ตร. 3 โรงพักปทุมไล่ล่า! แรงงานต่างด้าวโพสต์โชว์อาวุธ ท้าทายหลังตลาดสี่มุมเมือง

ปทุมธานีสั่งล่า! ตร. 3 โรงพักสนธิกำลังกวาดล้างแรงงานต่างด้าวโพสต์โชว์อาวุธ ท้าทายหลังตลาดสี่มุมเมือง ตร.ขู่ฟันนายจ้างด้วย
จากกรณีที่มีการแชร์ภาพและข้อความเตือนภัยในโลกออนไลน์ สร้างความตระหนกตกใจให้กับประชาชนในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีเป็นอย่างมาก โดยเป็นภาพกลุ่มวัยรุ่นแรงงานต่างด้าว พฤติกรรมคึกคะนอง ขับขี่รถจักรยานยนต์เกาะกลุ่มกันบริเวณพื้นที่หลังตลาดสี่มุมเมือง พร้อมทั้งถืออาวุธปืนและอาวุธมีดขึ้นมาโชว์ในลักษณะกร่างและไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยผู้โพสต์ได้ระบุข้อความไว้ว่า "ตลาดสี่มุมเมือง...พม่าหลังเลิกงานทำตัวกร่าง...พี่ว่าน้องคงไม่รอดแล้วละ !!! คงมาเกิดในไทยตอนที่เข้ามาทำงานหรือป่าวหว่า..." จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียง
ความคืบหน้าล่าสุด พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี (ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี) ได้สั่งการด่วนที่สุดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสนธิกำลังร่วมกัน 3 สถานีตำรวจ ได้แก่ สถานีตำรวจภูธรคูคต, สถานีตำรวจภูธรประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ และสถานีตำรวจภูธรปากคลองรังสิต ลงพื้นที่สืบสวนหาข่าว แกะรอยจากภาพกล้องวงจรปิดและสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นแรงงานต่างด้าวที่ปรากฏในภาพมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
จากการตรวจสอบและสืบสวนเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบข้อมูลสำคัญว่ากลุ่มแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้มีการแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ทั้งสองกลุ่มได้เคยเปิดศึกยกพวกทะเลาะวิวาทกันมาก่อนแล้ว หลังจากนั้นจึงได้มีการถ่ายภาพถืออาวุธปืนและอาวุธมีดนำมาโพสต์ลงบนโลกโซเชียล เพื่อเป็นการข่มขู่และท้าทายกันไปมา จนกระทั่งชาวบ้านมาพบเห็นและนำมาแชร์ต่อด้วยความหวาดกลัว
ทั้งนี้ ทางตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ยืนยันว่าจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมารับโทษตามกฎหมาย ทั้งในข้อหาเกี่ยวกับอาวุธปืน อาวุธมีด การสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบสถานะการทำงานและใบอนุญาตของแรงงานกลุ่มนี้อย่างละเอียด โดยหากพบว่ามีความผิดพลาดหรือปล่อยปละละเลย จะพิจารณาดำเนินคดีไปถึงนายจ้าง หรือผู้ประกอบการที่รับแรงงานต่างด้าวกลุ่มนี้เข้าทำงานด้วยเช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นอีก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






