อดีตผู้พิพากษา ถอดบทเรียนโทษจำคุกตลอดชีวิต ชี้ แนวคิด Minimum Period ปิดช่องโหว่ราชทัณฑ์

วันนี้ 25 สิงหาคม 2569 วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กการเคลื่อนไหวของกรรมการบริหารศาลยุติธรรม หรือ ก.บ.ศ. ชี้ถึงเวลาคืนความหมายให้คำพิพากษา แก้ปัญหาโทษประหารและจำคุกตลอดชีวิตที่โดนลดโทษจนติดจริงแป๊บเดียว ชูแนวคิด Minimum Period ให้อำนาจศาลล็อกเพดานขั้นต่ำ ป้องกันคนร้ายทำผิดซ้ำ โดยมีข้อความทั้งหมดระบุว่า "เมื่อคำพิพากษาต้องมีความหมายในโลกจริง ทางออกของปัญหา “โทษประหาร–จำคุกตลอดชีวิต” กับแนวคิด Minimum Period โดยศาล
เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ข่าวการเคลื่อนไหวของกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) สายผู้ทรงคุณวุฒิ 12 ท่าน ที่ร่วมกันเสนอต่อ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ให้บรรจุวาระแต่งตั้ง "คณะกรรมการศึกษาและพัฒนาการบังคับโทษทางอาญาและมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ" ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ไม่ควรมองผ่าน เพราะเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบแค่กรมราชทัณฑ์ แต่มันสั่นคลอน "ความหมายของคำพิพากษา" และศรัทธาของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมทางอาญาทั้งระบบ

