สมยศ โพสต์ครวญ เรื่องไร้สาระของคนเลว หลังปมฉาวคุกคามทางเพศ โดนลูกตัดขาดเลิกติดต่อ สังคมเบือนหน้าหนี
24 สิงหาคม 2569 เวลา 12:27 น.

จากกรณี ข่าวนักกิจกรรมผู้หญิงออกมาเปิดโปงพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศโดยนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่เคยเป็นนักโทษคดี ม.112 ซึ่งกำลังเป็นเรื่องฉาวโฉ่แวดวงนักกิจกรรมฝ่ายเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งชื่อ "สมยศ พฤกษาเกษมสุข" กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์ แม้เจ้าตัวจะออกมาร่ายยาวขอโทษต่อเรื่องดังกล่าว
ล่าสุด สมยศ พฤกษาเกษมสุข ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กอีกครั้ง ระบุว่า
" อย่าได้อ่านเรื่องไร้สาระของคนสารเลว
“พวกเราเศร้ามากอ่านเรื่องของพ่อแล้ว พ่อผิดมากที่ทำกับเด็กแบบนั้น ไม่ขอพูดคุยและติดต่อกันอีกแล้ว
“ผมกดโทรศัพท์ปิดการสนทนาไปก่อน กลืนก้อนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ หลับตาลงพร้อมกับน้ำตาไหลออกมา หมุนคอซ้ายขวาไปมาดังกร๊อกแกร๊ก มึนหัวและรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักทับบนหัว
ผมเดินก้มหน้าเดินไปอย่างเชื่องช้า ถึงช่องทางผ่านไปขึ้นรถไฟฟ้า หยิบเหรียญกลมดำหาที่ทาบสัญญาณไม่ได้ จนคนข้างหลังต้องเข้ามาช่วยทาบสัญญาให้เปิดช่องทางผ่า่น ผมเดินไปแบบไม่รู้ทางไหนหาทางขึ้นไปชานชาลาไม่ได้ รปภ.สังเกตุเห็น ช่วยนำทางไปที่ชั้นสามเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าสายสีแดง ผมก้าวข้าม
เข้าไปมีคนยืนกันเต็มแล้ว หญิงสาวคนหนึ่งลุกขึ้นแล้วให้ผมไปนั่งแทน เธอจ้องหน้าผมและขมวดคิ้วอยู่นาน ผมได้แต่ก้มหน้าลงต่ำ ถึงสถานีดอนเมือง
ผมเดินหาทางลงบันใดเลื่อนไม่ถูก เดินวนอยู่สามรอบ ตัดสินใจลงช่องทางหนึ่ง พอดีกับที่จอดรถวินมอเตอร์ไซต์ ผมบอกไปที่บ้านริมสวน วินหนุ่มมองหน้าผม อ๋อพี่นี่เอง เห็นหน้าชัดมากในสื่อ ไปขืนใจเด็กได้อย่างไร ผมเดินหนีออกไป เดินก้มหน้าไปอย่างเชื่องช้าใจเหม่อลอย
ไปได้แค่ครึ่งทางผมแวะร้านข้าวแกงที่คุ้นเคยกันดี ผมสั่งอาหารจานเดิมคือผัดกะหล่ำน้ำปลา แม่ค้าเงยหน้าขึ้น ส่งยิ้มให้ผมแล้วพูดว่า นี่งัยไปขืนใจเด็ก เป็นข่าวใหญ่มาก ทีหลังมาเอาคนที่มีอายุเท่าป้าดีกว่านะ พร้อมเสียงหัวเราะกับป้าอีกคน ผมพูดอะไรไม่ออก ตักข้าวช้อนแรกลงคอโดยไม่เคี้ยวเลย ผัดกะหล่ำน้ำปลาทำไมมันจืดชืดเช่นนี้ ผมกินไม่ลง ลุกไปรินน้ำเปล่ากลั้วลงคอ แล้วเดินจากร้านไป
ถึงหน้าหมู่บ้าน รปภ.ไม่ลุกขึ้นตะเบะเหมือนทุกครั้ง ผมส่งยิ้มและทักทาย รปภ.บอกว่า คนในซอย 2 เขาคุยกันแต่ข่าวของพี่ดังมากเลยนะ หน้าพี่กับเสื้อสีฟ้าออกสื่อชัดมากทุกช่อง ผมพูดอะไรไม่ออก เดินก้มหน้าเข้าบ้านที่ใบไม้จากต้นปีบล่วงหล่นลงเต็มพื้นหน้าบ้าน
ผมนั่งลงบนเก้าอี้ไม้เอน มือก่ายหน้าผาก หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านเจอคนแรกที่รู้จักและสนิทสนมกันมากด้วยข้อความสั้นๆว่า ขอโทษไม่สำนึกผิดแล้วไปซ้ำเติมอีก เลว ผิดหวังมาก ตามด้วยข้อความ เสียดายเคยสนับสนุนสินค้าตลอดมา พวกจอมปลอม ไอ้ชาติชั่ว ไอ้สารเลว ผมหลับตาลง ถอนหายใจเฮือกใหญ่ คงมองหน้าใครไม่ได้เลย
มีน้องสองคนที่รู้จักกันส่งข้อความมาว่าอยากมาหาจะได้ช่วยแก้ไขสถานการณ์ ผมบอกไปว่า อยู่ต่างจังหวัด โทรศัพท์เสียงดังขึ้นอีกหนึ่งสายบอกว่าจะมาหาที่บ้านอยากสัมภาษณ์เพิ่มเติม ผมบอกปฏิเสธไปทันทีว่าไม่ต้องการพูดเรื่องนี้ ปลายเสียงบอกต่อ แสดงว่า พี่ยอมรับผิดใช่ไหม ผมกดปุ่มวางสายโทรศัพท์ตัดบท ผมตัดสินใจหยิบกุญแจรถขับออกบ้านไปทันทีไม่รู้จะไปที่ไหนดีแต่ขอไปให้พ้นจากที่ตรงนี้ไปก่อน
มาถึงครึ่งทาง แสงแดดอ่อนลง ท้องฟ้าเมฆดำตั้งเค้าฝนที่โค้งขอบฟ้า ฝนเทลงมา ผมแวะจอดรถที่ปั๊มบางจาก เอนเบาะลงนอน ถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ผมโทรไปหาเพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทคิดว่าจะช่วยให้ที่พักผมได้ ทันทีที่รับสายยังไม่ทันพูดสวัสดีเลย แม่งขึ้นต้นด้วย “ไอ้เหี้ย ตอนมึงเป็นหนุ่ม มึงแหกกฎสามช้า มึงไม่เข็ด ตอนนี้มาแหกกฎสามช้าตอนแก่ เป็นยังงัยล๊ะ สมควรสิ้นชีวิตได้แล้ว ผมบอกว่าจะไปพักหลบหน้าผู้คนแล้วจะเล่าให้ฟัง เสียงห้าวดังตามแบบชาวใต้ตอบกลับทันที “มึงไม่ต้องมาถ้ามึงยังไม่สำนึกผิด” ผมตอบกลับผมผิดไปแล้ว ขอโทษด้วย พี่คนนี้ ตอบกลับมาว่า ขอโทษแบบนี้ มึงขอโทษไปอย่างงั้นแหละไอ้เหี้ย
ผมพยายามจะข่มตาลง อยากจะนอนหลับ แต่นอนไม่หลับ พลิกตัวไปมา เสียงยุงมาร้องดังไกล้รูหู หวีดๆๆ ผมเคลิ้มครึ่งหลับครึ้งตื่นพร้อมกับเสียงของยุงสองสามตัว “สมน้ำหน้า “ ผมเอามือตบยุงเข้าที่กกหูขวาของผมดังแผละอย่างแรง ไม่รู้ยุงมันตายหรือเปล่าแต่ใบหูและแก้มผมเจ็บปวดและมึนชามาก.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

