14 ปีที่รอคอย! หนุ่มเมืองจันท์ เปิดเบื้องหลัง โค้ชอ๊อต จากวันที่ไทยพลาดโอลิมปิก สู่วันที่พาทีมสาวคว้าตั๋วสำเร็จ

กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขของวงการวอลเลย์บอลไทย หลังทีมวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเอาชนะทีมชาติจีนไปอย่างสุดมัน 3-2 เซต ในรอบชิงชนะเลิศ ศึกวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026 คว้าแชมป์มาครอง พร้อมสร้างความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยการคว้าตั๋วไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2028 ที่นครลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา
ภายหลังชัยชนะดังกล่าว สรกล อดุลยานนท์ หรือ “หนุ่มเมืองจันท์” นักคิดและนักเขียนชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เล่าถึงเส้นทางความฝันของ “โค้ชอ๊อต” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร ซึ่งเจ้าตัวมองว่าเป็นบุคคลที่มีความสุขที่สุดกับความสำเร็จครั้งนี้ เพราะการพาทีมชาติไทยไปโอลิมปิกคือ “ความฝันสูงสุด” ของโค้ชอ๊อต
หนุ่มเมืองจันท์ เขียนข้อความระบุว่า "ถ้าถามว่าใครมีความสุขที่สุดที่ทีมวอลเล่ย์บอลหญิงไทยชนะทีมชาติจีนเมื่อคืนได้เป็นแชมป์เอเซีย และคว้าตั๋วไปแข่งโอลิมปิค
…“โค้ชอ๊อด“ ครับ
เพราะนี่คือ “ความฝันสูงสุด” ของ“โค้ชอ๊อด” เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร เขาเป็นโค้ชทีมชาติไทยมานานหลายปี สร้างตำนานมากมายก่อนที่จะลาออกไปเมื่อปี 2559 และกลับมารับตำแหน่งคุมทีมชาติไทยอีกครั้งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
"โค้ชอ๊อด"เป็นคนที่กล้าคิด กล้าฝันเพราะตอนที่เขาตั้งเป้าหมายพาวอลเลย์บอลหญิงไทยไปโอลิมปิก ตอนนั้นทีมไทยยังอยู่ในระดับกลางๆของอาเซียน
อาจารย์ชาญฤทธิ์ วงษ์ประเสริฐ ผู้บริหารสมาคมวอลเลย์บอลไทยที่เป็นคนดึง"โค้ชอ๊อด"เข้าสู่วงการบอกว่าตอนนั้นถ้าทีมไทยเจอทีมระดับชั้นนำของเอเซีย อย่าง"จีน-เกาหลีใต้-ญี่ปุ่น"เมื่อไร นอกจากแพ้ 3 เซ็ทรวดแล้ว ยังเจอเกม 0 เป็นประจำ
ดังนั้น การที่"โค้ชอ๊อด"ฝันว่าจะพาทีมไทยไปโอลิมปิก จึงเป็น"ความฝัน"ที่ไกลมากไกลจนยากจะจินตนาการได้ว่าจะเป็นจริง
ผมเคยถาม"โค้ชอ๊อด"ว่าบริหารจัดการ"ความฝัน"ของเขาอย่างไร เขาแบ่ง"ความฝัน"เป็น"เป้าหมาย"เล็กๆครับ เหมือนขั้นบันได เป้าหมายแรก คือ ชนะทีมอันดับต้นๆของ"เอเซีย"ให้ได้ ผ่านไป 4 ปีชนะ"ญี่ปุ่น" "ญี่ปุ่น"ที่เราเคยแพ้เกม 0 มาก่อน
จากนั้นก็ได้เล่นกีฬามหาวิทยาลัยโลกได้เหรียญทองแดง ชนะคิวบา-บราซิล อีก 1 ปีต่อไปได้ไปเล่น"เวิล์ด กรังปรีซ์" และก็ก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ วิธีการแบ่ง"ความฝัน"เป็นขั้นบันไดเล็กๆทำให้ทุกครั้งที่ก้าวขึ้น 1 ขั้น.
เราจะรู้สึกว่า"ชนะ" และกลายเป็น"กำลังใจ"ในการก้าวต่อไป.
"โค้ชอ๊อด"มี"ความฝัน" แต่จะสำเร็จได้หรือไม่ไม่ได้อยู่ที่เขาคนเดียวแต่อยู่ที่นักกีฬาทุกคนเขาได้ส่งต่อ"คบเพลิง"แห่ง"ความฝัน"ให้กับนักกีฬาทุกคน "ฝัน"กันเป็น"ทีม"แต่ที่เหนือกว่าเรื่องการจัดการ ”ความฝัน“ผมอยากรู้เรื่องการจัดการ ”ความพ่ายแพ้“
จำวันที่ทีมวอลเลย์หญิงไทยชุด ” 7 เซียน“ ที่เคยใกล้ถึง"ความฝัน"ที่จะได้ไปโอลิมปิกครั้งแรกได้ไหมครับ ในการคัดเลือกไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น ปี 2555 สถานการณ์ตอนนั้นหลังจากที่ทีมไทยชนะ”คิวบา”ได้ ทุกคนในทีมคิดว่าไทยได้ไปโอลิมปิกแน่ เพราะคู่ต่อไป คือ “ญี่ปุ่น” กับ “เซอร์เบีย” เราแพ้”ญี่ปุ่น” 3:0 แต่ชนะ”เซอร์เบีย” 3:0
เห็นผลการแข่งขันแล้ว ทายไม่ยากว่า”ญี่ปุ่น”ต้องชนะ”เซอร์เบีย”แน่นอน
วันนั้น "ญี่ปุ่น"จะชนะเท่าไรก็ตาม. "ไทย"ก็จะได้เข้ารอบ ยกเว้นอย่างเดียวคือ "ญี่ปุ่น"ต้องแพ้ ครับ แล้ว"ญี่ปุ่น"ก็แพ้ คืนนั้น ทีมไทยนั่งเชียร์อยู่หน้าจอโทรทัศน์ในห้องพัก ฝันว่า”ญี่ปุ่น”ชนะเมื่อไรจะฉลองใหญ่กันเต็มที่
จากเสียงเฮดังลั่นใน 2 เซ็ทแรกที่"ญี่ปุ่น"ชนะเสียงเชียร์เริ่มเงียบลง เมื่อ”ญี่ปุ่น”แพ้ในเซ็ทที่ 3 แล้วเสียงสะอื้นก็แทรกขึ้นมาแทนในช่วงเซ็ทสุดท้าย ก่อนทุกคนจะซบหน้าร้องไห้ ครับ "ญี่ปุ่น"แพ้"เซอร์เบีย"
คำถามที่ผมอยากรู้ คือ คืนนั้น"โค้ชอ๊อด"คุยอะไรกับนักวอลเลย์หญิงไทยเขาปลุกปลอบใจคนที่ฝันสลายเช่นนี้อย่างไร "ทุกคนร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด ผมอยู่กับเขาทั้งคืน" ที่ทุกคนไม่เคยรู้มาก่อนก็คือ. นักกีฬาเกือบทั้งทีมจะขอเลิกเล่นทีมชาติ ทุกคนหมดกำลังใจ ทั้งที่อีก 10 กว่าวัน ทีมนี้ต้องไปแข่ง"เวิล์ด กรังปรีซ์"ต่อ
ประโยคหนึ่งที่"โค้ชอ๊อด"พูดกับทุกคนก็คือ เรื่อง"ความฝัน" เขาย้อนเวลากลับไปยังวันที่ทุกคนยังเป็นเด็กน้อย ซ้อมกันอยู่ที่ยะลา "จำกันได้ไหม พวกเอ็งเคยเขียนอะไรเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว" วันนั้น"โค้ชอ๊อด"ให้เด็กกลุ่มนี้เขียนว่าทุกคนเป็นใคร "เอ็งมีความฝันอะไรในวันนั้น อยากไปถึงตรงไหน" ..."จำได้ไหม"
จำได้ไหมว่าทุกคนบอกว่ารักกีฬานี้.อยากเล่นวอลเลย์บอลเป็น”คำถาม”ย้อนเวลา ที่กลายเป็น”จุดเปลี่ยน”สำคัญของทีมวอลเลย์หญิงไทย เมื่อทุกคนพยักหน้า "โค้ชอ๊อด"ตบท้ายสั้นๆ “ถ้าเรารักวอลเลย์บอลจริง. ก็อย่าให้ใครมาทำลายเรา. ทำให้เราเลิกเล่นวอลเลย์บอลเด็ดขาด” "โค้ชอ๊อด"บอกให้ทุกคนกลับไปลงสนามอีกครั้ง. ไปเล่นเวิล์ด กรังปรีซ์อย่างเต็มที่ "ตีชนะให้หมดทุกทีม. แล้วค่อยกลับไปร้องไห้ที่บ้านเรา" เด็กทุกคนกลับลงไปสนามอีกครั้งด้วยหัวใจที่บอบช้ำ แต่สู้เหมือนเดิม "เราได้ที่ 4 ตีชนะทุกทีมที่ได้ไปโอลิมปิก" แต่"เราไม่ได้ไป"
ผมถามต่อว่า"โค้ชอ๊อด"เยียวยาผู้เล่นทุกคน แล้วเยียวยาหัวใจตัวเองอย่างไรเพราะคนที่เป็นจุดเริ่มต้น"ความฝัน"นี้คือตัวเขาเอง เขาต้องเจ็บปวดที่สุด "ผมต้องพยายามให้กำลังใจตัวเอง เพราะเราอ่อนแอไม่ได้. เราต้องเข้มแข็ง" จากนั้น. เขาก็ไปกราบอาจารย์ชาญฤทธิ์ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง คำตอบที่ได้รับจากอาจารย์ชาญฤทธิ์เป็นคำสั้นๆ แต่ทำให้เขาลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เป็นคำเดียวกับที่เขาเคยพูดกับผู้เล่นทุกคน คำเดียวที่นักกีฬาทุกคนพูดกับเพื่อนร่วมทีมเมื่อเล่นผิดพลาด
"ไม่เป็นไร" ...เอาใหม่ ครั้งนี้เราอาจจะแพ้ แต่เราไม่ยอมแพ้
ผ่านไป 14 ปี “ความฝัน” ของ “โค้ชอ๊อด” ก็เป็นจริง ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้ไป “โอลิมปิก” เขาชนะเพราะเขาไม่ยอมแพ้"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

