ข้อดีรถไฟทางคู่สายใต้เชื่อมต่อMissing Link

“พิพัฒน์”เผยข้อดีรัฐบาลเดินหน้าสร้างรถไฟทางคู่สายใต้ 3 เส้นทาง วงเงิน 106,798 ล้านบาท ชี้ช่วยเชื่อมต่อโครงข่าย Missing Link รองกับการขนส่งสินค้าจากจีนตอนใต้ผ่านลาวมายังภาคใต้ และเพิ่มความรวดเร็วในการส่งออกผลไม้ไทยไปจีน รวมทั้งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าสู่มหาสมุทรอินเดียด้วยต้นทุนที่ต่ำ โดยเชื่อมต่อทางรางไปยังท่าเรือรัฐปีนัง ของมาเลเซีย เพื่อส่งออกไปอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการ (ครม.สัญจร) จ.สงขลา เห็นชอบให้มีการเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 วงเงินรวม 106,798 ล้านบาท รวม 3 เส้นทาง ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี ,สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ว่า ทั้ง 3 โครงการนี้จะเข้ามาตอบโจทย์นโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำเรื่องการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมที่ยังไม่สมบูรณ์ หรือ Missing Link เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงระบบรางที่สมบูรณ์ครบวงจร (Full Loop)
ทั้งนี้การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั้ง 3 โครงการ จะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจภาคใต้และระดับประเทศ เนื่องจากสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์จากจีนตอนใต้ โดยสามารถรองรับการขนส่งสินค้าจากพื้นที่จีนตอนใต้ ผ่าน สปป.ลาว และส่งตรงลงมายังพื้นที่ภาคใต้ในปริมาณมากขึ้น และสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งยังเป็นประโยชน์สำหรับการขนส่งสินค้าเกษตรในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้จากในพื้นที่ภาคใต้ เช่น ทุเรียน ซึ่งสามารถเพิ่มความรวดเร็วในการขนส่งเพื่อไปจำหน่ายยังตลาดจีนตอนใต้ผ่านทางระบบราง ช่วยลดขั้นตอนและประหยัดเวลาการขนส่งได้อย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้เส้นทางรถไฟทางคู่ภาคใต้ ยังสามารถเปิดเส้นทางส่งออกสู่มหาสมุทรอินเดียด้วยต้นทุนต่ำที่สุด เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยยังไม่มีท่าเรือฝั่งมหาสมุทรอินเดีย ดังนั้นการพัฒนารถไฟทางคู่สายใต้จะช่วยให้ประเทศไทยสามารถขนส่งสินค้าทางรางเพื่อเชื่อมต่อไปยังรัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งออกสินค้าต่อไปยังประเทศอินเดีย ตะวันออกกลาง และยุโรป ซึ่งนับเป็นเส้นทางขนส่งที่มีค่าใช้จ่ายและต้นทุนต่ำที่สุดในขณะนี้
สำหรับเส้นทางรถไฟทางคู่สายใต้ที่มีการอนุมัติก่อสร้างในที่ประชุม ครม.สัญจร จ.สงขลา ประกอบด้วย 1.โครงการช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 7 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2575 วงเงิน 36,892.32 ล้านบาท ,2.โครงการช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2576 วงเงิน 61,534.55 ล้านบาท และ 3.โครงการช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 6 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2569-2574 วงเงิน 8,371.45 ล้านบาท
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

