‘พัดลมพกพา’ ความสดชื่นรับมือฤดูฝนอันเหนียวเหนอะ ไอเทมที่ใคร ๆ ก็พกติดตัว

ฤดูฝนของไทย นอกจากจะไม่ได้ช่วยคลายร้อนเท่าไหร่แล้ว ยังมาพร้อมความชื้นที่สูงขึ้น จนเปลี่ยนสินค้าตามฤดูกาลให้กลายเป็นของที่ผู้คนพกติดตัวทุกวัน พร้อมกับความคาดหวังต่อการใช้งานที่เปลี่ยนไป “พัดลมพกพา”กลายเป็นสิ่งที่คนไทยพกติดตัวได้ตลอดทั้งปี
ในช่วงเดือนนี้ คนไทยคงคุ้นเคยดีกับความไม่สบายตัวแบบเฉพาะของฤดูฝนของบ้านเรา เมื่อฝนตก อุณหภูมิอาจลดลงเล็กน้อย แต่ความชื้นกลับเพิ่มสูงขึ้นจนเหงื่อระเหยออกจากผิวได้ยาก ความรู้สึกเหนียวเหนอะหนะจากความชื้นจึงเป็นสิ่งที่หลายคนรู้สึกว่าทนได้ยากยิ่งกว่าอากาศร้อนเสียอีก
โดยในเดือนกันยายนซึ่งเป็นเดือนที่โดยเฉลี่ยแล้วมีฝนตกชุกที่สุดของปีในประเทศไทย ช่วงเวลานี้จึงมักยังรออยู่ข้างหน้า นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสิ่งของที่เคยหยิบมาใช้ในเดือนเมษายนและเก็บเข้าลิ้นชักเมื่อถึงเดือนมิถุนายน จึงกลายมาเป็นของที่อยู่ในกระเป๋าตลอดทั้งปี

จากสินค้าตามฤดูกาล สู่ไอเทมที่พกติดตัวทุกวัน
ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พัดลมพกพาในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นสินค้าราคาประหยัดที่ซื้อมาใช้ตามฤดูกาล มักถูกซื้อในวันที่อากาศร้อนจัด และหลายครั้งก็ใช้งานไม่ถึงปีถัดไป แต่มีสองปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมนี้เปลี่ยนไป ฤดูร้อนที่ยาวนานขึ้น และการที่ผู้บริโภคพบว่าเดือนในช่วงฤดูฝนกลับสร้างความไม่สบายตัวได้มากกว่า ขณะเดียวกัน ตัวผลิตภัณฑ์เองก็ได้รับการพัฒนาจนการพกพัดลมติดตัวทุกวันกลายเป็นเรื่องสะดวกมากกว่าภาระ
อายุการใช้งานของแบตเตอรี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ พัดลมที่ใช้งานได้เพียงหนึ่งชั่วโมงมักลงเอยอยู่ในลิ้นชัก แต่พัดลมที่ใช้งานได้นานตลอดสัปดาห์การทำงานจะกลายเป็นของที่อยู่ในกระเป๋า และเมื่ออยู่ในกระเป๋าแล้ว ก็กลายเป็นหนึ่งในสิ่งของที่หยิบติดตัวไปโดยแทบไม่ต้องคิด เช่นเดียวกับโทรศัพท์ กุญแจ และร่ม
ความชื้นส่งผลต่อความรู้สึกเย็นอย่างไร
พัดลมไม่ได้ทำให้อุณหภูมิของอากาศลดลง แต่ทำงานด้วยการเคลื่อนอากาศผ่านผิวหนังเพื่อช่วยให้เหงื่อระเหยได้เร็วขึ้น ซึ่งเป็นกระบวนการที่ทำให้เรารู้สึกเย็นลง ในสภาพอากาศร้อนและแห้ง กลไกนี้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อความชื้นสูงขึ้น อากาศจะมีปริมาณไอน้ำมากขึ้น ส่งผลให้เหงื่อระเหยได้ช้าลง ดังนั้นแรงลมในระดับเดียวกันจึงให้ความรู้สึกเย็นได้น้อยลง
นี่คือเหตุผลที่ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มพิจารณาพัดลมจากความรวดเร็วในการช่วยให้รู้สึกเย็นขึ้น มากกว่าเพียงความรู้สึกว่าแรงลมแรงแค่ไหน จากการทดสอบ Handheld Fan Ultra2 ของ JisuLife ในห้องปฏิบัติการที่อุณหภูมิ 36 องศาเซลเซียส และความชื้นสัมพัทธ์ 60 เปอร์เซ็นต์ พบว่าสามารถทำให้พื้นที่ 70 เปอร์เซ็นต์ของใบหน้ามีอุณหภูมิลดลงต่ำกว่า 30 องศาเซลเซียสภายใน 5 วินาที ที่ระยะห่าง 20 เซนติเมตร

สิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังจากพัดลมพกพาในวันนี้
เมื่อพัดลมกลายเป็นของที่พกติดตัวทุกวัน สิ่งที่ผู้ใช้คาดหวังก็แตกต่างจากการใช้งานเป็นครั้งคราว สิ่งแรกคือระยะเวลาการใช้งาน ปัจจุบันผลิตภัณฑ์ในกลุ่มพรีเมียมมีระยะเวลาการใช้งานต่อการชาร์จตั้งแต่ประมาณ 6 ชั่วโมงไปจนถึงมากกว่า 26 ชั่วโมง และความแตกต่างนี้เป็นตัวตัดสินว่าพัดลมจะถูกชาร์จพร้อมใส่กระเป๋า หรือแบตเตอรี่หมดและถูกทิ้งไว้ที่บ้าน JisuLife Handheld Fan Ultra2 มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 9,000mAh และสามารถใช้งานได้นานสูงสุด 26.6 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับระดับความเร็วที่เลือกใช้
สิ่งที่สองคือพื้นที่ครอบคลุมของกระแสลม ซึ่งมักถูกเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกับความแรงของลม กระแสลมที่แคบและพุ่งตรงอาจให้ความรู้สึกแรง แต่ครอบคลุมเพียงพื้นที่เล็ก ๆ ของใบหน้า ทำให้ผู้ใช้ต้องขยับข้อมือเพื่อเปลี่ยนตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา ในทางกลับกัน กระแสลมที่กระจายกว้างสามารถช่วยคลายร้อนได้ทั่วใบหน้ามากกว่าโดยไม่ต้องคอยปรับตำแหน่งบ่อย ๆ จากการทดสอบ Handheld Fan Ultra2 ของ JisuLife พบว่ามีความกว้างของกระแสลม 13.4 เซนติเมตรที่ระยะ 20 เซนติเมตร ขณะเดียวกัน จำนวนระดับความเร็วก็มีความสำคัญ เพราะพัดลมที่มีเพียงสามระดับมักมีแรงลมระดับต่ำสุดที่ยังแรงเกินความต้องการของผู้ใช้บางคน ปัจจุบันพัดลมในกลุ่มพรีเมียมมีระดับความเร็วให้เลือกตั้งแต่ 5 ไปจนถึง 100 ระดับ
สิ่งที่สามคือความทนทาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงน้อยที่สุด ตะแกรงที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ผมยาวถูกดูดเข้าไปในใบพัดช่วยป้องกันหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของความเสียหายในผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ ขณะที่ฝาครอบด้านหลังซึ่งสามารถถอดออกได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ช่วยให้ผู้ใช้ทำความสะอาดช่องดูดอากาศเมื่อมีฝุ่นสะสม แทนที่จะต้องเปลี่ยนพัดลมเครื่องใหม่

มากกว่าแค่การสร้างกระแสลม
อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงคือฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาในอุปกรณ์เหล่านี้ เมื่อผู้ผลิตติดตั้งแบตเตอรี่ที่มีความจุมากพอสำหรับการใช้งานได้หลายวัน การเพิ่มฟังก์ชันอื่น ๆ เข้าไปก็ทำได้ง่ายขึ้น
ผลิตภัณฑ์ระดับบนของตลาดในปัจจุบัน รวมถึง Ultra2 มาพร้อมฟังก์ชันพาวเวอร์แบงก์ที่สามารถชาร์จโทรศัพท์มือถือ ไฟฉายและไฟฉุกเฉิน รวมถึงหัวต่อแบบเปลี่ยนได้ที่ช่วยบีบกระแสลมให้แคบลงสำหรับการเป่าผมให้แห้งหรือเป่าฝุ่นออกจากอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับผู้ที่ต้องพกทั้งพาวเวอร์แบงก์และพัดลมอยู่แล้ว การรวมหลายฟังก์ชันไว้ในอุปกรณ์เดียวก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ
ตลาดพัดลมพกพาในปัจจุบัน
ตลาดพัดลมพกพาในประเทศไทยปัจจุบันมีราคาตั้งแต่ประมาณ 200 บาทไปจนถึงมากกว่า 4,000 บาท และผลิตภัณฑ์ที่อยู่คนละปลายของช่วงราคานี้แทบไม่มีอะไรเหมือนกันนอกจากชื่อเรียก JisuLife Handheld Fan Ultra2 วางจำหน่ายในราคา 2,799 บาท ขณะที่ Handheld Fan Pro1S ซึ่งได้รับการออกแบบให้ทำงานเงียบกว่าและให้กระแสลมที่นุ่มนวลสำหรับการใช้งานต่อเนื่อง วางจำหน่ายในราคา 1,399 บาท
สิ่งหนึ่งที่ผลิตภัณฑ์ในตลาดนี้มีร่วมกันคือ พัดลมพกพาไม่ได้เป็นเพียงสินค้าตามฤดูกาลอีกต่อไป และในสภาพภูมิอากาศที่ความร้อนเป็นสภาวะปกติมากกว่าจะเกิดขึ้นเฉพาะในช่วงใดช่วงหนึ่งของปี การเปลี่ยนแปลงนี้ก็คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

