ฝนถล่มญี่ปุ่น น้ำท่วมหนัก-ดินถล่ม ประชาชนกว่า 3.8 แสนคนถูกสั่งอพยพ

27 สิงหาคม 2569 สถานการณ์ฝนตกหนักในญี่ปุ่นยังน่าเป็นห่วง หลังเกิดฝนตกอย่างหนักในจังหวัดอิชิคาวะและโทยามะ ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ ถนนหลายสายถูกตัดขาด ขณะที่ประชาชนและยานพาหนะจำนวนมากติดอยู่ท่ามกลางกระแสน้ำ
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นประกาศเตือนภัยฝนตกหนักระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด สำหรับพื้นที่บางส่วนของจังหวัดอิชิคาวะและโทยามะ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพและใช้ความระมัดระวังอย่างสูง เนื่องจากอาจเกิดน้ำท่วมและดินถล่มที่เป็นอันตรายต่อชีวิต
แม้ฝนจะเริ่มเบาลงในช่วงต่อมาของวันพฤหัสบดี และทางการลดระดับคำเตือนฝนตกหนักลงมาอยู่ในระดับปานกลาง แต่ยังคงเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวังฝนตกเพิ่มเติมและดินถล่มที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่องจนถึงเช้าวันศุกร์
คาดการณ์ว่าพื้นที่คางะและโนโตะอาจมีฝนตกสะสมสูงถึง 20 เซนติเมตร หรือประมาณ 7.8 นิ้ว จนถึงเช้าวันศุกร์ ขณะที่ทางการของจังหวัดอิชิคาวะและโทยามะแนะนำประชาชนมากกว่า 380,000 คน ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัย
ด้านสถานีโทรทัศน์ NHK เผยภาพการช่วยเหลือประชาชนในเมืองฮิมิ จังหวัดโทยามะ โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยใช้เรือยางเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม พร้อมเดินลุยน้ำที่มีระดับสูงถึงหัวเข่า ขณะที่รถยนต์หลายคันซึ่งไม่สามารถเดินทางต่อได้หลังถนนถูกน้ำท่วม ถูกทิ้งไว้กลางเส้นทาง
ขณะที่จังหวัดอิชิคาวะ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของจังหวัดโทยามะ พบว่าบ้านเรือนประมาณ 270 หลังใน 3 เทศบาลถูกตัดขาดจากพื้นที่โดยรอบเนื่องจากน้ำท่วม อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ฝนตกหนักยังทำให้เกิดดินถล่มและส่งผลให้ถนนหลายสายภายในจังหวัดอิชิคาวะต้องปิดการจราจร โดย มิโนรุ คิฮาระ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า แม่น้ำหลายสายเอ่อล้นตลิ่งในทั้งสองจังหวัด ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนจำนวนมาก แต่ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ
นอกจากนี้ บริษัท Hokuriku Electric Power รายงานว่า บ้านเรือนในจังหวัดโทยามะและอิชิคาวะมากกว่า 1,000 หลัง ได้รับผลกระทบจากไฟฟ้าดับอันเนื่องมาจากสภาพอากาศเลวร้าย
ทั้งนี้ ญี่ปุ่นเพิ่งเผชิญเหตุฝนตกหนักและน้ำท่วมครั้งใหญ่ในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว เมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของสภาพอากาศในหลายพื้นที่ของประเทศในช่วงที่ผ่านมา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

