‘พลพีร์-วรศิษฎ์‘ลุยเอง บุกผับจีนย่านห้วยขวาง เคยถูกจับแต่ยังเปิดซ้ำ ซัดทอดตำรวจถือหุ้นลม

วันที่ 29 สิงหาคม 2569 เมื่อเวลา 01.30 น. ที่ผ่านมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สองรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สนธิกำลังร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการจู่โจมเข้าตรวจค้นสถานบันเทิง "577CLUB" ตั้งอยู่ภายในซอยประชาอุทิศ 11 แขวงและเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร หลังได้รับการร้องเรียนว่าลักลอบเปิดให้บริการเกินเวลาถึงช่วงเช้ามืด และตรวจสอบฐานข้อมูลพบว่าไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการแต่อย่างใด
ทันทีที่ชุดจับกุมเดินทางไปถึง พบว่าสถานบันเทิงดังกล่าวยังคงเปิดให้บริการตามปกติ ท่ามกลางนักเที่ยวจำนวนมากที่กำลังนั่งดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และมั่วสุมสูบบุหรี่ไฟฟ้ากันอย่างครึกครื้น เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจึงแสดงตัวสั่งให้ทางร้านปิดเพลงทันที พร้อมทั้งเปิดไฟสว่างเพื่อควบคุมสถานการณ์ และเริ่มกระบวนการคัดแยกนักท่องเที่ยวทั้งหมดเพื่อตรวจวัดสารเสพติดในปัสสาวะ

จากการตรวจสอบกลุ่มนักท่องเที่ยวภายในร้านที่มีอยู่รวมทั้งสิ้น 132 คน แยกเป็นสัญชาติไทย 65 คน และชาวจีนอีก 67 คน ผลการตรวจปัสสาวะปรากฏว่าพบผู้มีสารเสพติดในร่างกายรวม 3 ราย ประกอบด้วย ชายชาวไทย 1 ราย หญิงชาวฮ่องกง 1 ราย และชายชาวฮ่องกงอีก 1 ราย
ต่อมาในช่วงเวลาประมาณ 02.20 น. พ.ต.อ.ศรศักดิ์ ทองมี ผกก.สน.ห้วยขวาง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้รุดลงพื้นที่มาตรวจสอบที่เกิดเหตุด้วยตนเอง

ด้าน นายพลพีร์ เปิดเผยถึงปฏิบัติการครั้งนี้ว่า ทางกระทรวงมหาดไทยได้รับเรื่องร้องเรียนว่าผับดังกล่าวเคยถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมไปเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2568 แต่กลับยังคงดื้อแพ่งลักลอบเปิดให้บริการต่อ ทางกระทรวงจึงสั่งการให้กรมการปกครองส่งสายลับ DOPA S.W.A.T. แฝงตัวสืบสวนหาหลักฐานระยะหนึ่ง โดยมุ่งเป้าไปที่ประเด็นการทำธุรกิจของกลุ่มทุนต่างด้าว ซึ่งผลการสืบสวนและหลักฐานหน้างานค่อนข้างชัดเจนว่าเจ้าของที่แท้จริงน่าจะเป็นชาวจีน เนื่องจากสัดส่วนนักท่องเที่ยวภายในร้านสูงถึงราว 70% เป็นชาวจีน รวมถึงระบบการชำระเงินที่แคชเชียร์นำมาแสดงเพื่อให้ลูกค้าสแกนจ่าย ล้วนใช้แอปพลิเคชันยอดนิยมของจีนอย่าง WeChat และ Alipay ทั้งสิ้น
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ระหว่างเข้าตรวจค้น บุคคลที่แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านคือนาย "ชาติ" ได้ให้ข้อมูลอ้างว่ามีหุ้นส่วนลมรายหนึ่งใช้อักษรย่อว่า "โจ้ ดศ." ซึ่งมีอาชีพเป็นตำรวจ แม้ตนจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าบุคคลดังกล่าวคือใคร แต่ได้สั่งการให้ผู้กำกับการ สน.ห้วยขวาง เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามตัวมาสอบสวนขยายผลโดยด่วนแล้ว
ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เต้ย พลพีร์ สุวรรณฉวี








