นอร์เวย์สูญเสียครั้งใหญ่! กษัตริย์ฮารัลด์ เสด็จสวรรคตอย่างสงบในวัย 89 พรรษา

สำนักพระราชวังนอร์เวย์ประกาศข่าวเศร้า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ที่ 5 แห่งนอร์เวย์ เสด็จสวรรคตแล้วด้วยพระชนมายุ 89 พรรษา เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม 2569 หลังทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ มกุฎราชกุมารฮากอน พระราชโอรส พระชนมายุ 53 พรรษา จะทรงสืบราชบัลลังก์ต่อโดยอัตโนมัติ
สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์ระบุว่า สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จสวรรคตอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยออสโล เมื่อเวลา 06.35 น. ตามเวลาท้องถิ่น
หลังมีการประกาศข่าว ธงบริเวณพระราชวังหลวงในกรุงออสโลถูกลดลงครึ่งเสาเพื่อแสดงความอาลัย ประชาชนจำนวนหลายร้อยคนทยอยเดินทางมายังบริเวณลานพระราชวัง ขณะที่มีการนำดอกไม้หลายร้อยช่อมาวางเพื่อถวายความอาลัยตั้งแต่ก่อนหน้านี้
ด้าน โจนาส การ์ สเตอเรอ นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสูญเสีย โดยระบุว่า ข่าวดังกล่าวสร้างความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้งให้กับเขา พร้อมกล่าวว่า คนทั้งประเทศกำลังร่วมกันไว้อาลัย และในขณะเดียวกันก็รู้สึกขอบคุณต่อพระชนมชีพอันยาวนานของกษัตริย์ฮารัลด์ ซึ่งทรงอุทิศพระองค์ให้กับประเทศนอร์เวย์
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า “กษัตริย์ฮารัลด์ทรงรักนอร์เวย์ และนอร์เวย์ก็รักกษัตริย์ของพวกเขา” พร้อมระบุว่ารัฐบาลจะจัดการประชุมในเร็ว ๆ นี้ ก่อนเข้าเฝ้ามกุฎราชกุมารฮากอน ณ พระราชวัง
ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ทรงเข้ารับการรักษาพระองค์ในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 17 สิงหาคม หลังทรงมีภาวะ โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (haemolytic anaemia) ซึ่งเกิดจากการที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลายเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยล้าและหายใจไม่สะดวก
เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม สำนักพระราชวังประกาศว่า พระอาการของพระองค์อยู่ในระดับร้ายแรงอย่างยิ่ง ส่งผลให้พระบรมวงศานุวงศ์เดินทางมาเฝ้าพระอาการอย่างใกล้ชิด
สมเด็จพระราชินีซอนยา พระมเหสี มกุฎราชกุมารฮากอน พระชายาเมตเตอ-มาริต รวมถึงพระโอรสธิดา ต่างใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ข้างพระแท่นบรรทม โดยมีรายงานว่ามกุฎราชกุมารฮากอนทรงเฝ้าพระบิดาตลอดทั้งคืน
สมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์เสด็จขึ้นครองราชย์ในปี 1991 และตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงมีปัญหาด้านพระพลานามัยหลายครั้ง จนต้องทรงติดตั้งเครื่องกระตุ้นหัวใจ และลดพระราชกรณียกิจลง
อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงยืนยันมาโดยตลอดว่าจะไม่สละราชสมบัติ เนื่องจากทรงถือว่าพระองค์ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณต่อรัฐสภานอร์เวย์ว่าจะทรงปฏิบัติหน้าที่ตลอดพระชนม์ชีพ
ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ราชวงศ์นอร์เวย์ต้องเผชิญกับเหตุการณ์หลายประการ โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา กษัตริย์ฮารัลด์ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่เกาะเตเนรีเฟ หลังทรงติดเชื้อและมีภาวะขาดน้ำระหว่างเสด็จเยือนเป็นการส่วนพระองค์พร้อมพระราชินีซอนยา
ส่วนสมเด็จพระราชินีซอนยา พระชนมายุ 89 พรรษาเช่นกัน ก็ทรงเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลช่วงสั้น ๆ เมื่อเดือนพฤษภาคม เนื่องจากปัญหาเกี่ยวกับพระหทัย
ขณะที่เมตเตอ-มาริต พระชายาของมกุฎราชกุมารฮากอน ถูกจับตามองจากกรณีความสัมพันธ์กับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน นักการเงินชาวอเมริกันผู้ล่วงลับ หลังเอกสารที่เผยแพร่ในสหรัฐฯ เปิดเผยว่า ทั้งสองมีการติดต่อสื่อสารกันอย่างต่อเนื่องระหว่างปี 2011-2014
นอกจากนี้ มาริอุส บอร์ก เฮอิบี พระโอรสของเมตเตอ-มาริตจากความสัมพันธ์ก่อนสมรสกับมกุฎราชกุมารฮากอน ยังเผชิญปัญหาทางกฎหมาย โดยเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เขาถูกตัดสินจำคุก 4 ปี จากความผิดฐานข่มขืน 2 กระทง และข้อหาอื่น ๆ อีก 32 กระทง รวมถึงการใช้ความรุนแรงต่ออดีตคนรัก โดยเจ้าตัวได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา
ด้านเมตเตอ-มาริต วัย 53 ปี ซึ่งป่วยด้วยโรคปอดร้ายแรง ได้เข้ารับการปลูกถ่ายปอดเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
แม้ราชวงศ์จะเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน แต่สถาบันกษัตริย์นอร์เวย์ยังคงได้รับความนิยมจากประชาชนโดยรวม โดยเฉพาะสมเด็จพระราชาธิบดีฮารัลด์ ซึ่งทรงได้รับการยกย่องในฐานะกษัตริย์ผู้เป็นศูนย์รวมจิตใจของประเทศ และทรงมีพระอุปนิสัยเรียบง่าย สมถะ และเข้าถึงประชาชน
การเสด็จสวรรคตของกษัตริย์ฮารัลด์ในครั้งนี้ จึงถือเป็นการสิ้นสุดรัชสมัยที่ยาวนานกว่า 35 ปี และเป็นจุดเริ่มต้นของรัชสมัยใหม่ภายใต้การขึ้นครองราชย์ของ กษัตริย์ฮากอนแห่งนอร์เวย์

