‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ เรียก 6 หน่วยงาน แจงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ เร่งหาความจริงคนเจ็บอ้างถูกยิงจาก ‘ฮ.’

‘กมธ.ความมั่นคงฯ’ เรียก6หน่วยงาน แจงเหตุไม่สงบชายแดนใต้ช่วง 22-24 ส.ค. เร่งหาความจริงกรณีผู้บาดเจ็บอ้างถูกยิงจาก ‘เฮลิคอปเตอร์’ ชี้เหตุครั้งนี้แตกต่างจากอดีต มุ่งทำลายทรัพย์สินราชการมากกว่าชีวิตประชาชน ต้องหาสาเหตุให้ชัด เพื่อแก้ปัญหาตรงจุด ด้วยการพูดคุยเจรจา
วันที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา 09.55น. ที่รัฐสภา นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐฯ ซึ่งได้เชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคง ได้แก่ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักข่าวกรองแห่งชาติ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรภาค 4 ส่วนหน้า และตำรวจภูธรภาค 9 เข้าชี้แจงกรณีเหตุความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า วานนี้ (26 ส.ค.) มีสส.จังหวัดชายแดนภาคใต้ 14 คน มายื่นต่อประธานกรรมาธิการฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบมาตรการและแนวทางการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นในอนาคต จึงได้เชิญ 6 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 22-24 ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร และเกิดขึ้นเพราะอะไร
รวมถึงกรณีผู้บาดเจ็บที่อ้างว่าถูกอาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ตรวจการณ์ ซึ่งวันนี้กรรมาธิการฯ จะติดตามและหาความจริงให้กระจ่าง เพื่อให้พี่น้องประชาชนสบายใจ ส่วนแนวทางการให้ข้อมูลของหน่วยงานนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องที่มีข้อมูลด้านความมั่นคงและบางส่วนเป็นความลับ จึงต้องดูว่าหน่วยงานจะสามารถให้ข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดมาตั้งแต่ปี 2547 รวมระยะเวลากว่า 22 ปี มีความซับซ้อนและละเอียดอ่อน เพราะเป็นเรื่องที่มีกระบวนการแบ่งแยกดินแดน หากผ่านระยะเวลา 22 ปีแล้วครั้งนี้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุเกิดจากอะไร ก็จะทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก และจะมีปัญหาอื่นตามมาอีกมาก จึงต้องดำเนินการให้มีความชัดเจน
นายมณเฑียร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาการก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง 2 อำเภอในพื้นที่จังหวัดสงขลา เกิดเหตุรวมแล้วหมื่นกว่าครั้ง และทุกครั้งที่ก่อเหตุโดยมากจะมีเป้าหมายเอาชีวิตพี่น้องประชาชน แต่ครั้งนี้ไม่มีเป้าหมายดังกล่าว กลับเป็นการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ เช่น เผาสถานที่ราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำลายเสาไฟฟ้า เผารถยนต์ และทำลายกล้อง CCTV ซึ่งถือว่าแปลกกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้ที่กรรมาธิการฯ ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุที่เกิดขึ้นกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่นั้น นายมณเฑียร กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยว เพราะเป็นพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และทุกครั้งที่เกิดเหตุ เมื่อมีการสันนิษฐานว่าเกิดจากอะไร โดยมากจะมี 5 ประเด็น คือ เรื่องการแบ่งแยกดินแดน เรื่องของเถื่อน เรื่องยาเสพติด เรื่องงบประมาณ และเรื่องการเมือง
เมื่อถามถึงกรณีที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลว่าเรื่องงบประมาณไม่เกี่ยวข้องแต่มีข้อมูลว่ามีกลุ่ม BRN รุ่นใหม่เข้ามาร่วมด้วยนั้น นายมณเฑียร กล่าวว่า แนวทางการป้องกันและแก้ปัญหาจะต้องเริ่มจากการหาข้อมูลให้ชัดเจน
นายมณเฑียร กล่าวต่อว่า วันนี้เป็นเหมือนวันประวัติศาสตร์ เพราะมีผู้แทนที่อยู่ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีปัญหา จำนวน 14 คน และมาจากทุกพรรคการเมือง ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล จะมาร่วมกันแก้ปัญหาและหาข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดปัญหาเรื่องยาเสพติด ของเถื่อน และงบประมาณ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะดำเนินการแก้ไข แต่หากเป็นเรื่องของแนวคิดแบ่งแยกดินแดนอย่าไปคิด เพราะรัฐบาลชุดนี้ได้ตั้งผู้พูดคุยเจรจาไว้แล้ว และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศไม่ยอม ขณะที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่าประเทศไทยต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกไม่ได้ และเป็นไปไม่ได้ ขอย้ำว่า การแก้ปัญหาคือจะต้องไม่มีเรื่องการฆ่าแกงกัน และทุกเรื่องที่มีปัญหาสามารถจบได้ด้วยการพูดคุยและการเจรจา
เมื่อถามว่า การตั้งคณะพูดคุยเจรจาครั้งนี้จะทำให้สถานการณ์คลี่คลายหรือไม่ นายมณเฑียร กล่าวว่า ต้องแก้ให้ตรงจุด และต้องพูดคุยกับคนที่ใช่ หากไปพูดคุยกับคนที่ไม่ใช่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ วันนี้จึงต้องหาข้อมูลให้เจอว่าเหตุเกิดขึ้นอย่างไร ส่วนการมีกลุ่มขบวนการรุ่นใหม่เข้ามานั้น อาจเป็นเพราะคนกลุ่มดังกล่าวยังไม่เข้าใจ และจะต้องมีการพูดคุยเจรจากัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

