เช็ก 4 สัญญาณอันตราย! เมื่อความคิด "อยากหายไป" ไม่ใช่แค่ความเหนื่อยล้าชั่วคราว

จากกรณีข่าวเศร้าของการจากไปของบุคคลสาธารณะที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กอย่าง "เรย์ แมคโดนัลด์" ล่าสุด คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา ได้ออกมาโพสต์ข้อความให้ความรู้และดึงสติสังคม หลังพบว่ามีคนไข้หลายรายแสดงความรู้สึกในทำนองว่า "อิจฉาพี่เรย์จัง" หรือ "เขาคงไม่ต้องเหนื่อยอะไรอีกแล้ว" ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจของผู้คนในยุคปัจจุบัน
ไม่ได้อยากตาย... แต่แค่ "อยากพัก"
คุณหมอเจษฎาได้อธิบายผ่านเพจเฟซบุ๊กว่า เมื่อได้ยินประโยคเหล่านี้ เราไม่ควรรีบตัดสินว่าบุคคลนั้น "อยากฆ่าตัวตาย" เสมอไป เพราะในทางจิตวิทยา สิ่งที่พวกเขาอิจฉาอาจไม่ใช่ความตาย แต่คือ การได้หยุดพัก จากความเครียด ความกดดัน และความรับผิดชอบที่แบกรับมาอย่างยาวนาน
นอกจากนี้ การสูญเสียบุคคลสาธารณะที่เราเติบโตมาด้วย มักจะไปกระตุ้นให้เกิดภาวะที่เรียกว่า Mortality Salience (มรณะสติ) หรือการตระหนักถึงความตายอย่างชัดเจน ซึ่งทำหน้าที่เสมือนกระจกสะท้อนให้เรากลับมาตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองในปัจจุบัน
เส้นบางๆ ของภาวะ Passive Suicidal Ideation
แม้ความรู้สึกอยากพักจะไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่คุณหมอก็เน้นย้ำว่ามี "เส้นบางๆ" ที่ต้องระวัง หากความคิดที่ว่า "เหนื่อยจัง อยากพัก" เริ่มพัฒนากลายเป็นความรู้สึกดังต่อไปนี้
- "ถ้าหลับแล้วไม่ต้องตื่นก็คงดี"
- "อยากหายไป"
- "ตายไปก็คงดีกว่า"
ในทางจิตเวชจะเรียกภาวะนี้ว่า Passive Suicidal Ideation หรือความปรารถนาความตายแบบไม่มีแผนการทำร้ายตัวเอง แม้จะดูไม่มีอันตรายในทันที แต่ก็เป็นสัญญาณความเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม โดยงานวิจัยพบว่าในระยะเวลา 1 ปี คน 20 คน จะมี 1 คนที่เคยมีความคิดลักษณะนี้
สัญญาณเตือนที่ควรพบจิตแพทย์
การมีความคิดอยากหายไปไม่ใช่เรื่องแปลก แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรเข้ารับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญทันที
- ความคิดอยากตายหรืออยากหายไปเกิดขึ้นบ่อยและยาวนานขึ้น
- เริ่มมีความรู้สึกหมดหวังในชีวิตอย่างรุนแรง
- มีพฤติกรรมแยกตัว ถอนตัวจากสังคมและคนใกล้ชิด
- เริ่มคิดถึงวิธีการ เวลา หรือมีการเตรียมการล่วงหน้า
"บางทีประโยคที่บอกว่า 'ฉันอิจฉาคนที่จากไป' อาจกำลังบอกว่า 'ฉันเหนื่อยจนไม่รู้ว่าจะพักอย่างไรในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่' และนั่นอาจเป็นเสียงจากข้างในที่เราควรหยุดฟังอย่างจริงจัง" — คลินิกสุขภาพจิตนายแพทย์เจษฎา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

