Manao Software ตอกย้ำบทบาท Reliable Development Partner พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจด้วย AI อย่างมั่นคง

ท่ามกลางการเร่งขับเคลื่อน Digital Transformation ของภาคธุรกิจไทย ความท้าทายในวันนี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้ แต่คือการทำให้องค์กรสามารถเดินหน้าสู่เทคโนโลยีใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาเสถียรภาพของระบบสำคัญ ควบคุมโครงการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจในแต่ละวัน
Manao Software (มะนาว ซอฟต์แวร์) บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทยที่มีทีมงานในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ พร้อมรากฐานแนวคิดการทำงานแบบเดนมาร์ก เดินหน้าตอกย้ำบทบาทการเป็น Reliable Development Partner for Thai Enterprises หรือพันธมิตรด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์ที่องค์กรไทยสามารถไว้วางใจได้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนา ปรับปรุง และต่อยอดระบบซอฟต์แวร์ที่มีความสำคัญต่อธุรกิจได้อย่างมั่นใจ พร้อมลดความเสี่ยงตลอดกระบวนการพัฒนา หัวใจสำคัญของแนวทางดังกล่าวสะท้อนผ่านคำมั่นของ Manao Software ที่ว่า “Straight talk. Solid delivery.” สื่อถึงการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ควบคู่กับการส่งมอบงานที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้
คริสโตเฟอร์ มอสซ์ (Christopher Mosses) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Manao Software กล่าวว่า “วันนี้ธุรกิจไม่ได้ต้องการเพียงนักพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ต้องการพันธมิตรที่เข้าใจว่าสิ่งใดมีความสำคัญต่อธุรกิจ สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจน พร้อมรับผิดชอบต่อโครงการและส่งมอบงานได้ตามเป้าหมาย” สำหรับ Manao Software การเป็น Development Partner ไม่ได้หมายถึงเพียงการทำงานด้านเทคนิคให้เสร็จตามขอบเขตที่กำหนด แต่ต้องเริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจธุรกิจของลูกค้า ทำงานร่วมกับทีมภายในองค์กรอย่างใกล้ชิด มองเห็นและบริหารความเสี่ยงตั้งแต่ระยะแรก ตลอดจนรับผิดชอบต่อการส่งมอบงานในทุกขั้นตอน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีอาจส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินธุรกิจ และหลายระบบจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาต่อเนื่องโดยไม่กระทบต่อระบบเดิมที่ยังคงทำงานอยู่

การเดินหน้าสู่เทคโนโลยีใหม่โดยไม่ทิ้งเสถียรภาพของระบบเดิม แทนที่จะเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดในคราวเดียว ManaoSoftware ให้ความสำคัญกับแนวทางการ Transformation แบบเป็นขั้นตอน (Phased Approach) โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจว่าส่วนใดจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงจัดลำดับความสำคัญจากคุณค่าทางธุรกิจและระดับความเสี่ยง ก่อนแบ่งการพัฒนาออกเป็นช่วงที่สามารถบริหารจัดการและตรวจสอบได้ ซึ่งตลอดกระบวน การ ทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ที่มีประสบการณ์จะทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกระบวนการทดสอบและ Quality Assurance (QA) ที่เป็นระบบ รวมถึงการสื่อสารสถานะ ความคืบหน้า และประเด็นสำคัญอย่างชัดเจน เพื่อให้องค์กรสามารถเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีได้โดยยังคงรักษาความต่อเนื่องของธุรกิจ ความร่วมมือกว่า 4 ปี ระหว่าง Manao Software และ OfficeMate สะท้อนประสบการณ์ของ Manao Software ในการพัฒนาและดูแลระบบระดับ Enterprise โดย OfficeMate หนึ่งในผู้ให้บริการโซลูชันสำหรับธุรกิจชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งในฐานะองค์กรขนาดใหญ่ที่มีทั้งการดำเนินงานและ Digital Ecosystem ที่ซับซ้อน จำเป็นต้องมีระบบเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการทำงานในปัจจุบัน พร้อมพัฒนาและขยายตัวไปตามการเติบโตของธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง Manao Software รับผิดชอบทั้งการพัฒนาและสนับสนุน Seller Centre และความร่วมมือดังกล่าวยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน
Seller Centre เป็นแพลตฟอร์มบริหารจัดการผู้ขาย ครอบคลุมข้อมูลร้านค้า สินค้า คำสั่งซื้อ โปรโมชั่น และค่าคอมมิชชัน พร้อมเชื่อมต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์กับหลายระบบภายในองค์กร ระบบได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงและการเติบโตของธุรกิจ Marketplace ของ OfficeMate โครงการนี้สะท้อนความสามารถของ Manao Software ในการเข้าใจ Business Requirements ที่ซับซ้อน รวมถึงการพัฒนา ทดสอบ และดูแลการเชื่อมต่อระหว่างระบบภายในองค์กรขนาดใหญ่
“องค์กรไม่ควรต้องเลือกระหว่าง Innovation กับ Stability หน้าที่ของเราคือช่วยให้ลูกค้าเดินหน้าสู่สิ่งใหม่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเมื่อมีความท้าทาย และรับผิดชอบต่อการส่งมอบงานให้สำเร็จ” คริสโตเฟอร์ กล่าว
Manao Software ยังนำ AI มายกระดับกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ผ่าน OMEGA แพลตฟอร์ม AI-Augmented Delivery ที่พัฒนาขึ้นโดย Manao Software โดยนำ AI มาสนับสนุนตลอด Software Development Lifecycle ตั้งแต่การวางแผน การเขียนโค้ด การ Review การทดสอบ การจัดทำ Documentation ไปจนถึง Validation
OMEGA ช่วยเพิ่มความรวดเร็วให้กับ Workflow ภายในของ Manao Software ได้มากกว่า 70% โดยลดงานด้านวิศวกรรมและงานปฏิบัติการที่มีลักษณะซ้ำ ๆ ทำให้ทีมมีเวลาโฟกัสกับงานที่สร้างคุณค่ามากขึ้น ทั้งด้าน Architecture, Quality Assurance และ Business Logic ขณะเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้รับการสนับสนุนจาก AI ยังคงผ่านการ Review และ Validation โดยวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญก่อนส่งมอบ เพื่อรักษามาตรฐานด้านคุณภาพ ความปลอดภัย Scalability และการดูแลรักษาระบบในระยะยาว
ประสบการณ์ดังกล่าวยังถูกต่อยอดสู่บริการ Custom AI Software Development & Consulting สำหรับลูกค้าองค์กร โดย ManaoSoftware เริ่มจากการทำความเข้าใจเป้าหมายทางธุรกิจ ผู้ใช้งาน และระบบที่มีอยู่ ก่อนพิจารณาว่า AI สามารถสร้างคุณค่าหรือแก้ Pain Point ในส่วนใดได้จริง แล้วจึงพัฒนาโซลูชันที่เหมาะกับแต่ละองค์กร ภายใต้หลักการ “Start with the business need, use AI where it makes sense and keep experienced people accountable for the outcome.”
ด้วยทีมงานใน กรุงเทพฯ และเชียงใหม่ ประสบการณ์ในตลาดไทย และรากฐานการทำงานแบบเดนมาร์ก Manao Software ผสานความเข้าใจธุรกิจในประเทศเข้ากับมาตรฐานการส่งมอบงานระดับสากล ทีมทำงานร่วมกับทั้ง Business Stakeholders และ TechnicalTeams อย่างใกล้ชิด ด้วยการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา โปร่งใส และเน้นความรับผิดชอบต่อการส่งมอบ

ในวันที่เทคโนโลยีและ AI มีบทบาทต่อธุรกิจมากขึ้น Manao Software เชื่อว่าองค์กรไทยต้องการ Development Partner ที่ไว้วางใจได้ทั้งในวันที่โครงการดำเนินไปอย่างราบรื่นและเมื่อเกิดความท้าทาย
“เราอยากให้ลูกค้ารู้เสมอว่าโครงการอยู่ตรงไหน มีเรื่องใดที่ต้องให้ความสำคัญ และขั้นตอนต่อไปคืออะไร ความโปร่งใสควบคู่กับการส่งมอบที่เชื่อถือได้ คือสิ่งที่ช่วยให้เราสร้างความไว้วางใจและความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า” คริสโตเฟอร์ กล่าวทิ้งท้าย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

