รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เปิดเรียนวันแรก หลังหยุดยาวเกือบครึ่งเดือน

ตั้งแต่เวลา 05.50 น. บรรยากาศที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา เนื่องจากเป็นวันแรกที่ทางโรงเรียนกลับมาเปิดทำการเรียนการสอนแบบปกติ (On-Site) นับตั้งแต่เกิดเหตุกราดยิงภายในโรงเรียน จนต้องปิดการเรียนการสอนและปรับเป็นรูปแบบออนไลน์นานเกือบครึ่งเดือน โดยมีคณะผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาคอยต้อนรับนักเรียนที่เดินทางมาถึงโรงเรียนตั้งแต่ช่วงเช้า

โดยทางโรงเรียนได้เตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยจัดครูและบุคลากรประจำจุดบริเวณทางเข้า พร้อมตั้งโต๊ะตรวจคัดกรองสัมภาระ เพื่อป้องกันการนำอาวุธหรือสิ่งของต้องสงสัยเข้ามาภายในโรงเรียน นักเรียนให้ความร่วมมือเปิดกระเป๋าให้ครูตรวจสอบ ก่อนเดินเข้าโรงเรียนตามปกติ

นักเรียนหลายคน บอกว่า รู้สึกดีใจที่ได้กลับมาโรงเรียนอีกครั้ง เพราะไม่ค่อยชอบการเรียนออนไลน์ และรู้สึกคิดถึงเพื่อน รวมถึงบรรยากาศการเรียนในห้องเรียน แม้จะมีการพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มเพื่อนบ้าง แต่หลายคนระบุว่าไม่ได้รู้สึกกังวลมากนักกับการกลับมาเรียนที่โรงเรียน
ขณะที่บริเวณโดยรอบโรงเรียน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก สภ.ปลายบาง จังหวัดนนทบุรี มาคอยอำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณหน้าโรงเรียน พร้อมจัดสายตรวจดูแลความปลอดภัยโดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักเรียน ผู้ปกครอง และบุคลากรของโรงเรียน ส่วนห้องเรียนที่เกิดเหตุ ยังคงปิดไว้ชั่วคราว โดยหลังจากนี้จะมีการปรับปรุงพื้นที่ใหม่

ว่าที่ร้อยเอก ณัฐนพงษ์ กองพลับ ผู้อำนวยการโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เปิดเผยว่า โรงเรียนมีความพร้อมในการกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติ หลังจากที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย เพื่อวางมาตรการรักษาความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ปกครอง
นอกจากนี้ โรงเรียนได้ประชุมหารือกับผู้ปกครอง เพื่อชี้แจงมาตรการดูแลนักเรียนตั้งแต่ก่อนเข้าโรงเรียน ระหว่างการเรียนการสอน ไปจนถึงหลังเลิกเรียน เพื่อให้ผู้ปกครองเกิดความมั่นใจว่า นักเรียนจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาที่อยู่ภายในโรงเรียน

สำหรับมาตรการภายในโรงเรียน มีการกำหนดจุดปฏิบัติหน้าที่ของครูและบุคลากรอย่างชัดเจน โดยในแต่ละช่วงเวลาจะมีครูประจำจุดต่าง ๆ เพื่อดูแลความเรียบร้อย โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนคาบเรียนและช่วงพัก ซึ่งโรงเรียนจะมีการประเมินและตรวจสอบจำนวนนักเรียน เพื่อให้ทราบว่านักเรียนแต่ละกลุ่มอยู่บริเวณใด และสามารถติดตามได้อย่างรวดเร็วหากเกิดสถานการณ์ผิดปกติ
นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีการจัดทำแผนเผชิญเหตุ เพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ และเพิ่มมาตรการด้านความปลอดภัยภายในพื้นที่ โดยมีกล้องวงจรปิด หรือ CCTV มากกว่า 200 ตัว ครอบคลุมพื้นที่สำคัญของโรงเรียน รวมถึงมีการจัดตั้งจุดคัดกรองบริเวณทางเข้า-ออก เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบบุคคลที่เข้ามาภายในโรงเรียน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง


