สส.ภูมิใจไทย ป้อง รมว.ยุติธรรม แค่เตือน ไม่ได้ด้อยค่าทนายอั๋น ซัดหิวแสง-โหนกระแส เดินสายร้องเรียน หวังปูทางการเมือง

‘วัชรพงศ์’ ออกโรงป้อง ‘รมว.ยุติธรรม’ ยันเปล่าด้อยค่า ‘ทนายอั๋น’ แค่เตือนสังคมเช็คเครดิตคนให้ข้อมูลก่อนเชื่อ ซัดแรง ‘หิวแสง-โหนกระแส’ เดินสาย ‘ร้องเรียน-ดิสเครดิต’ ปูทางการเมือง แถมสร้างภาระ-ความรำคาญให้หน่วยงาน
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ สส.สระบุรี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ออกแถลงการณ์คัดค้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม กรณีพาดพิงประวัติการต้องโทษของบุคคลในครอบครัวนายภัทรพงค์ ศุภักษร หรือ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ซึ่งตรวจสอบการทำงานของรัฐในคดีที่ดินเขากระโดง โดยมองเป็นการลดทอนความชอบธรรมว่า มั่นใจว่าการออกมาเตือนของ รมว.ยุติธรรม ไม่ได้เป็นการด้อยค่าหรือลดทอนความชอบธรรมของใคร แต่ต้องการชี้ให้สังคมเห็นว่า ก่อนจะเชื่อข้อมูลจากบุคคลใด ควรพิจารณาถึงความน่าเชื่อถือและประวัติของผู้ให้ข้อมูลด้วย เพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และอยู่บนข้อเท็จจริง
นายวัชรพงศ์ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาทนายอั๋น มักมีพฤติกรรมที่ถูกตั้งคำถามถึงความสุจริตใจและอาจมีวาระแอบแฝง เนื่องจากมักนำข้อมูลมาใช้โจมตีฝ่ายตรงข้าม รวมถึงใช้ถ้อยคำไม่สุภาพในที่สาธารณะ จนถูกตั้งคำถามว่าเป็นพฤติกรรม หิวแสง หรือโหนกระแสหรือไม่ เพราะมักเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีดังและประเด็นร้อนต่างๆ แม้บางเรื่องจะไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง นอกจากนี้ ยังเดินสายยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบบุคคลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนถูกมองว่าเป็นการใช้พื้นที่สื่อเพื่อสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง และสร้างภาระและความรำคาญให้หน่วยงานรัฐ รวมถึงการให้สัมภาษณ์และโพสต์ข้อความในลักษณะด่าทอ ท้าทาย หรือสร้างความขัดแย้ง และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม จนนำไปสู่การฟ้องร้องคดีหมิ่นประมาทกับบุคคลหลายฝ่าย ทั้งทนายความ ข้าราชการ และนักการเมือง พฤติกรรมดังกล่าวจึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า อาจมีวาระทางการเมืองแอบแฝง และใช้การดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามเพื่อปูทางเข้าสู่การเมือง มากกว่าการมุ่งเรียกร้องความยุติธรรม
“ผมเชื่อว่าสิ่งที่ พล.ต.ท.รุทธพล พูดออกมา เป็นเพียงการเตือนทางอ้อม และท่านไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบรัฐบาล แต่ต้องการให้การตรวจสอบอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงและดำเนินการอย่างถูกต้อง ไม่ใช่ทำเพื่อหวังยอดไลฟ์หรือกระแสในโซเชียลมีเดีย และไม่ควรใช้การตรวจสอบเป็นเครื่องมือในการทำลายล้างกัน” นายวัชรพงศ์ กล่าว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

