ดรามาสนั่นโซเชียล! เจ้าอาวาสสั่งลงโทษเณรวัย 14 ปล่อยทิ้งป่าช้ามุกดาหาร สั่งเดินเท้ากลับกาฬสินธุ์ไกลกว่า 56 กม.

เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล กรณีสามเณรวัย 14 ปี สปป.ลาว ถูกเจ้าอาวาสพาไปปล่อยทิ้งไว้ป่าช้าใน อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร สั่งให้หาทางเดินเท้ากลับวัด อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ รวมระยะทางกว่า 56 กม. ด้านเจ้าคณะอำเภอติงไม่เหมาะสม หวั่นอันตราย และขัดจริยธรรมสงฆ์ ขณะที่ฝั่งวัดชี้แจงจำเป็นต้องดัดนิสัยหลังแกล้งเพื่อนรุนแรง
วันที่ 2 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก "อัญญาครูบาอ้อนน้อย" ได้เผยแพร่เรื่องราว พร้อมภาพของสามเณรรูปหนึ่ง โดยระบุว่า ชาวบ้านได้เข้าช่วยเหลือสามเณรที่ถูกนำมาปล่อยไว้บริเวณป่าช้า ในพื้นที่ อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร ช่วงเย็น ก่อนพาไปฝากไว้ที่วัดป่าบ้านซ่ง อ.คำชะอี

ซึ่งจากการสอบถามสามเณรอายุ 14 ปี ชาว สปป.ลาว เผยว่า จำพรรษาอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ และถูกเจ้าอาวาสพามาปล่อย เพื่อเป็นการลงโทษ โดยสั่งให้หาทางเดินทางกลับวัดเอง ระยะทางไกลถึง 56 กิโลเมตร และเคยถูกลงโทษลักษณะนี้มาแล้วถึง 3 ครั้ง จนเกิดกระแสความห่วงใยในความปลอดภัยของเด็กเป็นอย่างมาก
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ วัดสิมนาโก ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เข้าพบ พระครูศรีธรรมโกศล เจ้าคณะอำเภอกุฉินารายณ์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น ในฐานะเจ้าคณะอำเภอปกครองสงฆ์ โดยพระครูศรีธรรมโกศล เปิดเผยว่า สามเณรรูปดังกล่าวเป็นเด็กจาก สปป.ลาว ที่เจ้าอาวาสแห่งหนึ่งวัดในพื้นที่ อ.กุฉินารายณ์ นำมาอบรม เพื่อส่งเรียนต่อ

ซึ่งการลงโทษด้วยวิธีนำไปปล่อยป่าช้าแล้วให้เดินกลับเองนั้น ไม่เคยได้รับอนุญาตจากฝ่ายปกครองสงฆ์ ตนรู้สึกเสียใจ และมองว่าเป็นการลงโทษที่รุนแรงเกินควร สุ่มเสี่ยงต่ออันตรายและกฎหมายบ้านเมือง จึงได้สั่งการให้พระลูกวัด และคณะครู นำรถไปรับตัวสามเณรกลับมาอยู่ในความดูแลอย่างปลอดภัยแล้ว ขณะเดียวกัน
สามเณรผู้เสียหาย เล่าว่า สาเหตุที่ถูกลงโทษเกิดจากตนแกล้งหยอกล้อกับเพื่อนเณรด้วยกันจนเพื่อนร้องไห้ และนำเรื่องไปบอกหลวงพ่อ จากนั้นหลวงพ่อจึงพาตนไปปล่อยป่าช้า เพื่อดัดนิสัย ซึ่งที่ผ่านมาเคยถูกพาไปปล่อยป่าช้านาน้อย ให้เดินกลับ 30 กม. และครั้งนี้ถูกพามาปล่อยไกลถึง จ.มุกดาหาร

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยัง วัดถ้ำพระอัศวเหมา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง โดย พระอาจารย์มหาสุภา ชิโนรโส เจ้าอาวาส ได้มอบหมายให้ สามเณรพี่เลี้ยง ชี้แจงแทนว่า การลงโทษดังกล่าวเริ่มจากเบาไปหาหนัก เนื่องจากสามเณรน้อยมีพฤติกรรมชอบแกล้งเพื่อนรุนแรง เคยใช้ไฟลนเพื่อนจนเป็นแผล แม้จะเคยตักเตือน และทำทัณฑ์บนแล้วก็ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ทางวัดจึงใช้วิธีนำไปปล่อยป่าช้าเพื่อให้ฝึกสมาธิ และพิจารณาความผิด โดยไม่ได้ห้ามหากมีญาติโยมรับขึ้นรถมาส่งวัด
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ ถึงความเหมาะสมและ safety ของเด็ก ซึ่งทางคณะสงฆ์และฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป









