บึ้ม-เผาคืนเดียว51จุดรวด ป่วน3จว.ใต้ รถยนต์ราชการยับ ‘ร้านสะดวกซื้อ’วอด ทบ.ปัดข่าวฮ.กราดยิง

กอ.รมน.ภาค 4 สน.สรุปเหตุป่วนใต้ 51 เหตุการณ์ แม่ทัพภาค 4 เชื่อคนร้ายก่อเหตุตอบโต้รัฐปิดล้อมตรวจค้น จับกุมยาเสพติด-สิ่งผิดกฎหมายต่อเนื่อง ปัดข่าว ฮ.ทหาร กราดยิงชาวบ้าน ด้านหน่วยปฏิบัติการพิเศษ รวบ 4 ผู้ต้องหายึดปืนเอเค-47 เคยถูกใช้ก่อเหตุฆ่าผู้อื่น 2 คดี โจรใต้เหิม บึ้มซ้ำอีกที่สุไหงปาดี ระเบิดหมอนทางรถไฟ รฟท.ต้องปิดเส้นทางชั่วคราว ด้านนายกฯ สั่งดูแลชาวบ้านได้รับผลกระทบ
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ออกมาเคลื่อนไหวก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ช่วงค่ำวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกระจายกันก่อเหตุทั้งวางระเบิด วางเพลิง บุกจับยามมัดแล้วขโมยรถของ อบต.เข้าปล้นร้านสะดวกซื้อ ทั้งใน จ.นราธิวาส จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี จนต้องมีการประกาศเคอร์ฟิวบางพื้นที่ไปแล้วนั้น ทางกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า(กอ.รมน.ภาค 4 สน.) สรุปสถานการณ์ซึ่งเกิดเหตุหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
โจรใต้ก่อเหตุป่วน51จุด
ทั้งนี้ ได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยงานด้านความมั่นคง เร่งเข้าตรวจสอบ ควบคุมพื้นที่ และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยสรุปเหตุการณ์ ในช่วงเวลา 24.00 น.วันที่ 22 สิงหาคม 2569 รวมทั้งสิ้น 51 เหตุการณ์ แบ่งเป็น จ.นราธิวาส 22 เหตุการณ์ จ.ปัตตานี 11 เหตุการณ์ และ จ.ยะลา18 เหตุการณ์ มีรายละเอียดดังนี้ จ.นราธิวาส แยกเป็น อ.จะแนะ 4 เหตุการณ์ อ.ศรีสาคร 1 เหตุการณ์ อ.แว้ง1 เหตุการณ์ อ.บาเจาะ 3 เหตุการณ์ อ.เมือง1 เหตุการณ์ อ.เจาะไอร้อง 1 เหตุการณ์ อ.ระแงะ 5 เหตุการณ์ อ.สุไหงโก-ลก 1 เหตุการณ์ อ.ตากใบ 2 เหตุการณ์ อ.ยี่งอ 1 เหตุการณ์ อ.รือเสาะ 1 เหตุการณ์ อ.สุไหงปาดี 1 เหตุการณ์ เบื้องต้นมีประชาชนได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ปัตตานี-ยะลาไม่พบผู้บาดเจ็บ
จ.ปัตตานี แยกเป็น อ.ยะรัง 3เหตุการณ์ อ.ยะหริ่ง 2 เหตุการณ์ อ.หนองจิก 3เหตุการณ์ อ.สายบุรี1เหตุการณ์ อ.ทุ่งยางแดง 1 เหตุการณ์ อ.โคกโพธิ์ 1 เหตุการณ์ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และ จ.ยะลาแยกเป็น อ.ธารโต 8 เหตุการณ์ อ.บันนังสตา 6 เหตุการณ์ อ.รามัน 2เหตุการณ์ เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากภาพรวมดังกล่าว ปัจจุบันเจ้าหน้าที่เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์แต่ละจุด พร้อมควบคุมพื้นที่และดูแลประชาชน ตลอดจนผู้ได้รับผลกระทบ โดยให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม และเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินการตามกฎหมาย
มทภ.4เร่งคลี่คลายสถานการณ์
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่ เร่งเข้าตรวจสอบและควบคุมพื้นที่ ดูแลประชาชนและผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนเร่งคลี่คลายสถานการณ์ให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด โดยกำชับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรอบคอบ และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
ปัดใช้ฮ.บินกราดยิงลงพื้นดิน
พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะ ผอ.กอ.รมน.ภาค 4 กล่าวถึงกรณีที่มีการกล่าวอ้างว่ามีผู้ถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งห้วงห้วงเวลาดังกล่าวมีการใช้เฮลิคอปเตอร์ และโดรนลาดตระเวนเส้นทางต่างๆ จริง แต่ไม่มีการใช้อาวุธหรือยิงกระสุนจากเฮลิคอปเตอร์ สู่พื้นดินแต่อย่างใด โดยหากใช้อาวุธจากเฮลิคอปเตอร์ลักษณะอัตโนมัติ ยานพาหนะหรือเป้าหมายจะไม่สามารรอดพ้นได้
เชื่อดิสเครดิตตอบโต้ฝ่ายรัฐ
พล.ท.นรธิป กล่าวถึงภาพรวมสถานการณ์ในพื้นที่ว่าการก่อเหตุที่เกิดขึ้นแม้ภาพรวมอาจไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตของประชาชนหรือเจ้าหน้าที่โดยตรง แต่เป็นลักษณะของการสร้างสถานการณ์เพื่อดิสเครดิตการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ พร้อมระบุว่า ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการปิดล้อมตรวจค้นและกดดันกลุ่มผู้ก่อเหตุในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง โดยใช้กำลังที่มีอยู่ในทุกพื้นที่
