รบ.จัดเต็มครม.สัญจร สงขลาคึกคัก ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ ชูเมนูเด็ดท่องเที่ยวใต้

รบ.จัดเต็มครม.สัญจร
สงขลาคึกคัก
ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์
ชูเมนูเด็ดท่องเที่ยวใต้
จังหวัดสงขลาจัดเต็มรับครม.สัญจร เตรียมเสิร์ฟอาหารถิ่นของดีภาคใต้ขึ้นโต๊ะต้อนรับ ครม.สัญจร ถ่ายทอด อัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดสู่ Soft Power ด้านอาหารของภาคใต้ ด้านสำนักโฆษก นำสื่อลงพื้นที่โปรโมทล่วงหน้า ขณะที่ที่ม็อบหนุน-ต้าน“นิคมอุตสาหกรรมจะนะพรึบ รับครม.สัญจร "นิพนธ์"แย้ง ควรยึดผลการศึกษา SEAที่ครม.เห็นชอบแล้ว
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จังหวัดสงขลาพร้อมจัดประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม–1 กันยายน 2569 เตรียมนำอาหารท้องถิ่น เสิร์ฟบนโต๊ะอาหารให้คณะรัฐมนตรี ผู้เข้าร่วมประชุมได้สัมผัสความ อร่อยของดีจังหวัดสงขลา เพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดสู่ Soft Power ด้านอาหารของภาคใต้
เตรียมเมนูเด็ดสงขลา
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า อาหารที่จังหวัดสงขลาจัดเตรียมไว้ แบ่งออกเป็น ดังนี้
1.เมนูอาหารว่าง (หรอยหนัด) ประกอบด้วย ต้มสามเหลี่ยมไส้ไก่หยองไข่แดงเค็ม ขนมไข่เตาถ่าน และเมล่อนทองระโนด
2.เมนูอาหารเช้า (หรอยแรงใต้แรงอก) ประกอบด้วย ข้าวต้มปลากะพง 3 น้ำ จากกลุ่มแม่น้ำทะเลสงขลา ปลาท๋องโก๋ สังขยาหรือนมข้น และเค้กสะหวา
3.เมนูอาหารกลางวัน (หรอยจังฮู้) ประกอบด้วย แกงส้มปลากะพง 3 น้ำ มะม่วงเบาสำรับสงขลา 2 วัตถุดิบ GI ขนานแท้ ปลากระบอกทองหอม ใบเหลียงผัดไข่ ก๋วยเตี๋ยวถนัดศรี ไก่ทอดหาดใหญ่ ข้าวมันไก่เบตงสำรับรสแห่งไก่สายพันธุ์ใต้ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท
4.เมนูฮาลาล ประกอบด้วย ซุปเนื้อฮาลาล ข้าวมันไก่ฮาลาล ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นสูตรต้นตำรับ และลูกตาลกะทิสด ไอติมไทย-ไท
“จังหวัดสงขลาบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ครม.สัญจร เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมใช้โอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพของจังหวัดสงขลา ผลักดันโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ขับเคลื่อนย่านเมืองเก่าสงขลาสู่เมืองมรดกโลก และส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ภาคใต้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน” นางสาวพลอยทะเล กล่าว
พาสื่อลงพื้นที่ล่วงหน้า
สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เตรียมจัดกิจกรรมสื่อมวลชนสัญจร (PRESS TOUR) นำคณะสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลจากสถานีโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์กว่า 30 คน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 เพื่อติดตามศักยภาพของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ รวมถึงผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาลด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก การอนุรักษ์อัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่น และการสร้างโอกาสทางรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่ ก่อนติดตามการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 โดยกิจกรรมครั้งนี้นำโดย นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ และร้อยเอกหญิง ดร. ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
วันที่ 30 สิงหาคม 2569 คณะสื่อมวลชนจะลงพื้นที่ตำบลเกาะยอ อำเภอเมืองสงขลา เยี่ยมชมวัดแหลมพ้อ สักการะองค์พระนอน แลนด์มาร์กสำคัญของเกาะยอ พร้อมสัมผัสผลิตภัณฑ์ชุมชน อาทิ จำปาดะและอาหารท้องถิ่น สะท้อนการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับสินค้าและรายได้ของคนในพื้นที่ จากนั้น เยี่ยมชมศูนย์เรียนรู้ผ้าทอเกาะยอ วัดโคกเปี้ยว เรียนรู้การอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญา “ผ้าทอเกาะยอ” สู่ผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของชุมชน
ยกระดับท่องเที่ยว
ช่วงบ่าย คณะสื่อมวลชนจะติดตามผลการดำเนินงานด้านการยกระดับการท่องเที่ยวและบริการของจังหวัดสงขลาและกลุ่มจังหวัดภาคใต้ ณ สถาบันทักษิณคดีศึกษา พร้อมเยี่ยมชมห้องจัดแสดงเพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และภูมิปัญญาท้องถิ่น ก่อนลงพื้นที่แหลมสนอ่อนและหาดสมิหลา ศึกษาการพัฒนาพื้นที่สาธารณะและแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งประติมากรรมพญานาคพ่นน้ำ จุดชมวิวทะเลสาบสงขลา และ “นางเงือกทอง” สัญลักษณ์คู่เมืองสงขลา
วันที่ 1 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จังหวัดสงขลา โดยจังหวัดสงขลาเตรียมจัดผ้าพื้นถิ่นและผลิตภัณฑ์ผ้าบาติกที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดสำหรับคณะรัฐมนตรี เพื่อประชาสัมพันธ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นและคุณค่าของงานหัตถกรรมจากชุมชน
กิจกรรมครั้งนี้มุ่ง “พาสื่อไปเห็น พาเรื่องราวจากพื้นที่ไปสู่ประชาชน” ถ่ายทอดศักยภาพของสงขลาในมิติการท่องเที่ยว วัฒนธรรม วิถีชีวิต และเศรษฐกิจชุมชน พร้อมสะท้อนแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงทุนทางวัฒนธรรมกับเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และกระจายโอกาสสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำว่าสงขลาไม่ได้มีเพียงทะเล หาดสมิหลา และเกาะยอ แต่ยังมีทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สามารถต่อยอดสู่ “การท่องเที่ยวคุณภาพ” และเติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจชุมชน
เผยม็อบ2กลุ่มชุมนุม
นายนิพนธ์ ขิตมณี ปลัดอำเภอ รักษาราชการแทนนายอำเภอจะนะ รายงานด่วนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ถึงการเคลื่อนไหวของพลังมวลชน เพื่อเตรียมรับมือความเคลื่อนไหวในช่วงการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ ครม.สัญจร ที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. - 1 ก.ย. 2569
รายงานข่าวกรองในพื้นที่พบการเคลื่อนไหว 2 ฝ่ายเกี่ยวกับโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ 2 ฝ่าย ฝ่ายแรก กลุ่มคัดค้านนำโดยเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เตรียมจัดเวทีเสวนาใหญ่ที่ ม.อ.หาดใหญ่ ในวันที่ 30 ส.ค. ก่อนประเมินสถานการณ์ว่าจะเข้ายื่นหนังสือคัดค้านต่อนายกฯ ในวันประชุม ครม.สัญจรหรือไม่
ขณะที่อีกฝ่าย กลุ่มชุมชนจะนะต้นแบบ ประกาศระดมมวลชน 500-1,000 คน เตรียมบุกยื่นหนังสือสนับสนุนโครงการนิคมฯ จะนะ ต่อศูนย์ดำรงธรรมส่วนหน้าในวันประชุม ครม. 1 ก.ย.นี้ พร้อมยื่นเงื่อนไขต้องให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนจุดยืนเป็นคัดค้านทันที
นิพนธ์เบรคอยู่เฉยๆ
ด้านนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยในการจัดม๊อบไม่ว่าสนับสนุนหรือคัดค้าน เพราะโครงการได้ผ่านการทำSEA โดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.)ใช้เวลาในการศึกษาร่วม 4 ปี ใช้งบประมาณเดือบ30ล้านบาท ผ่านเวทีประชาคมร่วม7,000คนกว่า50เวที จนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย สภาพัฒน์เจ้าของงบประมาณผู้ว่าจ้างได้เสนอเข้าครม. และครม.ได้ให้ความเห็นชอบแล้วเมื่อเดือน มิย.ที่ผ่านมา
“วันนี้จึงต้องให้ทุกฝ่ายปฎิบัติตามSEA เท่านั้น ไม่ควรกลับไปสู่จุดเดิมเมื่อ5-6ปีที่แล้ว” นิพนธ์ กล่าว
ตรวจวัตถุต้องสงสัย
วันเดียวกัน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 42 ได้ขอรับการสนับสนุนชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด (EOD) ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ในพื้นที่บ้านปาลัส หมู่ที่ 1 ตำบลควน อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี โดยเจ้าหน้าที่ได้ประชุมชี้แจงและวางแผนการปฏิบัติก่อนเข้าพื้นที่
ต่อมา เจ้าหน้าที่ EOD เข้าตรวจสอบและพบวัตถุต้องสงสัย จึงดำเนินการยิงทำลายตามขั้นตอนอย่างปลอดภัย ผลการตรวจสอบพบกล่องเหล็กขนาดประมาณ 14 × 5 × 2 เซนติเมตร พร้อมเชื้อประทุและลูกบอลแบริ่งขนาด 8 มิลลิเมตร โดยไม่พบแผงวงจรหรือระบบจุดระเบิด
เบื้องต้น คาดว่าเป็นการนำวัตถุดังกล่าวมาวางเพื่อก่อกวนและสังเกตการณ์การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ประชาชนสามารถใช้เส้นทางดังกล่าวสัญจรได้ตามปกติ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

