฐบาลจะโหวตครบ นายกรวีร์ กล่าวว่ามั่นใจว่ารัฐบาลตอบข้อซักถามได้ทั้งหมด ไม่มีแผลอะไรที่จะตอบไม่ได้ ส่วนเรื่องคะแนนเสียง คงจะต้องไปพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลก่อน ต้องให้เกียรติกัน ดูเหตุผลและสิ่งที่รัฐบาลตอบก่อนว่ามีน้ำหนักหรือฟังได้หรือไม่ แต่หากชี้แจงชัดเจน สภาฯยกมือผ่านอยู่แล้ว
ปธ.กมธ.ตำรวจฯชงจัดระเบียบกมธ.
ขณะที่ นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎรเปิดเผยว่า ตนสนับสนุนแนวคิดของนายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่เสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรพิจารณากำหนดกรอบอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะให้มีความชัดเจนเพื่อป้องกันการทำงานที่ซ้ำซ้อน และก้าวก่ายอำนาจกันเอง
“ซึ่งปัญหาในการทำงานของสภาฯชุดปัจจุบัน ประธานกมธ.บางคณะไม่ทำหน้าที่ในกรอบบทบาทหน้าที่ของคณะตนเองอย่างแท้จริง โดยพบว่ามีการใช้อำนาจเกินหน้าที่ และอำนาจตามข้อบังคับฯเพื่อมุ่งหวังผลทางการเมืองเป็นหลัก มีพฤติกรรมนำประเด็นจากสื่อมาปั้นน้ำเป็นตัวหรือจับแพะชนแกะเพื่อสร้างเรื่องราวซึ่งทำให้บุคคลหรือหน่วยงานที่ถูกพาดพิงได้รับความเสียหายอย่างมาก”
นายวัชรพงศ์ ย้ำ
เตือนใช้อำนาจเกินขอบเขต
นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้นจึงขอเตือนอย่างจริงจังไปยังกมธ.ที่มีพฤติกรรมดังกล่าวว่าหากยังคงใช้อำนาจโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายรวมทั้งใช้พ.ร.บ.คำสั่งเรียกโดยมิชอบ หรือเกินขอบเขตจนเข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผู้เสียหายมีสิทธิใช้ช่องทางกฎหมายตอบโต้กลับได้ ทั้งการแจ้งความดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบรวมถึงการยื่นสอบจริยธรรมผ่านประธานสภาฯและส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบและเอาผิดต่อไปได้
“ต้องการให้ประธานสภาฯมีแนวปฏิบัติกลางสำหรับกมธ.ทั้ง35 คณะ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานในการทำงาน ซึ่งการวางกรอบอำนาจที่ชัดเจนนี้จะช่วยลดภาระแก่หน่วยงานรัฐและประชาชนที่ถูกเรียกชี้แจง อีกทั้งยังทำให้การใช้อำนาจของ กมธ.มีความโปร่งใส เป็นไปตามหลักนิติรัฐไม่ซ้ำซ้อน และไม่ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทำลายล้างทางการเมืองอีกด้วย” ประธานกมธ.ตำรวจกล่าว
ปชป.นัด25ส.ค.ถกวางกรอบซักฟอก
ที่รัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ในวันที่25 ส.ค. จะมีการประชุมพรรคนัดสำคัญ คาดจะมีการหารือเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางรวมถึงเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญและอีกหลายอย่าง ที่รัฐบาลจะนำเข้าสู่การประชุมสมัยหน้านี้ โดยในส่วนของการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ทางนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ก็จับประเด็นเรื่องฮั้ว สว. อยู่ นางการดีเลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จับเรื่อง TH-AI Passport ส่วนตนกำลังดูอยู่ว่าการปล่อยปละละเลยในกระทรวงสาธารณสุข ทั้งเรื่องกัญชา พ่อทิพย์ หมอพร้อมทิพย์ ก็จะดูว่ารัฐมนตรีละเลยในการบริหารและการแก้ไขหรือไม่รวมถึงปัญหาที่หมักหมมในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)
ขอใช้เวทีเปิดข้อมูลให้ปชช.ตัดสิน
เมื่อถามว่ามองว่าถึงเวลาแล้วที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือไม่ นายสกลธีกล่าวว่า มีหลายเรื่องที่มีเหตุผลและสิ่งที่บ่งชี้ให้ประชาชนเห็นความไม่ชอบมาพากลได้ ส่วนที่เสียงของฝ่ายค้านอาจจะไม่พอล้มรัฐบาล นายสกลธีกล่าวว่า ฝ่ายค้านล้มรัฐบาลเรื่องการซักฟอกยากอยู่แล้ว แต่อย่างน้อยก็เป็นเวทีที่ชี้ให้เห็น ได้เปิดเผยให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน บางครั้งอาจจะชนะการโหวต แต่แพ้ในสายตาประชาชนซึ่งขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือและน้ำหนักข้อมูล
นายกฯปิดฉากเยือนแดนกีวี
วันเดียวกัน ที่โอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภารกิจวันสุดท้ายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในการเดินทางเยือนประเทศนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ โดยเมื่อช่วงเช้าเวลา 08.50 น. ตามเวลาท้องถิ่นที่เร็วกว่าไทย 5 ชั่วโมง (ตรงกับ 03.50 น. ตามเวลาประเทศไทย)
นายกรัฐมนตรีได้เปิดห้อง Harbour 1 ชั้น 2 ณ โรงแรม Park Hyatt Auckland จัดเลี้ยงอาหารเช้า และพบปะพูดคุยกับตัวแทนชุมชนชาวไทยกว่า 100 คน ที่พำนักอยู่ในนครโอ๊คแลนด์โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญหลายมิติทั้งการชี้แจงสาเหตุการเปลี่ยนสถานที่กะทันหัน โดยกล่าวว่าขออภัยพี่น้องชาวไทยที่ต้องเปลี่ยนสถานที่นัดหมายอย่างกะทันหัน เดิมทีตั้งใจอย่างยิ่งที่จะไปไหว้พระและพบปะชุมชนชาวไทยที่วัด ซึ่งเป็นสถานที่ที่คุ้นเคยและให้ความเป็นกันเองมากกว่า ได้พยายามเจรจาต่อรองกับทางการนิวซีแลนด์อย่างเต็มที่แล้วแต่ทางการนิวซีแลนด์ไม่อนุญาตเนื่องจากการเดินทางไปวัด ไม่ได้อยู่ในกำหนดการอย่างเป็นทางการ และมีความกังวลด้านมาตรฐานความปลอดภัย
พร้อมเล่าติดตลกว่า “ไอ้จะหลบออกไปก็หลบออกไปลำบากเพราะเขาเฝ้าหน้าห้องอยู่หนา 3 คน ในห้องก็มีคนเฝ้าอีกคนนึง” ทำให้ต้องตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการเชิญพี่น้องชาวไทยทุกคนมาพบกันที่โรงแรมที่พักแทนพร้อมจัดเตรียมอาหารเช้าดูแลอย่างเต็มที่
ยืนยันรัฐบาลผสมเหนียวแน่น
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้แนะนำคณะผู้แทนระดับสูงและรัฐมนตรีที่ร่วมเดินทางมาปฏิบัติภารกิจ เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการของรัฐบาลโดยระหว่างการแนะนำตัวนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้จะเป็นรัฐบาลผสมร่วมกัน แต่ทุกพรรคก็จับมือทำงานอย่างมีเสถียรภาพ และมีเป้าหมายเดียวกันเพื่อประเทศชาติ
จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้สรุปภาพรวมความสำเร็จของภารกิจครั้งนี้ว่าคณะได้เริ่มเดินทางจากนครซิดนีย์ สู่กรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งได้มีโอกาสไปเยือนวัดไทยและพบปะชุมชนที่นั่นและได้เข้าพบทั้งผู้ว่าการรัฐและนายกรัฐมนตรี ภาพรวมความสัมพันธ์ระหว่าง ไทย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ถือว่าอยู่ในระดับที่ดีมาก โดยได้มีการวางกลยุทธ์และลงนามข้อตกลง (MOU) เพื่อยกระดับสู่การเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์อย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการค้า เศรษฐกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยีและการลงทุน โดยจะมีการใช้ประโยชน์จากข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) อย่างเต็มรูปแบบ
ยันสถานการณ์ชายแดนสงบดี
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่ามิติของความมั่นคงยืนยันว่าสถานการณ์ชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนกัมพูชา สระแก้ว ปราจีนบุรี บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี จันทบุรี ตราด ล้วนมีความสงบเรียบร้อยไม่มีการปะทะทางทหารใดๆ สำหรับประเด็นพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชานั้น รัฐบาลได้ใช้นโยบาย “โฮลไว้ก่อน” (ชะลอการเจรจาข้อพิพาท)เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและมุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
ย้ำร่วมมืออาเซียนปราบแก๊งคอลฯ
ส่วนประเด็นความไม่สงบใน เมียนมา รัฐบาลยืนยันว่าไม่สนับสนุนให้ชนกลุ่มน้อยใช้อาวุธหรือใช้พื้นที่ชายแดนสร้างผลกระทบต่อไทย โดยไทยกำลังทำงานร่วมกับอาเซียนอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่ตามมา เช่น ปัญหายาเสพติด แก๊งคอลเซ็นเตอร์และการบริหารจัดการพลังงานก๊าซธรรมชาติเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ
นายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวถึงมิติทางเศรษฐกิจว่า ตัวเลขเศรษฐกิจที่เป็นบวกอย่างชัดเจน เพื่อตอกย้ำเสถียรภาพของรัฐบาล ปัจจุบันตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เติบโตขึ้นเกือบ 100% ขณะที่การส่งออกขยายตัวถึง 20% ประกอบกับค่าเงินบาทที่มีเสถียรภาพ ตลาดหลักทรัพย์ที่แข็งแกร่ง
และความน่าเชื่อถือของประเทศที่อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม
ในช่วงท้าย นายกฯได้กล่าวยกย่องคนไทยในต่างแดนทุกคนไม่ว่าจะประกอบอาชีพใด เช่น เจ้าของร้านอาหารไทยหรือเชฟว่าทุกคนเปรียบเสมือน เอกอัครราชทูตหรือทูตวัฒนธรรมที่ช่วยสร้างชื่อเสียง สร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดชาวต่างชาติให้สนใจประเทศไทย พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนและรับฟังทุกปัญหาอย่างเต็มที่ และขอให้ทุกคนรอข่าวดีในเร็วๆ นี้เกี่ยวกับการที่สายการบินไทยมีแผนจะกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินตรง กรุงเทพฯ-โอ๊คแลนด์ อีกครั้ง
สิ้น ‘เกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์’
เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 นายอานันท์ อมรินทร์ สส.จังหวัดอุดรธานี พรรคประชาชน ได้เผยผ่านเฟซบุ๊กว่า “ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งต่อการถึงแก่อสัญกรรมของอาเหล่ากู๋ เกียรติชัย ชัยเชาวรัตน์
อาเหล่ากู๋ได้ทำงานรับใช้บ้านเมืองมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี และรัฐมนตรีหลายสมัย เป็นแบบอย่างของคนคนหนึ่งที่ได้อุทิศชีวิตให้กับบ้านเมืองและประชาชน ขอให้ดวงวิญญาณของอาเหล่ากู๋ไปสู่สุคติ และพักผ่อนอย่างสงบครับ ด้วยรักและอาลัย”
ทั้งนี้ สำหรับ นายเกียรติชัย เกิดเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2481ที่จังหวัดอุดรธานี เคยเป็นอดีตรัฐมนตรี และอดีตสส.อุดรธานี 6 สมัย โดยได้รับเลือกตั้งครั้งแรก ปี 2526 และได้รับเลือกเรื่อยมา จนถึงปี 2539 เคยได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาล นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ โดยจากไปอย่างสงบเมื่อคืนที่ผ่านมาสิริอายุ 88 ปี