ชี้ยานรกเชื่อมโยงกลุ่มผู้ก่อเหตุ
นอกจากนี้ ยังดำเนินการตาม “ยุทธการ 90 วันพิฆาตยาเสพติด” จับกุมยาเสพติดจำนวนมาก ผู้กระทำความผิดอีกหลายราย โดยช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา สามารถจับกุมขบวนการค้าของผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.ยะรัง ยึดของกลางบุหรี่ผิดกฎหมายกว่า 2,000,000 มวน และเงินสดอีกประมาณ 18 ล้านบาท
แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติด และมีการประเมินว่ามูลค่าการค้าผิดกฎหมายแต่ละเดือนอาจสูงหลักหลายร้อยล้านบาท ซึ่งอาจเป็นแรงจูงใจให้กลุ่มผู้เสียผลประโยชน์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ
ยันคงเข้มงวดต่อสิ่งผิดกม.
“สิ่งเหล่านี้คือแหล่งเงินทุนของขบวนการก่อความไม่สงบและมีการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง จึงเป็นไปได้ว่ากลุ่มผู้เสียผลประโยชน์อาจพยายามสร้างสถานการณ์ตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ” พล.ท.นรธิป กล่าวและว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ยอมให้มีการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการลักลอบค้าสินค้าผิดกฎหมายชายแดนและยาเสพติด และจะดำเนินการอย่างเข้มงวดโดยไม่มีการผ่อนปรน ทั้งนี้ กอ.รมน.ภาค 4 สน.ยืนยันจะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกกรณีอย่างรอบด้าน พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเดินหน้าปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง
จับ4ผู้ต้องหายึดปืนถูกใช้ก่อคดี
อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยปฏิบัติการพิเศษร่วม 3 ฝ่าย เข้าบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ต.สะเอะ อ.กรงปินัง จ.ยะลา โดยสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหา 4 ราย ได้แก่ นายอำรัน, นายบุคอรี, นายอาลีมีน และนายอิบรอเฮง พร้อมของกลาง อาวุธปืนเอเค-47เบื้องต้นดำเนินคดีนายอำรัน นายบุคอรี และนายอาลีมีน ข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครอง ส่วนนายอิบรอเฮง ถูกแจ้งข้อหามีและเสพยาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) จากการตรวจสอบประวัติปืนเอเค-47 กระบอกดังกล่าว พบว่าเคยถูกใช้ก่อเหตุลอบยิงผู้เสียชีวิต 2 คดี ในพื้นที่ อ.ยะรัง และ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อปี 2556 ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผลความเชื่อมโยงเพิ่มเติม
โจรใต้เหิมบึ้มซ้ำที่สุไหงปาดี
เวลา 09.50 น.วันเดียวกัน เกิดเหตุระเบิดในพื้นที่บ้านจือแร หมู่ 1 ต.ริโก๋ อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส ซ้ำจุดเดิมที่คนร้ายลงมือก่อเหตุช่วงคืนที่ผ่านมา เบื้องต้นไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ในเวลาไล่เลี่ยกัน ได้เกิดเหตุระเบิดเสาไฟฟ้า ริมถนนสาย 4056 พื้นที่บ้านควน หมู่ 6 ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี และยังตรวจสอบเส้นทางรถไฟ พบร่องรอยการระเบิด 1 จุด ในพื้นที่บ้านมะรือโบ หมู่ 1 ต.มะรือโบตก อ.ระแงะ จากการตรวจสอบโดยการบินโดรน พบหมอนรถไฟได้รับความเสียหาย 2 ท่อน
รฟท.ปิดเส้นทางถูกวางระเบิด
ต่อมา การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) แจ้งปิดเส้นทางเดินรถไฟช่วงสถานีมะรือโบ–ตันหยงมัส จ.นราธิวาส ชั่วคราว หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงและฝ่ายการช่างตรวจพบร่องรอยความเสียหายบริเวณหมอนคอนกรีตทางรถไฟ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิด โดยทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) และฝ่ายความมั่นคง กำลังสแกนพื้นที่เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ก่อนจะให้เจ้าหน้าที่การรถไฟฯ เข้าซ่อมแซมทางให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