1. รอยร้าวเชิงโครงสร้าง: เมื่อศาลถูกมองเป็น "แพะรับบาป"
ในยามที่สังคมพบข่าวผู้ต้องขังคดีร้ายแรง—ไม่ว่าจะเป็นโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต—ได้รับการลดโทษหลายชั้นจนจำคุกจริงเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แล้วออกมาทำผิดซ้ำในคดีอุฉกรรจ์ คำถามแรกที่สังคมตะโกนออกมามักจะพุ่งเป้าไปที่ศาลว่า "ปล่อยออกมาได้อย่างไร?"
แต่ในความเป็นจริง "การพิพากษา" กับ "การบังคับโทษ" แยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง:
ศาล: มีหน้าที่ชั่งน้ำหนักพยานหลักฐาน พิพากษาความผิด และกำหนดโทษตามกฎหมาย
กรมราชทัณฑ์ (ฝ่ายปกครอง): มีหน้าที่บริหารการลงโทษ บริหารเรือนจำ และดำเนินการลดโทษ อภัยโทษ หรือพักการลงโทษ
เมื่อโทษที่รับจริงขัดกับคำพิพากษาอย่างสิ้นเชิง ศาลจึงกลายเป็นผู้รับบาปทางความรู้สึก สัญญาณการขยับตัวของ ก.บ.ศ. ครั้งนี้จึงเป็นการ ปกป้องศรัทธาขององค์กรตุลาการ พร้อมส่งสัญญาณว่าถึงเวลาที่ต้องสังคายนาปัญหานี้อย่างจริงจัง
2. คำถามที่แท้จริง: ใครควรกำหนด "โทษขั้นต่ำที่ต้องติดจริง"?
หัวใจของปัญหาไม่ได้อยู่ที่ "จะปล่อยนักโทษเมื่อใด" แต่อยู่ที่ "ใครควรเป็นผู้กำหนดระยะเวลารับโทษจริงขั้นต่ำ (Minimum Period) ก่อนที่นักโทษจะเริ่มมีสิทธิได้รับการพิจารณาปล่อยตัว?"
ที่ผ่านมา ประเทศไทยใช้ระบบบริหารโทษแบบเหมาเข่งตามชั้นนักโทษ ส่งผลให้ลดโทษได้เร็วกว่าพฤติการณ์ความร้ายแรงของคดี บทเรียนจากต่างประเทศชี้ให้เห็นทางออกที่น่าสนใจ:
🇬🇧 สหราชอาณาจักร: ศาลสามารถกำหนด Minimum Term สำหรับโทษจำคุกตลอดชีวิต หรือออกคำสั่ง Whole Life Order (จำคุกตลอดชีวิตโดยไม่มีสิทธิขอปล่อยตัว) โดยฝ่ายบริหารไม่สามารถปล่อยตัวก่อนครบ Minimum Term ได้
🇨🇦 แคนาดา & 🇦🇺 ออสเตรเลีย: แยกกฎหมายการกำหนดโทษ (Sentencing) ออกจากการบริหารโทษ (Administration of Sentences) ชัดเจน เพื่อไม่ให้ฝ่ายปกครองใช้ดุลพินิจลบล้างเจตจำนงของคำพิพากษา
3. ทางออกเชิงข้อเสนอ: ให้อำนาจศาลกำหนด Minimum Period ในคำพิพากษา
หากประเทศไทยต้องการแก้ปัญหานี้โดยไม่ต้องรอการจัดทำพระราชบัญญัติฉบับใหม่ซึ่งใช้เวลานาน แนวทางทางกฎหมายที่สมเหตุสมผลที่สุดคือ:
แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) ให้อำนาจศาลระบุ Minimum Period ไว้ในคำพิพากษาอย่างชัดเจน
ประมวลกฎหมายอาญา (สารบัญญัติ): เพิ่มหลักเกณฑ์ให้อำนาจศาลกำหนดระยะเวลารับโทษจริงขั้นต่ำ เช่น คดีโทษประหารชีวิตที่ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ต้องจำคุกจริงไม่น้อยกว่า 25 ปี หรือโทษจำคุกตลอดชีวิต ต้องจำคุกจริงไม่น้อยกว่า 20 ปี
ป.วิ.อ. (วิธีสืบพยาน/คำพิพากษา): กำหนดให้ศาลต้องระบุเหตุผลและ Minimum Period ไว้ในคำพิพากษา
ผลลัพธ์คือ ฝ่ายปกครองจะไม่สามารถลดโทษให้ต่ำกว่า "เกราะขั้นต่ำ" ที่ศาลวางไว้ได้ ถือเป็นการถ่วงดุลอำนาจตามหลักนิติธรรมที่ถูกต้อง
4. ทำความเข้าใจใหม่: Minimum Period ≠ วันปล่อยตัว
สิ่งที่ต้องสื่อสารกับสังคมให้ชัดเจนคือ:
Minimum Period (เช่น 25 ปี): ไม่ใช่ "วันพ้นโทษ" แต่เป็น "วันเริ่มต้นที่มีสิทธิได้รับการพิจารณา"
การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment): เมื่อครบ Minimum Period แล้ว ไม่ใช่ว่าจะปล่อยทันที ต้องผ่านการประเมินพฤติกรรม สภาพจิตใจ ประวัติการฟื้นฟู และความเสี่ยงในการกระทำผิดซ้ำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ หากยังอันตราย ต่อให้ติดคุกมา 25 ปีก็ ต้องไม่ปล่อย!
5. กรอบโจทย์ 4 ข้อที่ทีมงาน ก.บ.ศ. ควรนำไปศึกษาต่อ
เพื่อให้การแก้ไขปัญหาด้วยการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องสัมฤทธิ์ผลได้เร็ว คณะทำงานของ ก.บ.ศ. ควรมุ่งหาคำตอบใน 4 ประเด็นหลัก:
1. ใครควรกำหนดระยะเวลาขั้นต่ำ — Who specifies Minimum Period? (ศาลเป็นผู้กำหนดตามความร้ายแรงของคดี หรือเขียนล็อคไว้ในกฎหมาย)?
2. ระยะเวลาขั้นต่ำควรเป็นเท่าใดจึงจะสมเหตุสมผลกับดุลยภาพความปลอดภัยของสังคม? — How long?
3. เมื่อครบ Minimum Period ใครควรเป็นผู้พิจารณาปล่อยตัว (กรมราชทัณฑ์, คณะกรรมการอิสระ/Parole Board หรือให้ส่งกลับมาให้ศาลพิจารณา)? — Who decides on Parole?
4. หลังปล่อยตัว มีมาตรการติดตาม (เช่น ติดกำไล EM หรือการกักกันตาม พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำฯ พ.ศ. 2565) อย่างไรให้สังคมปลอดภัยจริง? — Post-release Supervision?
บทสรุป: คืนความหมายให้คำพิพากษา เพื่อความปลอดภัยของสังคม
เป้าหมายสูงสุดของกระบวนการยุติธรรมไม่ใช่การ "ขังคนให้ยาวนานที่สุด" แต่คือการสร้างระบบที่ "แน่นอน เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และป้องกันอาชญากรรมได้จริง"
การที่ ก.บ.ศ. (และกระทรวงยุติธรรม) เริ่มขยับตัว ถือเป็นสัญญาณบวกว่าประเทศไทยกำลังแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ทางออกเรื่อง Minimum Period + Risk Assessment จะช่วยดึงคำพิพากษาออกจากโลกเอกสาร ให้กลับมามีความหมายและมีศักดิ์ศรีในโลกแห่งความเป็นจริงได้ครับ
วัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ 25/8/69 #กระบวนการยุติธรรม #ศาลยุติธรรม #กบศ #การลงโทษทางอาญา # MinimumPeriod #กรมราชทัณฑ์ #ป้องกันกระทำผิดซ้ำ #หลักนิติธรรม #ข่าวศาลฎีกา #วัสติงสมิตร"




ข่าวที่เกี่ยวข้อง

