‘สุชาติ’บุกเพชรบุรี! ‘เปิดประตูระบายน้ำ’ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ 4,000 ไร่

‘สุชาติ ชมกลิ่น’ บุกเพชรบุรี! เปิดประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ แก้ปัญหาน้ำท่วม-น้ำเค็มรุกล้ำ 4,000 ไร่ พร้อมลุยชายฝั่งเร่งแก้ปัญหา ‘กระซ้า’ ทับถม สั่งขุดลอกช่วยเรือประมงพื้นบ้าน
วันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2569 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์ ณ ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ก่อนเดินทางต่อไปยังชายฝั่งคลองปากทะเล ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม เพื่อติดตามปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและการทับถมของ ‘กระซ้า’ (เศษเปลือกหอยและหินปูน) ที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงพื้นบ้าน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการต้อนรับและหารือแนวทางร่วมกับ ร.ต.ท.ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี, นายชัยยะ อังกินันทน์ นายก อบจ.เพชรบุรี, นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี เขต 1, นายฤกษ์ อยู่ดี สส.เพชรบุรี เขต 2, จ.อ.อภิชาติ แก้วโกศล สส.เพชรบุรี เขต 3 รวมถึงหัวหน้าส่วนราชการและประชาชนในพื้นที่
นายสุชาติ เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบทั้งช่วงน้ำมากและน้ำแล้ง สำหรับประตูระบายน้ำคลองอรรถสิทธิ์เป็นโครงการที่ สส.ธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ ได้ผลักดันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2567 เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กักเก็บน้ำช่วงฤดูแล้ง และป้องกันน้ำเค็มรุกล้ำพื้นที่เกษตรกรรม โดยประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ 1.พื้นที่การเกษตรฤดูฝน: ได้รับประโยชน์กว่า 4,000 ไร่ และ 3.พื้นที่การเกษตรฤดูแล้ง: ได้รับประโยชน์ประมาณ 700 ไร่ ซึ่งครอบคลุมประชาชนกว่า 625 ครัวเรือน ในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี
จากนั้น รัฐมนตรีฯ ได้เดินทางลงพื้นที่หมู่ 2 และหมู่ 3 ตำบลปากทะเล อำเภอบ้านแหลม รับฟังเดือดร้อนของชาวประมงพื้นบ้านจากปัญหาการสะสมตัวของ ‘กระซ้า’ (เศษชิ้นส่วนเปลือกหอย เปลือกปู และสิ่งมีชีวิตเปลือกแข็ง) ที่ถูกลมและกระแสน้ำพัดพามาทับถมบริเวณปากอ่าวและร่องน้ำ
ซึ่งการสะสมตัวของ ‘กระซ้า’ ทำให้ร่องน้ำตื้นเขินอย่างหนัก เรือประมงสัญชาติพื้นบ้านเข้า-ออกด้วยความยากลำบาก เสี่ยงต่ออุบัติเหตุและเพิ่มต้นทุนการออกเรือ ซึ่งนายสุชาติได้พบปะให้กำลังใจประชาชน พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อคืนความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้แก่พี่น้องชาวประมงอย่างยั่งยืน









