นายกฯสั่งเร่งเครื่องฟื้นฟู เยียวยาน่าน จ่ายลอตแรก6.7พันบาท ‘บิ๊กคลีนนิ่ง’ภายใน7วัน

นายกฯบินจ.น่าน ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ประชุมคอนเฟอร์เรนซ์ ผวจ.ภาคเหนือ สั่งเข้ม ปภ.ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด โดยเฉพาะจุดเสี่ยง แจ้งเตือนระดับสูงสุด ย้ำพื้นที่ท้ายน้ำเตรียมรับมือ อีกทั้ง เร่งสำรวจฟื้นฟูเยียวยาปชช. พร้อมหาแอพพลิเคชั่นใหม่ ที่ต้องอัพเดตข้อมูลให้ทันสมัยที่สุดตลอดเวลา ด้านน้ำท่วมเมืองน่านแห้งทุกจุดแล้ว เทศบาลฯ เร่งฟื้นฟูเมือง ระดมรถฉีดน้ำเข้าฉีดล้างดินโคลนในชุมชนลุ่มต่ำริมน้ำน่าน ขณะที่ชาวบ้านกลับมาเปิดร้านตั้งแผงค้าขายคึกคัก
เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ 23 สิงหาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำคณะรัฐมนตรีเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดน่านเมื่อเดินทางถึงเป็นประธานประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ เพื่อติดตามสถานการณ์การแก้ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ศาลากลาง จังหวัดน่านมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งในพื้นที่ภาคเหนือ รัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ผู้นำเหล่าทัพ นายธีรพัฒน์คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และส่วนราชการ รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 37 จังหวัด ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์
นายกฯถกผู้ว่าฯเหนือแก้น้ำท่วม
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดประชุมว่า วันนี้คณะของตน ที่ประกอบไปด้วยฝ่ายปกครอง และผู้บัญชาการทหารบก มาที่จังหวัดน่าน เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไปยังครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งทุกความสูญเสียที่เกิดขึ้น เราขอยืนยันว่าเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิด และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตตลอดจนผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเต็มที่
ชม‘ยศชนัน’คุมสถานการณ์ได้ดี
นายกฯกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาก่อนมีสถานการณ์นั้น ตนมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีในคณะรัฐบาลชุดนี้ กำกับดูแลในแต่ละภาค โดยภาพเหนือมีนายยศชนันรับผิดชอบ โดยแต่ละท่านได้รับมอบอำนาจเต็มที่ในการปฏิบัติหน้าที่แทนตนในการสั่งการ และรับมือกับเหตุอุทกภัย และเหตุภัยทางธรรมชาติทุกเหตุ กำหนดนโยบายความช่วยเหลือ กรณีนี้ตนต้องขอบคุณนายศชนัน เพราะเมื่อเกิดสถานการณ์เดินทางลงพื้นที่ทันที และรายงานสถานการณ์ให้ตนทราบตลอด
ยังต้องเฝ้าระวัง-สั่งปภ.เร่งฟื้นฟูเยียวยา
นายอนุทินยังสั่งการในที่ประชุมอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์อุทกภัยภาพรวมถือว่าคลี่คลายแล้ว แต่ยังไม่สามารถวางใจได้ เนื่องจากยังอยู่ในฤดูฝนและพื้นที่เสี่ยงจากฝนตกหนัก และจากปรากฏการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม แม้บางพื้นที่จะมีน้ำลด และเข้าช่วงฟื้นฟูแล้ว แต่ยังคงต้องตรึงทรัพยากรต่างๆไว้เพื่อการเฝ้าระวังใกล้ชิดขอให้ ปภ.เร่งสำรวจความเสียหายและเร่งเยียวยา ฟื้นฟูพื้นที่ได้รับผลกระทบ ระดมเครื่องสูบน้ำ เข้าไปในพื้นที่เกิดเหตุ พื้นที่ลุ่มต่ำ เพื่อสูบน้ำท่วมขังให้พื้นที่กลับเข้าสู่ปกติโดยเร็ว พื้นที่ไหนน้ำลดแล้วขอให้เร่งเข้าฟื้นฟูทันที ทั้งบ้านเรือน ถนน สะพาน ไฟฟ้า ประปา สถานพยาบาล พื้นที่การเกษตร
นอกจากนี้ ให้เร่งสำรวจความเสียหายและช่วยเหลือเยียวยาให้เร็วที่สุด ซึ่งเรามีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาอยู่แล้ว พร้อมทั้งขอให้ติดตามคาดการณ์สภาพอากาศ ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา สำนักงานทรัพยากรน้ำ (สทนช.) และสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ให้ติดตามคาดการณ์สถานการณ์ฝนในพื้นที่จังหวัดที่เสี่ยงโดยเฉพาะภาคเหนือและพื้นที่ต้นน้ำอย่างต่อเนื่อง ชี้เป้าพื้นที่ที่มีแนวโน้มฝนตกหนักและหนักมาก ทำแผนที่น้ำท่วม แจ้งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมรับมือสถานการณ์ได้ทัน
จี้หน่วยงานดูน้ำเตือนให้เร็วก่อนน้ำมา
อีกทั้ง ขอให้สทนช. และกรมชลประทาน รวมถึงสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ร่วมติดตาม ประเมินสถานการณ์น้ำต่อเนื่อง เพื่อป้องกันก่อนมวลน้ำทะลักเข้าพื้นที่สำคัญ
โดนเฉพาะเขตเศรษฐกิจและอำเภอเมือง อำเภอใหญ่ๆ รวมถึงพื้นที่ท้ายน้ำ ปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เพื่อเจ้งจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำไปประกอบการตัดสินใจแจ้งเตือนประชาชน
“ผมขอย้ำว่า หากรู้ว่ามวลน้ำไปถึงที่พื้นที่ใด ขอให้แจ้งประชาชนทราบทันที อย่ารอให้น้ำมาถึงแล้วค่อยแจ้ง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัวยกของ ย้ายรถ สำคัญที่สุดคือการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบางออกจากเคหะสถาน ออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว รวมถึงขอให้ระดมเครื่องจัก เครื่องสูบน้ำให้พร้อมหากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลงจะเข้าช่วยได้ทันที” นายกรัฐมนตรี กล่าว
สั่งสทนช.รื้อแผนแก้อุทกภัยระยะยาว
และว่า ขอให้ติดตามสถานการณ์กรณีดินโคลนถล่มจากกรมทรัพยากรธรณีอย่างต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังในพื้นที่และแข้งเตือนประชาชนให้อพยพได้ทัน รวมถึงการฟื้นฟูคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐาน ให้กระทรวงคมนาคมเร่งสำรวจ ตรวจสอบสะพานโครงสร้างพื้นฐานที่อาจได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำ ระดมเครื่องจักรเข้าเปิดเส้นทางโดยเร็วและปลอดภัย โดยกรมชลประทานเตรียมพร้อมเครื่องมือเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือยามฉุกเฉิน เช่น สะพานแบริ่ง กรณีถนนถูกน้ำท่วมตัดขาด สัญจรไม่ได้ ต้องเร่งเปิดทาง
“การเข้าไปฟื้นฟูแก้ไขซ่อมแซม โครงสร้างต่างๆ ในการสัญจรไปมา จากที่เคยเจอเหตุการณ์ปีที่แล้ว เลยมั่นใจว่าปีนี้จะมีความพร้อมมากกว่า เพราะสั่งการไปแล้ว ทั้งการไฟฟ้าและน้ำประปา เชื่อว่าสถานการณ์ทั้งหลายจะไม่เกินความสามารถของพวกเรา”นายกฯกล่าวย้ำ และระบุว่า ส่วนระยะยาว ตนให้สทนช. เสนอแผนแก้ไขอุทกภัยเข้ามา วันนี้ให้ระดมสมองรับนโยบายเพื่อสร้างและหาแนวทางป้องกันการหลากของน้ำให้เต็มที่และมากที่สุดไม่ให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจและรายได้ รวมถึงการท่องเที่ยว ให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด
เร่งปภ.หาแอพฯเตือนภัยใหม่-ข้อมูลทันสมัย
นายกฯยังกล่าวย้ำถึงการเฝ้าระวังน้ำท่วมว่า ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเร่งประสานกับปภ. หลักๆคือเรื่องของการเตือนภัย ให้อัพเดตข้อมูลตลอดเวลา ซึ่ง ปภ.ต้องดูมีแอพพิเคชั่นใหม่มาหรือยังเพื่อให้ได้ข้อมูลทันสมัยที่สุด ขอให้เร่งดำเนินการทันที่ ให้เชื่อมต่อการกระจายข้อมูลไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าฯสร้างข่ายประชาชนสัมพันธ์ ไปยังระดับตำบลหมู่บ้านเพื่อเตรียมพร้อมประสานงานส่วนท้องถิ่นตลอดเวลา ให้ทุกหน่วยบูรณาการการทำงานยึดถือความปลอดภัยของประชาชนเป็นเป้าหมาย ช่วยเหลือเยียวยาเต็มที่ ให้ประชาขนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว
“ในพื้นที่ไหนที่น้ำลดแล้วก็ ขอให้เร่งฟื้นฟู พื้นที่เสี่ยงให้คงการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนระดับสูงสุด และพื้นที่ท้ายน้ำที่น้ำจะไปถึงขอให้เตรียมรับมือ เพื่อป้องกันให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุด เรื่องไหนที่ติดขัดและเกินกำลังขอให้รายงานเป็นลำดับขั้น ผมพร้อมสนับสนุนเต็มที่ ขอให้ทุกท่านได้รับข้อสั่งการและนำไปสู่การปฏิบัติโดยทันที”นายกฯย้ำตอนท้าย
น่านน้ำแห้งแล้วทุกจุดเร่งบิ๊กคลีนนิ่ง
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในจ.น่านวันเดียวกันนี้คลี่คลายแล้วผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำท่วมเมืองน่านแห้งทุกจุดแล้ว เทศบาลฯ เร่งฟื้นฟูเมือง ระดมรถฉีดน้ำเข้าฉีดล้างดินโคลนในชุมชนลุ่มต่ำริมน้ำน่าน ขณะที่ชาวบ้านกลับมาเปิดร้านตั้งแผงค้าขายคึกคัก โดยระดับน้ำในลำน้ำน่านขณะนี้ ลดลงต่ำกว่าตลิ่ง เกือบ 4 เมตร สถานการณ์อุทกภัยที่จังหวัดน่านคลี่คลาย เข้าสู้ขั้นตอนฟื้นฟูจากความเสียหายอย่างเต็มรูปแบบ หลังต้องเผชิญกับภัยพิบัติในหลายพื้นที่ แม้น้ำที่ท่วมขังจะแห้งลง แต่ทิ้งดินโคลนไว้ทั่วเมืองน่าน เทศบาลระดมรถน้ำ พร้อมกำลังคนเข้าฉีดน้ำล้างทำความสะอาด เก็บขยะ แต่ในพื้นที่ชุมชนลุ่มต่ำริมแม่น้ำน่านที่น้ำลดลงช้าที่สุดยังมีดินโคลนตกค้างตามบ้านเรือนและถนนทุกสาย รอให้เทศบาลเมืองน่านเข้าทำความสะอาด
บรรยากาศในเมืองน่านเริ่มคึกคัก บ้านเรือน ร้านค้า แผงค้าขายในตลาดศรีคำ และริมถนนสุมนเทวราช กลับมาเปิดทำมาค้าขายหลายร้านค้า ชาวเมืองน่านออกมาจับจ่ายซื้อข้าวของกันเป็นปกติแล้วและที่วัดภูมินทร์ วัดโบราณสำคัญของชาวน่าน คราบน้ำดินโคลนถูกล้างทำความสะอาดออกหมดแล้ว แต่ที่อำเภอปัวหลายชุมชน ยังเสียหายหนัก มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่งภา สภากาชาดไทย ยังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนฟื้นฟูบ้านเรือนเต็มที่
เยียวยาล็อตแรก6.7พันเริ่ม30สค.
ขณะที่นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน สรุปสถานการณ์อุทกภัยใน จ.น่าน ว่าวันนี้ระดับน้ำถือว่าแห้งหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ในช่วงของการฟื้นฟู ทำความสะอาดบ้านเรือนและถนน ซึ่งได้ประสานนำทรัพยากร เครื่องจักร และกำลังคนจากหน่วยงานที่นายกฯมอบหมายให้นายยศชนันลงมาบัญชาการ และยังมีกองทัพ รวมถึงอีกหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกัน โดยจะไล่ทำตั้งแต่ อ.ปัว อ.ท่าวังผา อ.เมือง อ.ภูเพียง และ อ.เวียงสา ใช้ระยะเวลาประมาณ 4-5 วัน จะฟื้นฟูให้กลับสู่สภาวะปกติ คืนบ้านให้ประชาชนโดยเร็ว
นายชัยนรงค์กล่าวว่า หลังฟื้นฟูจะเป็นการเยียวยาที่ได้รับนโยบายจากทางรัฐบาลให้จ่ายเงินเยียวยาให้เร็วที่สุด โดยส่วนแรกจะเป็นค่าเครื่องนอน ค่าเครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม พร้อมจ่ายทันที 6,700 บาท โดยกำหนดจ่ายตั้งแต่วันที่ 30-31 สิงหาคม และวันที่ 1 กันยายน ส่วนรอบที่สอง จะเป็นค่าซ่อมแซมบ้าน และส่วนใกล้จะเสียหาย ซึ่งจะมีการสำรวจโดยทีมช่างของ อบต.และเทศบาล โดยนายกฯมอบหมายให้กรมโยธาธิการและผังเมืองส่งทีมช่างโยธากว่า 30 คน มาทำงานในพื้นที่พร้อมกับทางจังหวัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

