ก๋วยเตี๋ยวชามนี้ 2,000! เนียนอ้างรถเสียแวะโซ้ย เจอตร.สวนคำเดียว... ทำเอากินไม่ลง

กลายเป็นประเด็นที่สะท้อนปัญหาการจราจรและวินัยบนท้องถนน เมื่อเพจเฟซบุ๊ก "จอดซ้าย ท้าย RCA" ได้เผยแพร่เหตุการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจนครบาลมักกะสัน ขณะเข้าตรวจสอบผู้ขับขี่รายหนึ่งที่จอดรถกีดขวางการจราจรจนส่งผลให้รถติดขัดอย่างหนักทางด้านหลัง โดยผู้กระทำผิดพยายามบ่ายเบี่ยงหลีกเลี่ยงความผิดด้วยการอ้างว่ารถเสียและยางแบน แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจจับพิรุธได้ว่าเป็นการจอดรถเพื่อแวะรับประทานก๋วยเตี๋ยว จึงได้ดำเนินการเรียกเก็บใบอนุญาตขับขี่และเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุด เพื่อเป็นบทเรียนแก่ผู้กระทำผิดที่ไม่คำนึงถึงส่วนรวม
ข้ออ้างรถเสีย และการตรวจสอบอย่างละเอียดของเจ้าหน้าที่
เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ได้เข้าตรวจสอบรถยนต์คันหนึ่งที่จอดกีดขวางการจราจร โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบถามหาเจ้าของรถและสาเหตุที่จอดขวาง ผู้กระทำผิดได้อ้างว่ารถมีปัญหา "ยางอ่อน" เนื่องจากโดนเบียดมาจนล้อแบน และกำลังรอให้ช่างมาเปลี่ยนยางให้ที่จุดเกิดเหตุ
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สังเกตเห็นพิรุธ จึงสั่งให้ผู้กระทำผิดโทรศัพท์ตามช่างให้ดูต่อหน้าทันที พร้อมตั้งคำถามว่าช่างอยู่ที่ไหนแล้ว แต่ผู้กระทำผิดกลับมีท่าทีอึกอัก บ่ายเบี่ยงที่จะกดโทรออก และพยายามเดินหนี จนเจ้าหน้าที่ต้องเรียกให้กลับมาเข้ามาพูดคุยให้รู้เรื่อง พร้อมเตือนว่าอย่าใช้ลูกไม้หลอกลวงเจ้าพนักงาน
จับโป๊ะคนมักง่าย สั่งปรับเต็มอัตราข้อหาจอดรถกีดขวาง
เมื่อผู้กระทำผิดจนมุมและไม่สามารถยืนยันได้ว่ารถเสียจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงดำเนินการขั้นเด็ดขาด โดยสั่งให้ผู้กระทำผิดนำใบอนุญาตขับขี่มามอบให้ พร้อมชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่า การจอดรถมักง่ายเช่นนี้ทำให้รถคันอื่นด้านหลังติดขัดเป็นทางยาว เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะไม่มีการละเว้นและจะดำเนินการปรับเต็มทุกข้อหา
ผู้กระทำผิดพยายามขอร้องและอ้อนวอนไม่ให้เจ้าหน้าที่เอาผิด และได้ตั้งคำถามกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “พี่กับผมเนี่ย เคยโกรธเคืองกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรหรอคับ”
แต่ทางตำรวจปฏิเสธอย่างชัดเจน พร้อมแจ้งข้อหา "จอดรถในลักษณะกีดขวางการจราจร" โดยจะทำการออกใบสั่งให้สแกนจ่ายค่าปรับในอัตราสูงสุดคือ 2,000 บาท

คำสารภาพและบทเรียนราคาแพงเพื่อสังคมส่วนรวม
หลังจากทราบจำนวนเงินค่าปรับ ผู้กระทำผิดได้พยายามขอความเห็นใจโดยอ้างว่าตนเองมีอาชีพขับรถและตกใจกลัวโดนปรับจึงต้องโกหก พร้อมทั้งเอ่ยปากขอโทษและยอมรับว่าตนเองมักง่าย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้อบรมสั่งสอนผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมาว่า ได้ให้โอกาสพูดความจริงตั้งแต่แรกแล้ว แต่ผู้กระทำผิดเลือกที่จะโกหก
ในตอนท้าย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้บ่นกับบุคคลที่สามในบริเวณนั้นว่า ตนเองได้ให้โอกาสแล้ว และในตอนแรกที่เห็นรถจอดเปิดท้ายไว้ ทำทีเหมือนรถเสียจริง ตนยังตั้งใจจะเข้ามาดูเพื่อช่วยเหลือ แต่กลับพบว่าเป็นการโกหกเพื่อแวะรับประทานอาหารเพียงเท่านั้น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

