สหรัฐฯเตรียมเพิกถอนวีซ่าชาวต่างชาติ ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

26 สิงหาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนที่จะเพิกถอนวีซ่าของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศเพื่อการท่องเที่ยว หรือ ธุรกิจ แต่พยายามจะอยู่ต่อในระยะยาวด้วยการยื่นขอการลี้ภัย ตามนโยบายปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ขณะนี้กำลังร่วมมือกับกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ เพื่อระบุตัวตนและเพิกถอนวีซ่าของบุคคลที่เดินทางมายังอเมริกาโดยอ้างว่าเป็นผู้มาเยือนชั่วคราว แต่หลังจากนั้นกลับยื่นขอการลี้ภัยเพื่อให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างถาวร
ทอมมี พิก็อตต์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุในแถลงการณ์ว่า การขอวีซ่าเพื่อจุดประสงค์ในการแสวงหาที่ลี้ภัยถือเป็นการฉ้อโกง ซึ่งเป็นเหตุผลในการเพิกถอนวีซ่า กระทรวงการต่างประเทศไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธตัวเลขดังกล่าว จำนวนการเพิกถอนยังคงมีความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงได้ และจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ
ทางด้านทำเนียบขาว ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางเอ็กซ์ โดยส่งสัญญาณว่า วีซ่าสูงสุดถึง 200,000 ฉบับ จะได้รับผลกระทบ และอ้างว่านี่จะเป็น การเพิกถอนวีซ่าครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ก่อนหน้านี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกมาเปิดเผยว่า นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมกราคม 2568 มีชาวต่างชาติกว่า 175,000 ราย ถูกเพิกถอนวีซ่าด้วยเหตุผลต่างๆ ตั้งแต่การกระทำผิดทางอาญา ซึ่งรวมถึงการเมาแล้วขับ ไปจนถึงการสรรเสริญการสังหาร ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวฝ่ายขวา
อีกทั้ง เมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลยังได้เพิกถอนวีซ่าของเจ้าหน้าที่เม็กซิโก รวมถึงบุตรชายของอดีตประธานาธิบดี อันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ซึ่งส่งผลให้ คลอเดีย เชนบอม ประธานาธิบดีเม็กซิโกคนปัจจุบัน ออกมาแสดงความไม่พอใจ
คณะทำงานของรัฐบาลทรัมป์ยังวางแผนที่จะขยายการตรวจสอบบัญชีโซเชียลมีเดียของผู้ยื่นขอวีซ่าเพิ่มเติมด้วย ทอมมี พิก็อตต์ ย้ำเรื่องนี้ว่า เรากำลังทำให้ชัดเจนว่า วีซ่าคืออภิสิทธิ์ ไม่ใช่สิทธิ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

