จับ สิบตำรวจโท ทุจริตเงินงบประมาณตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง 12 ครั้ง รวมกว่า 7 ล้านบาท

ป.ป.ช.สนธิกำลัง สภ.ท่าฉัตรไชย จับ"สิบตำรวจโท" ทุจริตเงินงบประมาณตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง 12 ครั้ง รวมกว่า 7 ล้านบาท
25 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภายใต้การอำนวยการของ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. , นายศรชัย ชูวิเชียร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 5 , นายภูเทพ ทวีโชติธนากุล รองเลขาธิ การคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 8 , นายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. , นายชัยวัฒน์ ทองเกษม ผู้อำนวยการสืบสวนและกิจการพิเศษ และ นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ กลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ พร้อมงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดภูเก็ต ดำเนินการสืบสวนติดตามบุคคลตามหมายจับของศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน (แทนศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 5) ที่ 15/2569 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2569
กรณี สิบตำรวจโทอภิรักษ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งบุคคลใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฐานปลอมเอกสาร ฐานปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ฐานใช้เอกสาร เอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการปลอม ฐานใช้บัตรอิเล็ก ทรอนิกส์ของผู้อื่นที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้สิทธิใช้ เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสดหรือใช้เบิกถอนเงินสดโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ฐานลักทรัพย์และฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนและในสถานที่ราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 264, 265, 268 ประกอบมาตรา 264, 265, 269/5, 269/7, 334, 335 (1) (8) ประกอบมาตรา 91 และฐานความผิดเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ และฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 (1) และ (5) เมื่อครั้งปฏิบัติหน้าที่ราชการ งานงบประมาณและการเงิน ตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพฤติการณ์จัดทำฎีกาเบิกจ่ายเงินปลอมเพื่อเบิกเงินงบประมาณของตำรวจภูธรจังหวัดแม่ฮ่องสอน และโอนเงินดังกล่าว เข้าบัญชีของตนเองจำนวน 12 ครั้ง ระหว่างเดือนมิถุนายน - กรกฎาคม 2565 รวมเป็นเงิน 7,049,806.36 บาท
จากการสืบสวนทราบว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้หลบหนีมาพักอาศัยและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่กลุ่มสืบสวนฯ 2 สำนักสืบสวนฯ จึงได้สนธิกำลังกับงานสืบสวน สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย ร่วมกันจับกุมตัวผู้ถูกกล่าวหาได้ เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 ที่บริเวณบ้านพัก หมู่ 1 ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ภายหลังการจับกุมผู้ถูกกล่าวหา เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2566 มาตรา 22 และมาตรา 23 โดยได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาไปทำบันทึกการจับที่ สภ.ท่าฉัตรไชย จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งพนักงานอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 5 เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

