ปราชญ์ สามสี วิเคราะห์ วิถีกระสุน ปมยิงจาก ฮ. เป็นไปได้จริงหรือ? ชี้เปลี่ยนชนิดปืน ยิ่งต้องพิสูจน์ให้ตรงหลักฐาน

ปราชญ์ สามสี วิเคราะห์ วิถีกระสุน ปมยิงจาก ฮ. เป็นไปได้จริงหรือ? ชี้เปลี่ยนชนิดปืน ยิ่งต้องพิสูจน์ให้ตรงหลักฐาน
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 จากกรณีมีสถานการณ์ความไม่สงบ เมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.69 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ป่วนใหญ่นับร้อยจุดใน 27 อำเภอ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วปรากฏเหตุการณ์ซ้อนทับที่กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อ นายรอมฎอน ปันจอร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยอ้างรายงานจากประชาชนในพื้นที่อำเภอจะแนะว่า มีกลุ่มวัยรุ่นได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนที่ยิงมาจากเฮลิคอปเตอร์นั้น
ล่าสุดจากเรื่องนี้ เพจเฟซบุ๊ก ปราชญ์ สามสี ได้ออกมาวิเคราะห์ ว่า จากแรงลมถึงบาดแผล — ยิ่งเปลี่ยนชนิดปืน ยิ่งต้องพิสูจน์ให้ตรงหลักฐาน
เรื่องนี้ผมยังไม่อยากฟันธงว่าใครยิงใคร แต่สิ่งที่น่าสังเกตคือ กระแสเรื่องชนิดของอาวุธเปลี่ยนไปตามข้อโต้แย้งตลอดเวลา จากปืนกลบนเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งก็คือ m60d ใช้ลูก 7.62 mm พอถูกตั้งคำถามเรื่องบาดแผลที่เบาเดินไปกว่าที่จะยิงด้วยอาวุธหนักเช่นนั้น..ก็ขยับไปหาปืนพก และเมื่อปืนพกถูกถามเรื่องความแม่นยำจากอากาศยานเพราะมันมีแรงกดอากาศจากใบพัดที่ทำให้ตัวเครื่องเฮลิคอปเตอร์ยกขึ้นได้เนี่ยย่อมสามารถเบี่ยงกระสุนแรงดันต่ำประเภท 9 มม.ได้ไม่ยากเพราะเกิดการท้วงนี้ ก็เริ่มมีการพูดถึง M16A2 ขนาด 5.56 มม. แทน
ประเด็นแรกคือ เรื่องแรงลมและการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ผมไม่ได้บอกว่าปืนพกหรือ M16 ยิงจากเฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ เพราะในทางเทคนิคมันมีความเป็นไปได้ แต่คำถามคือจะยิงให้หวังผลได้มากน้อยแค่ไหน ภายใต้การสั่น การเคลื่อนที่ของตัวเครื่อง กระแสลมจากใบพัด ระยะยิง และการเคลื่อนที่ของเป้าหมาย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นตัวแปรที่ต้องคิด ไม่ใช่เพียงบอกว่า “ปืนยิงได้” แล้วจบ
กระสุนแรงขับดันต่ำ ..ประเภท 9 มม.ทนแรงลมระดับที่ยกเฮลิคอปเตอร์ขึ้นไม่น่าได้หรอกครับแล้วมันจะส่งผลทำให้เกิดการเอียงเบี่ยงเบนไปตามกระแสอารมณ์ที่ผันผวนมากดังนั้นปืนพกจึงไม่เหมาะกับการใช้ยิงแบบหวังผลบนเฮลิคอปเตอร์เลยครับ ... ส่วนกรณีปืน m16 ยังพอมีลุ้นเพราะเป็นกระสุนประเภทแรงขับดันสูง...แต่ก็ยิงไม่ง่ายที่จะยิงจบภายในนัดเดียว
โดยเฉพาะถ้าคำบอกเล่าคือมีเสียงยิงเพียงหนึ่งหรือไม่กี่นัด แล้วกระสุนเข้าเป้าหมาย นั่นยิ่งต้องอธิบายให้ได้ว่าการยิงลักษณะนั้นเกิดขึ้นภายใต้สภาพการบินอย่างไร เพราะ ความเป็นไปได้ทางเทคนิคไม่เท่ากับความเป็นไปได้ในเหตุการณ์จริง
ประเด็นที่สองคือ ballistics และรูปแบบบาดแผล ถ้าจะเสนอว่าเป็น M16A2 ก็ต้องยอมรับด้วยว่าเรากำลังพูดถึงกระสุน 5.56 มม. ซึ่งเป็นกระสุนไรเฟิลความเร็วสูง มีพลังงานจลน์สูง และเมื่อเข้าสู่เนื้อเยื่อสามารถเกิดทั้งการถ่ายเทพลังงาน การเสียเสถียรของหัวกระสุนหรือ yaw(การเบี่ยงเบนของกระสุน) และการเกิด temporary cavity (ช่องอากาศชั่วคราว)ได้
