Sea (ประเทศไทย) ชวนคุยกับผู้หญิงต้นแบบในสาย STEM จากโครงการ ‘Women Made: Girl in STEM 2026’

การขาดต้นแบบผู้หญิงในสาย STEM เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญที่กีดกันเด็กผู้หญิงจากเส้นทางอาชีพในแวดวง STEM (สะเต็ม) หรืออาชีพในสายวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ เทคโนโลยี และคณิตศาสตร์
Sea (ประเทศไทย) ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Garena, Shopee และ Monee จึงร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.), insKru และ a-chieve สานต่อ โครงการ Women Made: Girl in STEM ต่อเนื่องเป็นปีที่สาม จุดประกายแรงบันดาลใจและเปิดมุมมองสู่เส้นทางการศึกษาและอาชีพด้าน STEM ให้แก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนหญิง เชื่อมโยงห้องเรียนกับโลกการทำงานจริงผ่าน “พี่ต้นแบบ” ในแวดวง STEM ถึง 21 อาชีพ โดยมีนักเรียนระดับมัธยมศึกษา 144 คน พร้อมครูผู้สอนและครูแนะแนว 48 คน ร่วมโครงการ ณ บ้านวิทยาศาสตร์สิรินธร อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้
วิศวกรหญิงผู้ขับเคลื่อนความฝันสู่ห้วงอวกาศ
แม้ปัจจุบันผู้หญิงจะมีส่วนร่วมในสาย STEM เพิ่มขึ้น แต่ความเหลื่อมล้ำทางเพศยังคงปรากฏชัดในบางสาขา โดยเฉพาะวิศวกรรมศาสตร์ โดยข้อมูลจากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ระบุว่าในประเทศไทยมีผู้หญิงในสาขาวิศวกรรมศาสตร์เพียง 16.8% หนึ่งในนั้นคือ มิ้ง – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมการบิน วิทยาลัยอุตสาหกรรมการบินนานาชาติ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังที่เริ่มต้นเส้นทางอาชีพด้านเทคโนโลยีอวกาศจากความหลงใหลในวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่เด็ก ก่อนเลือกเรียนสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และได้รับทุนศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมอวกาศที่ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงที่ประเทศไทยเริ่มโครงการดาวเทียมสำรวจโลก THEOS ซึ่งกลายเป็นประตูบานแรกสู่งานด้านเทคโนโลยีอวกาศ

มิ้ง – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์
“เราโชคดีที่รู้ว่าตัวเองชอบและถนัดอะไร เมื่อความชอบด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผนวกกับพื้นฐานด้านวิศวกรรม ทำให้มีโอกาสได้รับทุนไปเรียนต่อในระดับปริญญาโทด้านวิศวกรรมดาวเทียมและวิศวกรรมอวกาศที่สถาบัน ISAE (Institut Supérieur de L’aéronautique et de L’espace) ประเทศฝรั่งเศส โดยมีเวลาเพียง 5 เดือนในการเตรียมตัว ในการปรับตัวกับการเรียน การใช้ชีวิต และการสื่อสาร เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาในหลักสูตรที่ใช้ภาษาฝรั่งเศสเป็นภาษาหลัก” มิ้ง- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา กล่าว
หลังจบการศึกษา เธอกลับมาทำงานเป็น วิศวกรฝ่ายควบคุมดาวเทียม ดูแลการปฏิบัติการดาวเทียม THEOS ที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ก่อนก้าวสู่งานด้านนวัตกรรมอวกาศ ขณะเดียวกัน ความสนใจเรื่องอวกาศยังนำพาเธอเข้าสู่โครงการ AXE Apollo Space Academy ผ่านการแข่งขันรายการ “แฟนพันธุ์แท้ Apollo” โดยเธอสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับประวัติการบินของยานอวกาศ Apollo ได้อย่างถูกต้องทุกคำถาม จนได้เป็นคนไทยเพียงคนเดียวที่ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 23 คนจากทั่วโลกให้ได้รับตั๋วเดินทางสู่อวกาศ แม้จะเป็นที่น่าเสียดายที่สุดท้ายโครงการดังกล่าวมีเหตุให้ต้องยกเลิกไป
“แม้สุดท้ายเราจะไม่ได้ขึ้นไปอวกาศจริง ๆ แต่ประสบการณ์ครั้งนี้สนุกมาก เพราะเราได้ทำเต็มที่ในทุกขั้นตอน สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานสาย STEM คือเราต้องพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรื่องที่เราเชี่ยวชาญในวันนี้ อาจไม่ใช่สิ่งที่ตลาดต้องการในวันข้างหน้า เราจึงต้องเปิดใจเรียนรู้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในยุคปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่เราปฏิเสธเทคโนโลยีไม่ได้ แต่ต้องเรียนรู้ว่าจะใช้มันอย่างไรให้เกิดประโยชน์กับชีวิตและการทำงานมากที่สุด” มิ้ง- ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา กล่าวทิ้งท้าย
พุทธวรรณ สุภัทรนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร Sea (ประเทศไทย) ในฐานะผู้ริเริ่มโครงการ Women Made: Girl in STEM กล่าวว่า ช่วงมัธยมศึกษาเป็นช่วงเวลาสำคัญของการค้นหาตัวตนและเส้นทางอาชีพ การเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้เห็นอาชีพที่หลากหลาย เชื่อมโยงสิ่งที่เรียนกับโลกการทำงานจริงและค้นพบศักยภาพของตัวเองจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการมองเห็นเส้นทางอนาคต
“กิจกรรม Human Library ภายใต้โครงการ ‘Women Made: Girl In STEM’ ในครั้งนี้จึงเป็นการเปิดมุมมองให้นักเรียนหญิงเห็นว่า STEM มีเส้นทางอาชีพที่หลากหลาย และเด็กผู้หญิงก็สามารถเติบโตและสร้างความสำเร็จได้ในทุกพื้นที่ของโลก STEM ไม่ว่าจะเป็นอวกาศ สุขภาพ การเกษตร เทคโนโลยีและอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ต การได้พบกับพี่ต้นแบบจากหลากหลายเส้นทางจึงไม่เพียงช่วยให้เยาวชนเห็นว่าโลกของการทำงานว่ามีอาชีพอะไรอยู่บ้าง แต่ยังช่วยให้พวกเขาเริ่มมองเห็นความเป็นไปได้ของตัวเองและกล้าที่จะออกแบบเส้นทางอนาคตของตัวเอง” พุทธวรรณ กล่าว
ภาพสะท้อนจากความสำเร็จของรุ่นพี่ต้นแบบ มิ้ง – ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิรดา เตชะวิจิตร์ คือเครื่องพิสูจน์ว่าโลก STEM กว้างกว่าที่คิดและไม่มีเส้นทางสู่ความสำเร็จเพียงหนึ่งเดียว การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้างให้เยาวชนได้เรียนรู้จากพี่ต้นแบบที่หลากหลายและสามารถเชื่อมโยงกับเด็กผู้หญิงได้ เป็นสิ่งสำคัญในการทลายกรอบความคิดทางสังคมเกี่ยวกับบทบาททางเพศ ช่วยให้เด็กผู้หญิงค้นพบศักยภาพของตนเองและก้าวเข้าสู่เส้นทางสาย STEM อย่างมั่นใจ

