ดัชนีราคาส่งออก-นำเข้าก.ค.โตชะลอตามแรงส่งพลังงาน-ทอง-AI

นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้าของไทย เดือนกรกฎาคม 2569 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากราคาพลังงานและทองคำที่ยังอยู่ในระดับสูง ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Data Center ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ตลอดจนต้นทุนการผลิต และการขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง นอกจากนี้ความต้องการสินค้าเกษตร อาหารแปรรูป สินค้าทุน และวัตถุดิบ เพื่อรองรับภาคการผลิตและการลงทุน ยังช่วยสนับสนุนให้ราคาสินค้าในหลายหมวดปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตามแนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงตามอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรม เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน รวมถึงผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาสินค้าบางกลุ่มให้ลดลง และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
ทั้งนี้ดัชนีราคาส่งออก เดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 114.2 เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งขยายตัวในอัตราชะลอลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า ซึ่งอาจส่งผลให้คำสั่งซื้อชะลอลง อย่างไรก็ตามต้นทุนการผลิตและการขนส่งที่ยังสูง ความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI และ Data Center ที่ขยายตัว ภาวะอุปทานตึงตัวในบางอุตสาหกรรม ผลผลิตเกษตรได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศ ส่งผลให้ดัชนีราคาส่งออกปรับสูงขึ้นในทุกหมวดสินค้า โดยหมวดสินค้าแร่และเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 25.1% หมวดสินค้าเกษตรกรรม เพิ่มขึ้น 6.3% หมวดสินค้าอุตสาหกรรม เพิ่มขึ้น 1.7% หมวดสินค้าอุตสาหกรรมการเกษตร เพิ่มขึ้น 0.5%
ส่วนดัชนีราคานำเข้า เดือนกรกฎาคม 2569 เท่ากับ 126.1 เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2568 แม้จะขยายตัวต่อเนื่อง แต่อยู่ในอัตราที่ชะลอตัวลงเช่นเดียวกัน โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการนำเข้าสินค้าทุน สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตและการลงทุน ขณะที่การนำเข้าสินค้าเชื้อเพลิง ราคายังขยายตัวในระดับสูงตามทิศทางราคาพลังงานในตลาดโลก ส่งผลให้ดัชนีราคานำเข้าปรับสูงขึ้นทุกหมวดสินค้า โดยหมวดสินค้าเชื้อเพลิง เพิ่มขึ้น 24.9% หมวดสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป เพิ่มขึ้น 8.6% หมวดสินค้าอุปโภคบริโภค เพิ่มขึ้น 6.1% หมวดสินค้าทุน เพิ่มขึ้น 4.5% หมวดยานพาหนะและอุปกรณ์การขนส่ง เพิ่มขึ้น 1.5%
สำหรับแนวโน้มดัชนีราคาส่งออกและดัชนีราคานำเข้า เดือนสิงหาคม 2569 คาดว่าจะยังคงขยายตัวในอัตราชะลอลง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนด้าน AI และ Data Center ทั่วโลกยังขยายตัว ส่งผลให้ความต้องการชิปหน่วยความจำ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงเพิ่มขึ้น ราคาทองคำอยู่ในระดับสูง ความต้องการอาหารและสินค้าเกษตรแปรรูปยังอยู่ในเกณฑ์ดี รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบและมาตรฐานคุณภาพที่สูงขึ้น และความกังวลเกี่ยวกับสภาพอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตอาหารโลก มีแนวโน้มทำให้อุปทานสินค้าเกษตรและวัตถุดิบบางประเภทอยู่ในภาวะตึงตัว
ปัจจัยที่อาจทำให้ดัชนีราคาขยายตัวต่ำกว่าที่คาด ได้แก่ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มลดลง จากอุปทานโลกที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อุปสงค์ขยายตัวในระดับจำกัด ซึ่งจะกดดันราคาสินค้าในกลุ่มเชื้อเพลิง ปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ ราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรมอ่อนตัว จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นและความกังวลต่อเศรษฐกิจจีน และอุปทานธัญพืชและวัตถุดิบอาหารอาจเพิ่มขึ้น ตามฤดูเก็บเกี่ยวของประเทศผู้ผลิตสำคัญ ทั้งนี้แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่อ่อนตัวลงตามอุปทานในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาสินแร่และโลหะอุตสาหกรรม เผชิญแรงกดดันจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจจีน รวมถึงผลผลิตสินค้าเกษตรที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น ซึ่งอาจกดดันราคาสินค้าบางกลุ่มให้ลดลง และอาจเป็นข้อจำกัดต่อการขยายตัวทางด้านราคาของไทยในระยะข้างหน้า
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