กอ.รมน.ภาค 4 สน.ขอความร่วมมือผู้โดยสารรถไฟที่จะเดินทางในเส้นทางดังกล่าว ตรวจสอบสถานะการเดินรถกับรฟท.หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนรฟท.1690 ก่อนออกเดินทาง และขอให้ติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด หากพบเห็นวัตถุต้องสงสัยหรือเบาะแสผู้ก่อเหตุความรุนแรง สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน.โทร.1341 ได้ตลอด24ชั่วโมง
นายกฯสั่งดูแลผู้รับผลกระทบ
ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อติดตามและรับฟังรายงานเหตุความไม่สงบในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายจุดช่วงคืนที่ผ่านมาโดยมี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ. พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์เสนาธิการทหารบก และเลขาธิการ กอ.รมน.พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุม โดยนายกฯ กำชับให้ดูแลประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด
สั่งการเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
นายอนุทิน กล่าวภายหลังประชุมหน่วยงานความมั่นคง เกี่ยวกับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่ารับทราบสถานการณ์แล้ว มีการหารือ และข้อสั่งการไปแล้ว เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จะลงพื้นที่ด้วยตนเองหรือไม่ นายกฯตอบเพียงว่ามีการดำเนินการอยู่แล้วเมื่อถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์หรือไม่ นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนที่จะเดินขึ้นรถออกไปทันที
ให้ศอ.อบต.ช่วยเหลือเยียวยา
ขณะเดียวกัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกฯ ได้กำชับต่อเนื่องถึงการดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมอบหมายให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เร่งเข้าช่วยเหลือและเยียวยาทุกกรณี ให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ครอบคลุมทั้งผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ครอบครัว กลุ่มเปราะบาง และผู้ได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ
น.ส.รัชดา กล่าวต่อว่าศอ.บต.ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการสื่อสารและให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามกฎหมาย โดยนำระบบ Case Management มาใช้ตลอดกระบวนการ มี Case Manager ทั้งในภาพรวมและรายกรณี ทำงานเป็นทีมเดียวกับจังหวัด ตั้งแต่การลงพื้นที่ค้นหาและรับข้อมูลผู้ได้รับผลกระทบ ตรวจสอบสิทธิ ติดตามการเข้าถึงความช่วยเหลือ จนถึงการระบุปัญหาอุปสรรค ผู้รับผิดชอบ และกรอบเวลาที่จะแก้ไขให้แล้วเสร็จ ขณะนี้ ทีม Rapid Response ระดับจังหวัด 3 ทีมได้ลงพื้นที่แล้ว ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด เพื่อรับข้อมูลสถานการณ์และปัญหาที่เกิดขึ้นจริง พร้อมประสานกับผู้รับผิดชอบงานเยียวยาและเจ้าหน้าที่ระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด โดยเน้นการทำงานเชิงรุก ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปหาผู้ได้รับผลกระทบ แทนการรอให้ประชาชนเป็นฝ่ายเดินทางมาติดต่อหรือประสานหลายหน่วยงานด้วยตนเอง
เปิดสายด่วนสอบถามข้อมูล
พร้อมกันนี้ ศอ.บต.ได้เปิดสายด่วน 1880 เพื่อให้ข้อมูล และตอบข้อซักถามเกี่ยวกับสิทธิและการช่วยเหลือเยียวยาแก่ประชาชนโดยตรง ผู้ได้รับผลกระทบและครอบครัวสามารถโทร.สอบถามและประสานการช่วยเหลือได้ทันที พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบ Case Management เพื่อติดตามในแต่ละกรณี
นอกจากนี้จะจัดทำ Dashboard แบบ Real Time เพื่อติดตามสถานะช่วยเหลือเป็นรายกรณี แบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ สีเขียว ได้รับความช่วยเหลือแล้ว สีเหลือง อยู่ระหว่างดำเนินการ สีส้ม ข้อมูลหรือเอกสารยังไม่ครบ และสีแดง ยังเข้าไม่ถึงการช่วยเหลือ ทำให้เห็นได้ทันทีว่าเคสใดอยู่ขั้นตอนใด ติดขัดเรื่องอะไร และต้องเร่งแก้ไขจุดใด โดยข้อมูลความคืบหน้าจะนำมาสื่อสารต่อสาธารณะอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและตรวจสอบได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

