ทหารมะกันยกพลขึ้นบก พัทยาคึกคัก

ทหารมะกันยกพลขึ้นบก
พัทยาคึกคัก
5พันนายเที่ยวพักผ่อน
คาดเงินสะพัด100ล้าน
กองเรือบรรทุกเครื่องบินสหรัฐฯ Abraham Lincoln เทียบท่าเรือ จ.ชลบุรี ประเทศไทย หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ 286วัน ท่ามกลางความสนใจของสื่อหลายสำนัก เมืองพัทยาจัดพิธีต้อนรับ จัดกำลังดูแลความปลอดภัย บรรยากาศวอล์กกิ้งสตรีท-แหล่งท่องเที่ยวเมืองพัทยา คึกคัก คาดเงินสะพัดนับ 100 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 2 กันยายน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เผยแพร่เอกสารข่าว ว่าในวันเดียวกันนี้ เรือในกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี Abraham Lincoln (Abraham Lincoln Carrier Strike Group : ABECSG) ได้แก่ เรือ USS Abraham Lincoln (CVN 72) ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz
พร้อมทหารประจำกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3, กองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 9 และกองเรือพิฆาตที่ 21 รวมถึงฝูงบิน 9 ฝูงของกองบินประจำเรือบรรทุกเครื่องบินที่ 9 ได้เดินทางถึงแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และเรือ USS Frank E. Petersen Jr. (DDG 121) ซึ่งเป็นเรือพิฆาตติดอาวุธนำวิถีชั้น Arleigh Burke จะเทียบท่าที่ศรีราชา จ.ชลบุรี นอกจากนี้ เรือ USS Robert Smalls (CG 62) ซึ่งเป็นเรือลาดตระเวนคุ้มกันติดอาวุธนำวิถีชั้น Ticonderoga ยังเดินทางถึงมาบตาพุด จ.ระยอง ด้วย รวมกำลังพลมากกว่า 5,000 นาย
พล.ร.ต.โรเบิร์ต อี.ล็อฟริน ผู้บัญชาการกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีที่ 3 กล่าวว่า การเดินทางมาถึงแหลมฉบัง เปิดโอกาสให้ทหารเรือและนาวิกโยธินของเรา ได้พักผ่อน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับยิ่ง อีกทั้งยังส่งเสริมความเป็นหุ้นส่วนและพันธไมตรีที่เข้มแข็งและยืนนานระหว่างสหรัฐฯ กับไทย ภารกิจที่กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตีนี้บรรลุ มีความสำคัญอย่างแท้จริง
ด้าน น.อ.แดน คีเลอร์ ผู้บังคับการเรือ Abraham Lincoln กล่าวว่า การเยือนแหลมฉบังของเรือ Abraham Lincoln ทุกคนตื่นเต้น ที่จะได้เข้าเทียบท่าเรือที่แรกที่ประเทศไทย หลังจากออกปฏิบัติการครั้งประวัติศาสตร์ โดยเปิดโอกาสให้ลูกเรือได้พักผ่อน เยี่ยมชมประเทศที่งดงาม ระหว่างวันที่ 2-6 กันยายนนี้
สำหรับการเทียบท่าเรือครั้งนี้เป็นการแวะพักเต็มรูปแบบครั้งแรกของกองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี Abraham Lincoln นับตั้งแต่ออกปฏิบัติการในเดือนพฤศจิกายน 2568 เป็นเวลา 286 วันในทะเล หลังจากปฏิบัติภารกิจมาเกือบ 7 เดือน ในพื้นที่ความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (U.S. Central Command)ที่กองเรือฯ พร้อมด้วยกองเรืออื่นๆ แห่งกองทัพเรือและนาวิกโยธินสหรัฐฯ ปฏิบัติภารกิจในปฏิบัติการ Operation Epic Fury และปิดสกัดการเดินเรือในทะเลครั้งใหญ่ที่สุดในหลายทศวรรษ
ทั้งนี้ ได้มีพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่โรงแรมฮาร์ดร็อคคาเฟ่ จัดโดยเมืองพัทยา ขณะที่บรรยากาศในตัวเมืองพัทยา ร้านค้าต่างติดป้ายต้อนรับอย่างคึกคัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรดาสื่อมวลชน ทั้งไทยและต่างประเทศ ต่างให้ความสนใจพากันเกาะติดความเคลื่อนไหวการเดินทางมาถึงประเทศไทยของเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln (CVN-72)เรือบรรทุกเครื่องบินชั้น Nimitz ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ซึ่งเดินทางเข้าสู่น่านน้ำแหลมฉบัง จ.ชลบุรี และเข้าเทียบท่า C0 บริษัท แหลมฉบังอินเตอร์เนชั่นแนล โร-โร เทอร์มินัลจำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับกำลังพล และภารกิจการเยือนประเทศไทย
