ดีเดย์ก.ย.เริ่มใช้‘ค่าไฟ’โครงสร้างใหม่

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่รอบบิลเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป ประชาชนจะเริ่มได้รับประโยชน์จากโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าใหม่ ตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งลดภาระค่าครองชีพด้วยการแก้ปัญหาที่ต้นทุน และโครงสร้างค่าไฟฟ้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะผู้ใช้ไฟน้อยที่จะจ่ายในอัตราที่ถูกลง สำหรับบ้านอยู่อาศัย ค่าไฟจะคิดในอัตราก้าวหน้า (Progressive Rate) โดย 200 หน่วยแรก อัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย หน่วยที่ 201-400 อัตรา 4.1584 บาทต่อหน่วย และตั้งแต่หน่วยที่ 401 ขึ้นไป อัตรา 4.3583 บาทต่อหน่วย เพื่อให้การคิดค่าไฟสะท้อนระดับการใช้จริง และช่วยครัวเรือนที่ใช้ไฟไม่มากเป็นลำดับแรก
น.ส.รัชดา กล่าวว่า นอกจากนี้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยทุกประเภท รวมค่าไฟฟ้าผันแปร หรือค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (ค่า Ft) จะลดจาก 3.95 บาท เหลือ 3.86 บาทต่อหน่วย หรือลดลง 9 สตางค์ต่อหน่วย และจะแยกภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากบิลค่าไฟของประชาชน ซึ่งช่วยลดภาระลงอีก 0.0634 บาทต่อหน่วย โดยคาดว่าประชาชนกว่า 21 ล้านครัวเรือน จะได้รับประโยชน์ คิดเป็นมูลค่าการประหยัดค่าใช้จ่ายรวม 18,000 ล้านบาท
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อีกการเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการขยายสิทธิให้ครอบคลุมประชาชนที่อยู่อาศัยจริง แม้ยังไม่มีทะเบียนบ้านถาวร หากมีการใช้ไฟเพื่อการอยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง และมีประวัติชำระค่าไฟไม่น้อยกว่า 6 เดือน สามารถได้รับสิทธิอัตราค่าไฟใหม่ได้เช่นกัน
“หลักคิดชัดเจน คือ คนที่ใช้ไฟน้อยควรจ่ายน้อยลง และผู้ที่อยู่อาศัยจริงต้องเข้าถึงสิทธิได้ รัฐบาลต้องการให้การลดค่าไฟครั้งนี้เกิดผลกับบิลของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมกับทำให้โครงสร้างค่าไฟมีความเป็นธรรมและยั่งยืนในระยะยาว” น.ส.รัชดา กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การดำเนินการดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ได้จัดประชุมครั้งที่ 31/2569 เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ซึ่งพิจารณาข้อเสนอปรับปรุงอัตราค่าไฟฟ้าแบบก้าวหน้าสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย และทบทวนนิยามผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทบ้านอยู่อาศัย ตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นแล้ว โดยมีมติเห็นชอบให้มีผลตั้งแต่บิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนกันยายน 2569 เป็นต้นไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