ในประเด็นนี้เนี่ยหากยิงด้วยกระสุนความเร็วสูงจริง( M16)จะทำให้อวัยวะภายในของผู้ถูกยิงเนี่ยเสียหายรุนแรง อวัยวะภายในจะฉีกขาดอย่างรุนแรง... ซึ่งในเรื่องนี้ "ไม่ตรง" กับลักษณะบาดแผลที่เกิดขึ้นตามที่ฝ่ายแพทย์ได้ชี้แจงเอาไว้ เพราะว่าแผลที่เคยระบุไว้นั้นเป็นบาดแผลที่มีความเสียหายอวัยวะภายในน้อยแพทย์จึงระบุว่าเป็นอาวุธที่ไม่ได้มีอำนาจทำลายล้างสูงนั่นเอง มันจึงมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นปืนพกจะมากกว่า
ผมมีภาพและตัวอย่างการยิงในวัสดุจำลองทาง ballistics อยู่ ซึ่งช่วยให้เห็นภาพได้ดีว่า กระสุนความเร็วสูงไม่ได้ทำงานเหมือนเอาแท่งเหล็กขนาด 5.56 มม. แทงผ่านร่างกายตรง ๆ แต่เนื้อเยื่อรอบแนวกระสุนสามารถถูกผลักและฉีกออกจากแนววิถีได้มากกว่าขนาดหัวกระสุนจริง
อย่างไรก็ตาม ตรงนี้ก็ต้องไม่พูดเกินหลักฐานเช่นกัน เพราะ บาดแผลจาก 5.56 ไม่ได้มีหน้าตาเหมือนกันทุกนัด ผลขึ้นอยู่กับระยะ ความเร็วขณะกระทบ ชนิดหัวกระสุน มุมที่กระสุนเข้า การ yaw หรือแตกตัว รวมถึงว่ากระสุนผ่านกล้ามเนื้อ อวัยวะ หรือกระดูกส่วนใด ดังนั้นจะดูรูเข้า–รูออกแล้วฟันธงว่าเป็นหรือไม่เป็น M16 ทันทีไม่ได้เสียทีเดียว
แต่ในอีกทางหนึ่ง ถ้าจะยืนยันสมมติฐาน M16 ก็ต้องเอาเรื่องนี้มาพิสูจน์ ไม่ใช่หลบมัน ต้องเอา ลักษณะบาดแผล ทางเดินกระสุน ความเสียหายภายใน หัวกระสุนหรือเศษกระสุน และปลอกที่พบ มาวางเทียบกันว่ามันสอดคล้องกันจริงหรือไม่
เพราะว่าการพบปลอกกระสุนในที่เกิดเหตุเพียงอย่างเดียวไม่สามารถชี้อาวุธได้เพราะปลอกกระสุนเป็นหนึ่งในหลักฐานประกอบที่สามารถนำเข้าหรือนำออกจากพื้นที่ได้.
นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมจับตาอยู่มากกว่าเรื่องว่าใครพูดเสียงดังกว่าใคร เพราะทุกครั้งที่ข้อโต้แย้งหนึ่งเกิดขึ้น ชนิดของปืนที่ถูกเสนอเหมือนจะเปลี่ยนตามไปด้วย จาก M60D ไปปืนพก แล้วมาถึง M16A2
ถ้าจะตรวจสอบกันจริง หลักฐานควรเป็นฝ่าย บีบตัวเลือกให้แคบลง ไม่ใช่พอปืนชนิดหนึ่งอธิบายไม่ได้ ก็เปลี่ยนไปหาปืนอีกชนิดเพื่อให้ข้อสรุปเดิมยังคงอยู่
เพราะสุดท้ายมีสองเรื่องที่ต้องตอบให้ได้พร้อมกัน คือ ถ้ายิงจากเฮลิคอปเตอร์ กลศาสตร์ของการยิงสอดคล้องหรือไม่ และถ้าเป็นกระสุน 5.56 จริง ballistics กับบาดแผลที่เกิดขึ้นสอดคล้องกันหรือไม่
สองอย่างนี้พิสูจน์ได้ และควรพิสูจน์ก่อนที่จะรีบสรุปว่า “เป็นปืนอะไร” หรือ “ใครเป็นคนยิง”
ด้วยความเห็นส่วนตัวของข้าพเจ้าแล้ว บาดแผลที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดขึ้นจากกระสุนประเภท .22 .45 หรือ 9 มม. เสียมากกว่ากระสุนประเภท 5.56 ของปืนประเภทไรเฟิล
ที่สำคัญยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่ามีเฮลิคอปเตอร์เดินทางไปณที่แห่งนั้นชัดเจน...มีเพียงหลักฐานที่เป็นคลิปเสียงซึ่งไม่สามารถใช้ยืนยันได้
พยานในที่เกิดเหตุล้วนเป็นคนที่เกี่ยวข้องกับผู้เสียหายทั้งสิ้นเรื่องนี้ก็ทำให้ข้อมูลยังไม่มีความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย
ปราศจากหลักฐานเชิงประจักษ์เช่นกล้องวีดีโอเพราะถูกขโมยหรือถูกทำลายจากเหตุการณ์ ซึ่งจุดนี้เป็นส่วนที่ทำให้น้ำหนักในการกล่าวหาฝ่ายรัฐทำได้ยากขึ้นมาก
อย่าลืมนะครับว่าวันนั้นมีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นถึง 51 แห่ง การใช้เฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนจึงเป็นสิ่งที่ทำได้และควรทำ...วันนั้นจะได้ยินเฮลิคอปเตอร์บินผ่านไปผ่านมาโดยตลอดเวลา... ในทุกๆพื้นที่ที่มีความขัดแย้งหรือมีเหตุเพราะเป็นเฮลิคอปเตอร์ลาดตระเวนนั่นเอง
สำหรับผมแล้วหลักฐานประเภทคลิปเสียงเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถใช้ยืนยันอะไรได้เลยเพราะไม่ได้เห็นอะไรเลยนอกจากเสียงเฮลิคอปเตอร์ และผมยังมีข้อสงสัยสำคัญมากเลยก็คือมีเฮลิคอปเตอร์ในเหตุการณ์นั้นจริงๆหรือไม่




ข่าวที่เกี่ยวข้อง

