สืบน่านลุยสกัด! ‘เก๋งขนยาบ้า’ พร้อมขยายผลขุดคูน้ำข้างป่าช้า-ยึดของกลางล็อตใหญ่ 3.9 แสน

สืบน่านลุยสกัด! เก๋งขนยาบ้าหน้าด่านห้วยน้ำอุ่น ขยายผลขุดคูน้ำข้างป่าช้า ยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 3.9 แสนเม็ด
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ดเรศ กัลยา ผบก.ภ.จว.น่าน, พ.ต.ต.ณัฐพงศ์ สิทธิวุฒิ สว.กก.สส.ภ.จว.น่าน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.น่าน, นปพ.น่าน, ชป.คร.ร้อย ตชด.324, กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และ สภ.เวียงสา ร่วมกันจับกุม นายนที อายุ 29 ปี ชาว ต.ข่อยสูง อ.ตรอน จ.อุตรดิตถ์ พร้อมของกลางยาบ้ารวม 390,000 เม็ด
การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายนที ซึ่งมีรอยสักตามร่างกาย เป็นบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ มีพฤติการณ์ลักลอบขนยาเสพติดจาก จ.เชียงใหม่ เข้ามาจำหน่ายในพื้นที่ จ.น่าน จึงจัดกำลังเฝ้าติดตาม จนกระทั่งพบรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีบรอนซ์เทา ทะเบียนเชียงใหม่ ขับเข้ามาในพื้นที่ ต.น้ำปั้ว อ.เวียงสา ก่อนมุ่งหน้าไปทาง จ.แพร่ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามและเข้าสกัดตรวจค้นบริเวณไหล่ทางก่อนถึงด่านตรวจยาเสพติดห้วยน้ำอุ่น บ้านปางชมพู ต.อ่ายนาไลย อ.เวียงสา จ.น่าน
จากการตรวจค้นท้ายรถยนต์ พบกระสอบฟางสีเหลืองหุ้มถุงพลาสติกสีดำ ภายในบรรจุ ยาบ้าจำนวน 200,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ นายนทีรับสารภาพว่ายาบ้าทั้งหมดเป็นของตน เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัวเพื่อสอบสวนขยายผลทันที
นอกจากนี้ นายนที ให้การรับสารภาพเพิ่มเติมว่า ยังมียาบ้าอีกส่วนหนึ่งถูกนำไปซุกซ่อนไว้บริเวณโพรงหญ้าข้างคูน้ำ ใกล้ป่าช้าบ้านนาปงพัฒนา ต.บ่อสวก อ.เมืองน่าน จ.น่าน เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว พบกระสอบฟางลักษณะเดียวกันซุกซ่อนอยู่ในโพรงหญ้า เมื่อเปิดออกพบ ยาบ้าเพิ่มเติมอีกจำนวน 190,000 เม็ด รวมของกลางยาบ้าที่ตรวจยึดได้ในคดีนี้ทั้งสิ้น 390,000 เม็ด
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายนที พร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวียงสา ดำเนินคดีใน 4 ข้อหากระทำความผิด ได้แก่ มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อการค้าและการแพร่กระจาย และกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ , เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมาย , เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมาย ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ถอนรากถอนโคนเครือข่ายยาเสพติด และติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง






