ไทยเดินเครื่องเปิดดีลรัสเซีย ดันร่วมมืออุตฯป้องกันประเทศ-เหล็ก

31นายภาสกร ชัยรัตน์ รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้ให้การต้อนรับ ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และคณะ ในโอกาสที่นำ Mr. Ivan Demchenko ประธานสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย และ Mr. Yuri Prishchepov สมาชิกสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย เข้าพบหารือ โดยมีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นายภาสกร กล่าวว่า การพบปะกันครั้งนี้สะท้อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แน่นแฟ้นระหว่างไทยและรัสเซีย โดยฝ่ายรัสเซียได้แนะนำ Novastal-M Holding ผู้ผลิตเหล็กทรงยาวรายใหญ่ที่มีเครือข่ายส่งออกครอบคลุมทั่วโลก ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ละตินอเมริกา และแอฟริกา ซึ่งกำลังขยายกำลังผลิตด้วยการสร้างโรงงานใหม่ถึง 2 แห่ง และมองเห็นศักยภาพของตลาดไทยในฐานะประเทศที่มีการบริโภคเหล็กสูง จึงต้องการกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น พร้อมชูจุดแข็งด้านเทคโนโลยีเหล็กเสริมคอนกรีตที่สามารถต้านทานแรงแผ่นดินไหว ซึ่งบริษัทฯ มีฐานคลังสินค้าในไทยมานานกว่า 10 ปี
รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงถึงภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กไทย ทั้งสถานการณ์การนำเข้าจากต่างประเทศที่ยังอยู่ในระดับสูง และอัตราการใช้กำลังการผลิตในประเทศที่ยังไม่ถึงร้อยละ 30 พร้อมชี้แจงมาตรการดูแลอุตสาหกรรมภายในประเทศ และความคืบหน้าการปรับปรุงมาตรฐานเหล็กเส้นเสริมคอนกรีตที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กำลังเร่งดำเนินการอยู่ในขณะนี้
“กระทรวงอุตสาหกรรมยังสนใจต่อยอดความร่วมมือในสาขาที่รัสเซียมีความเชี่ยวชาญระดับโลก อาทิ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเครื่องมือแพทย์ ซึ่งฝ่ายรัสเซียตอบรับ และเชิญชวนคณะไทยเยี่ยมชมโรงงานอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของรัสเซียโดยตรง เพื่อต่อยอดโอกาสความร่วมมือในอนาคต” นายภาสกร กล่าว
นายภาสกร กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ฝ่ายรัสเซียยังได้เชิญไทยร่วมงาน Russian-Thai Investment Forum ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 29-31 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนไทยและรัสเซียได้จับคู่ธุรกิจในสาขาก่อสร้างและระบบราง ที่ทั้ง 2 ฝ่ายกำลังให้ความสนใจ โดยภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (Thai–EAEU FTA) ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยขยายมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพต่อไป
ด้าน ดร.พจน์ กล่าวว่า ปีที่ผ่านมาการค้าระหว่างไทย-รัสเซีย มีมูลค่า 1,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าตลอดทั้งปี 2569 อาจเพิ่มขึ้นเป็น 2,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยภาคเอกชนไทยเห็นว่าควรเร่งผลักดัน Thai–EAEU FTA เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่เป็นระบบ ตลอดจนอำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ และเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานระหว่างไทยกับประเทศสมาชิก EAEU ได้แก่ รัสเซีย อาร์เมเนีย เบลารุส คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน ที่มีประชากรรวม 185 ล้านคน หากไทยผลักดัน Thai–EAEU FTA ให้เกิดขึ้นได้ จะเปิดโอกาสให้สินค้าและบริการของไทยเข้าถึงตลาดใหม่ และเพิ่มทางเลือกด้านวัตถุดิบ พลังงาน ปุ๋ย และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อภาคการผลิตของไทย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