การเดินทางมาเยือนครั้งนี้มีกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ ราว 5,000 นาย โดยภายหลังเรือเข้าเทียบท่า กำลังพลจะทยอยขึ้นฝั่งตามแผนซึ่งมีการกำหนดไว้ ก่อนที่ผู้บังคับบัญชา และกำลังพลส่วนหนึ่ง จะเดินทางต่อไปยัง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก
สำหรับเมืองพัทยาได้เตรียมความพร้อมในการต้อนรับกำลังพลสหรัฐฯ ที่จะเดินทางเข้าพื้นที่ ขณะที่ผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจบริการต่างๆ ก็พร้อมรองรับการเดินทางเข้าพื้นที่ของกำลังพลจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะสร้างความคึกคักให้กับบรรยากาศการท่องเที่ยวพัทยา โดยการเข้าเทียบท่าครั้งนี้ มีการประสานงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายท่าเรือ กองทัพเรือ หน่วยงานด้านความมั่นคง และฝ่ายปกครอง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่กำลังพล รวมถึงดูแลความปลอดภัยตลอดช่วงที่เรือและกำลังพลสหรัฐฯ อยู่ในพื้นที่
ส่วนบรรยากาศเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ภายหลังกำลังพลกองทัพเรือสหรัฐฯ เดินทางเข้าพื้นที่ เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยทางเมืองพัทยาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลัง ดูแลความปลอดภัย การจราจร และการอำนวยความสะดวก ขณะที่บริเวณด้านหน้าวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ มีการติดตั้งป้ายต้อนรับ สร้างบรรยากาศการเป็นเจ้าบ้านที่ดีเพื่อต้อนรับผู้มาเยือน
ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยว ได้นำรถปฏิบัติการซึ่งติดตั้งระบบเทคโนโลยีสนับสนุนการทำงานเข้าประจำพื้นที่ พร้อมกระจายกำลังตามจุดสำคัญ พร้อมกับจัดเตรียมรถโดยสารสำหรับรับ–ส่งกำลังพล ระหว่างท่าเรือแหลมฉบังกับเมืองพัทยา ด้วย
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร สถานบันเทิง และธุรกิจบริการในพื้นที่ ต่างเตรียมความพร้อมรองรับนักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ที่เดินทางเข้ามา โดยถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของภาคการท่องเที่ยวพัทยา เนื่องจากมีกำลังพลกว่า 5,000 นาย มีระยะเวลาพักผ่อนระหว่างวันที่ 2–6 กันยายนนี้ จึงคาดว่าจะเกิดการใช้จ่าย กระจายไปยังธุรกิจหลายประเภท ทั้งโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร สถานบันเทิง การเดินทาง รถรับจ้าง ร้านค้า และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ โดยประเมินว่าอาจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนถึง 100 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ทางเมืองพัทยา และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้กำชับผู้ประกอบการ ให้ร่วมกันทำหน้าที่เป็นเจ้าบ้านที่ดี ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ หรือเอารัดเอาเปรียบผู้มาเยือน รวมถึงให้พนักงานรักษาความปลอดภัย และการ์ด ตามสถานบันเทิง ปฏิบัติหน้าที่อย่างสุภาพ หากพบเหตุผิดปกติ ให้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าดำเนินการ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว

