ศุภมาส สั่ง สคบ.ลุยเชิงรุก ถก คคบ. เคาะ 63 เรื่อง รอบ 3 เดือน เยียวยาผู้บริโภคกว่า 24 ล้าน

24 สิงหาคม 2569 ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ครั้งที่ 5/2569 โดยมี นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรี , นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการ สคบ. พร้อมด้วยกรรมการผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ เข้าร่วมประชุม
การประชุมครั้งนี้เป็นการสานต่อนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ห่วงใยพี่น้องประชาชนซึ่งต้องเผชิญกับปัญหาการซื้อขายสินค้าและบริการรูปแบบใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน นางสาวศุภมาส จึงกำหนดให้การคุ้มครองผู้บริโภคเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ป้องกันความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
สำหรับผลการประชุมในวันนี้ มีเรื่องสำคัญที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันซึ่งเป็นประโยชน์ต่องานคุ้มครองผู้บริโภคหลายเรื่อง อาทิ เห็นชอบแนวทางดำเนินการเรื่องร้องทุกข์รวม 63 เรื่อง แบ่งเป็นด้านอสังหาริมทรัพย์ 12 เรื่อง ด้านบริการ 17 เรื่อง สินค้าทั่วไป 6 เรื่อง และสินค้าออนไลน์ 28 เรื่อง โดยให้ดำเนินคดีแพ่ง 50 เรื่อง ยุติเรื่องร้องทุกข์ 12 เรื่อง และทบทวนมติ 1 เรื่อง เฉพาะสินค้าออนไลน์มีมติให้ดำเนินคดีแพ่ง 27 เรื่อง ครอบคลุมการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มและสื่อสังคมออนไลน์หลักๆ นอกจากนี้ ที่ประชุมยังรับทราบผลการดำเนินงานของ สคบ. ช่วง 3 เดือน (พ.ค.69 - ก.ค.69) ซึ่งมีการรับเรื่องร้องทุกข์ถึงกว่า 11,434 เรื่อง ในจำนวนนี้กว่าครึ่งหนึ่งสามารถเจรจาจนไกล่เกลี่ยได้ข้อยุติ ผู้บริโภคได้รับการเยียวยารวมกว่า 24 ล้านบาท เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค 177 ราย พร้อมส่งดำเนินคดี 52 คดี ขณะที่ด้านการป้องปราม สคบ. บูรณาการร่วมกับหน่วยงานผู้มีอำนาจหน้าที่ เช่น ร่วมกับสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจยึดของเล่นสกุชชี่ที่อาจไม่เป็นไปตามกฎหมายได้กว่า 31,200 ชิ้น มูลค่ากว่า 1.59 ล้านบาท และร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้า น้ำยา และอุปกรณ์ในพื้นที่คลองถมประมาณ 15,000 ชิ้น ส่งผู้ต้องหา 2 ราย ให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนั้น ที่ประชุมยังติดตามคดีสำคัญ ทั้งกรณีบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด และตัวแทนจำหน่าย ซึ่งมีผู้บริโภค 313 ราย ขอให้ สคบ. ดำเนินคดี คิดเป็นทุนทรัพย์รวมกว่า 533 ล้านบาท รวมถึงเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว ซึ่งมีผู้บริโภคร้องทุกข์แล้ว 6 ราย ทั้งนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินการเรียกร้องการเยียวยา
"ดิฉันขอยืนยันชัดเจนว่า ไม่ว่าการซื้อขายจะเกิดขึ้นที่หน้าร้านหรือบนโลกออนไลน์ ความเสียหายจะน้อยหรือมาก หากมีการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค รัฐจะเข้าไปดูแลและดำเนินการตามกฎหมายทันที เมื่อประชาชนเข้ามาขอความช่วยเหลือ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องทำให้เรื่องเดินหน้า และต้องให้ผู้บริโภคได้รับการแก้ไขปัญหาและเยียวยาอย่างเหมาะสม" นางสาวศุภมาส กล่าว
ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ สคบ. เดินหน้ามาตรการเชิงป้องกันควบคู่กับการปราบปราม ทั้งโครงการ "ผู้ประกอบธุรกิจห้องเช่าสีขาว" เพื่อยกระดับมาตรฐานสัญญาเช่าและคุ้มครองสิทธิผู้เช่า ระบบ "OCPB Watchdog" และ AI Scan เพื่อเฝ้าระวังสินค้าและโฆษณาออนไลน์แบบเรียลไทม์ การผลักดันสิทธิในการซ่อม หรือ Right to Repair รวมถึงมาตรการควบคุมฉลากและสัญญาสำหรับธุรกิจโซลาร์เซลล์ พร้อมกำชับให้ สคบ. เผยแพร่ผลการดำเนินงานให้ประชาชนรับทราบในวงกว้าง และลงพื้นที่เชิงรุกอย่างต่อเนื่อง นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติม
"หลักการทำงานของดิฉันมี 3 ข้อ เมื่อประชาชนมีปัญหา ต้องมีคนช่วย เมื่อมีความเสี่ยง ต้องมีคนเฝ้าระวัง และเมื่อพบการละเมิดสิทธิ ต้องมีกฎหมายเข้าไปจัดการ ดิฉันจะติดตามทุกมติของ คคบ. ในวันนี้จนเกิดผลจริงถึงมือประชาชน เพื่อให้ทุกท่านซื้อสินค้าและใช้บริการได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนตรวจสอบตัวตนผู้ขายและเก็บหลักฐานการซื้อขายทุกครั้ง หากถูกละเมิดสิทธิ ร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th หรือศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ สคบ. พร้อมเป็นที่พึ่งของทุกท่านค่ะ" นางสาวศุภมาส กล่าวย้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

