‘จักรภพ’มองเวทีนางงามเป็น‘อุตสาหกรรมทำเงิน’ Supply Chain ยาว-ส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก

‘จักรภพ’มองเวทีนางงามมากกว่าความสวย ชี้เป็น‘อุตสาหกรรมทำเงิน’ ทึ่ง Supply Chain ยาว สร้างงาน-ส่งสินค้าไทยสู่ตลาดโลก ชงรัฐ‘ปลดล็อกกฎ’ไม่ต้องแจกงบ
นายจักรภพ เพ็ญแข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เปิดมุมมองภายหลังเข้าร่วมชมการประกวดนางงามจักรวาลของไทยประจำปี 2569 ตามคำเชิญของ นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล โดยระบุว่า แม้จะไม่เคยสัมผัสงานประกวดในระดับและแฟรนไชส์เช่นนี้มาก่อน แต่ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้มองเห็นมิติทางเศรษฐกิจที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเวทีประกวดอย่างชัดเจน โดยเฉพาะศักยภาพในการสร้างรายได้ การจ้างงาน และการต่อยอดสินค้าและบริการของไทยออกสู่ตลาดโลก
นายจักรภพ ระบุว่า ก่อนเริ่มการประกวดได้มีโอกาสพูดคุยกับนายณวัฒน์ถึงโครงสร้างธุรกิจและการขยายตัวของอาณาจักรที่เกี่ยวข้อง แม้เป็นการสนทนาเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ แต่ทำให้เห็นภาพของอุตสาหกรรมนี้กว้างขึ้น และเกิดความคิดทันทีว่า นี่คือหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยควรเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการที่มีความสามารถเข้ามาสร้างเม็ดเงินและตำแหน่งงานให้ประเทศมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการอาจไม่ใช่เงินจากรัฐ โดยนายจักรภพ กล่าวว่า นายณวัฒน์ ระบุอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ ซึ่งตนเห็นด้วย เพราะผู้ประกอบการที่มีศักยภาพสามารถสร้างรายได้ด้วยตัวเองได้อยู่แล้ว ดังนั้น โจทย์ที่สำคัญกว่าจึงอยู่ที่ว่า ภาครัฐจะทำอย่างไรให้กฎหมาย กฎระเบียบ และระบบราชการไม่เข้าไปกีดขวางหรือถ่วงการพัฒนาของอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ
“คนขนาดคุณณวัฒน์หาเงินเองได้สบายอยู่แล้ว ผมใช้คำว่า ‘ตักเงินจากอากาศ’ ได้ แต่สิ่งที่ผมอยากช่วยคือ ทำอย่างไรที่กฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐในบ้านเรา จะไม่เข้ามากีดขวางการพัฒนาและถ่วงความเจริญของอุตสาหกรรมประเภทนี้มากกว่า” นายจักรภพ กล่าว
นายจักรภพ กล่าวอีกว่า เมื่อหยิบยกประเด็นดังกล่าวขึ้นมาหารือ ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกันอย่างรวดเร็ว และมีแนวคิดว่าจะนัดหมายพูดคุยกันในรายละเอียดต่อไป เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองถึงแนวทางส่งเสริมให้อุตสาหกรรมประเภทนี้สามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ
สำหรับการประกวดครั้งนี้ นายจักรภพและคู่ชีวิต นายสุไพรพล เพ็ญแข หรือป๊อบ ได้รับการจัดที่นั่งบริเวณแถวหน้ากลางเวที ทำให้สามารถติดตามรายละเอียดของการประกวดอย่างใกล้ชิด ทั้งสีหน้า แววตา ท่าทาง และอารมณ์ของผู้เข้าประกวดตลอดระยะเวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
ประสบการณ์ดังกล่าวทำให้นายจักรภพ ซึ่งยอมรับว่ามีความรู้เกี่ยวกับวงการประกวดนางงามไม่มากนัก มองเห็นมิติใหม่ของธุรกิจนี้ และนิยามว่าเป็น “อุตสาหกรรมขายอารมณ์” ซึ่งอาจเป็นอุตสาหกรรมที่เหมาะกับประเทศไทยอย่างมาก เพราะผู้บริโภคเต็มใจจ่ายให้กับความรู้สึก ประสบการณ์ ความสวยงาม และความบันเทิง
ขณะเดียวกัน คนไทยยังมีต้นทุนสำคัญจากวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความคิดสร้างสรรค์ มีความเข้าใจเรื่องความสวยงาม ความประณีตอ่อนโยน และสามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้คนได้ดี ซึ่งทั้งหมดสามารถแปลงเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจได้
นอกจากนี้ นายจักรภพ ยังมองว่า เมื่อพิจารณา “การขายที่เกิดขึ้นผ่านเวทีประกวด จะพบว่า Supply Chain ของอุตสาหกรรมนี้มีความยาวและเชื่อมโยงธุรกิจจำนวนมาก ตั้งแต่แฟชั่น เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ ความงาม การออกแบบ เวที แสง สี เสียง สื่อและคอนเทนต์ โฆษณา การท่องเที่ยว โรงแรม ไปจนถึงสินค้าและบริการอีกหลากหลายประเภท
“ผมนั่งสังเกตมิติต่าง ๆ ของการขาย ผ่านงานนี้แล้ว มองเห็นสินค้าไทย ที่จะส่งสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้นอีกมากมายในทันที ด้วยสายโซ่อุปทาน หรือ Supply Chain ของอุตสาหกรรมนี้มันยาวดีจัง”
สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองว่า หากประเทศไทยสามารถนำความได้เปรียบด้านวัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถของคนไทยมาพัฒนาเป็นธุรกิจอย่างเป็นระบบ อุตสาหกรรมความงามและความบันเทิงจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงหน้าเวทีประกวด แต่สามารถเป็นอีกหนึ่ง “ประตูเศรษฐกิจ” ที่พาสินค้า บริการ แบรนด์ และความคิดสร้างสรรค์ของไทยเข้าสู่ตลาดโลก พร้อมสร้างรายได้และตำแหน่งงานกลับเข้าสู่ประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






