เบรกได้...แต่หยุดผมไม่ได้! ทนายอั๋น โต้ รมว.ยธ. หลังโดนขุดประวัติครอบครัว

วันที่ 26 สิงหาคม 2569 จากกรณี พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงกรณีภัทรพงค์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ถึงตอนหนึ่งว่า เมื่อถามว่าทนายอั๋นมีความขัดแย้งอะไรกับรัฐมนตรีหรือไม่ พล.ต.ท. รุทธพล กล่าวว่า ไม่มี แต่หากเป็นในอดีตเมื่อนานแล้ว ตั้งแต่สมัยที่ตนรับราชการตำรวจ เคยจับพ่อทนายอั๋นและเพื่อนครูเกี่ยวกับยาเสพติด ตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และก็ทราบว่าแม่ทนายอั๋นถูกจับในพื้นที่อื่น จำคุก 25 ปี ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มีเรื่องส่วนตัวเลย ซึ่งขณะนั้นตนเป็นตำรวจอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และไม่ทราบว่าเหตุใดทนายอั๋นจึงมาพูดทำร้ายตนว่าไม่รู้เรื่องและไม่สนใจเรื่องคดีเขากระโดง ดังนั้นขอยืนยันว่า งานในกระทรวงทำตามระบบ หากมีการเร่งรัดมาที่ตัว ก็จะดำเนินการอยู่แล้ว
“ระหว่างที่ทนายอั๋นไปยื่นเรื่องคดีเขากระโดงที่ดีเอสไอ มีการพูดจาที่ไม่เหมาะสม จะพูดถึงใครก็จะต้องมี #ไอ้หอกหัก ผมคิดว่าไม่สุภาพ ผมยกตัวอย่าง ถ้าทนายอั๋นทำ มีคน #ทนายอั๋นลูกไอ้ขี้คุก อย่างนี้ ผมก็คิดว่าเขาก็คงไม่สบายใจ ซึ่งผมไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น กลัวว่าจะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อเยาวชน ซึ่งผมไม่สนับสนุนเลย จึงอยากให้สื่อสารกันดี ๆ หากทวงถาม ผมก็ดำเนินการให้ตามกฎหมายอยู่แล้ว จะให้พูดอีกกี่ครั้ง ก็จะบอกว่าหน่วยงานกำลังดำเนินการอยู่”(รุทธพล ย้อนอดีตเคยจับพ่อ ทนายอั๋น คดีค้ายา ลั่นทำไปตามหน้าที่ ติงเลิกใช้คำไม่สุภาพ)
ล่าสุด นาย ภัทรพงค์ ศุภักษร หรือทนายอั๋น บุรีรัมย์ ได้โพสต์ข้อความถึงเรื่องนี้ว่า ถึง : พี่น้องประชาชนทุกคนที่ส่งกำลังใจมาให้ผม
“ทนายอั๋น บุรีรัมย์”
ผมขอขอบคุณจากหัวใจครับ สำหรับทุกข้อความ ทุกกำลังใจ และทุกความห่วงใยที่ส่งมาให้ผมใน ตลอดทั้งวันนี้ ที่ผ่านมา
ผมยอมรับตรง ๆ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูก “แตะเบรก” มันทำให้ผมต้องหยุดตั้งหลัก หยุดคิด และทบทวนอยู่พักหนึ่ง
แต่ผมหยุดไปเพียงไม่กี่นาที ไม่กี่ชั่วโมง...
วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ
เพราะเมื่อผมถามตัวเองว่า สิ่งที่ผมกำลังทำอยู่นั้นผิดหรือไม่? คำตอบของผมยังเหมือนเดิม...
การที่ประชาชนคนหนึ่งออกมาตั้งคำถามและตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ ไม่ใช่เรื่องผิด ???
ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง เป็นเพียงทนายตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ที่เชื่อว่าอำนาจรัฐต้องสามารถถูกตรวจสอบได้ และประชาชนต้องมีสิทธิที่จะถามว่า การใช้อำนาจนั้นถูกต้อง โปร่งใส และเป็นธรรมต่อประชาชนหรือไม่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม คือการถูกขุดคุ้ยไปถึงประวัติของพ่อแม่และครอบครัว
ผมยอมรับว่าเรื่องนี้กระทบความรู้สึกครับ เพราะคนในครอบครัวไม่ได้เป็นคนออกมาตรวจสอบใคร
แต่ผมจะไม่เอาความรู้สึกนั้นมาเป็นความแค้น
ผมจะเปลี่ยนมันให้เป็น แรงผลักดัน
และผมอยากถามด้วยความเคารพว่า...
ถ้าการตรวจสอบอำนาจรัฐของประชาชนคนหนึ่ง ต้องแลกมาด้วยการถูกขุดคุ้ยไปถึงครอบครัว แล้วประชาชนธรรมดาคนอื่น ๆ จะกล้าลุกขึ้นมาตรวจสอบอำนาจรัฐได้อย่างไร?
ผมไม่ได้เรียกร้องสิทธิพิเศษให้ตัวเอง
ผมเพียงต้องการใช้สิทธิในฐานะ “ประชาชนคนหนึ่ง” ที่มีสิทธิในการตั้งคำถาม ตรวจสอบ และเรียกร้องความถูกต้องจากผู้มีอำนาจ
เหตุการณ์ครั้งนี้อาจทำให้ผมชะงักไปบ้าง
แต่จำไว้นะครับ...
เบรกได้ แต่หยุดผมไม่ได้
รถที่มีจุดหมาย อาจชะลอความเร็วได้
อาจหยุดตั้งหลักได้
แต่เมื่อพร้อมแล้ว...
ก็ต้องเดินหน้าต่อ
วันนี้ผมกลับมาแล้วครับ
กลับมาพร้อมกำลังใจจากพี่น้องประชาชน
กลับมาพร้อมความมุ่งมั่นที่มากกว่าเดิม
และกลับมาพร้อมความตั้งใจเดิมที่จะทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป
ผมอาจเป็นเพียงคนตัวเล็ก ๆ
แต่ผมเชื่อว่าเสียงเล็ก ๆ ของประชาชน ถ้าพูดความจริงและยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง ก็สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้
ขอบคุณทุกคนที่ยืนอยู่ข้างผมและครอบครัวครับ
ผมไม่ท้อ
ผมไม่หยุด
และผมจะเดินหน้าต่อไป
เพื่อประชาชน
เพื่อความถูกต้อง
และเพื่อประเทศชาติครับ
เบรกได้...แต่หยุดผมไม่ได้”
25 สิงหาคม 69

