อภิสิทธิ์ ชงญัตติด่วนขอเรียก นายกฯ มาฟัง ‘แก้ไฟใต้’ โรม ซัดปธ.ดึงดรามา-ยื้อเวลา ลั่นไม่นับญาติ

‘สภาฯ’ ร้อนเป็นไฟไม่เลิก! ‘อภิสิทธิ์’ ชงญัตติด่วนขอเรียก ‘นายกฯ‘ มาสภาฯฟัง ‘แก้ไฟใต้’ เจอ ‘ซีกรัฐบาล’ ระดมท้วงเสนอซ้อนไม่เป็นตามข้อบังคับ ด้าน ’ฝ่ายค้าน‘ เริ่มมีเคืองถูกตีรวนมากๆเข้า ’รังสิมันต์‘ ซัดแรง ’มัลลิกา‘ อย่า ’ดึงดราม่า‘ ฉุนยื้อเวลาป้องเรื่องกระทบชิ่ง ‘รัฐบาล‘ แสลงหู เรียกตัวเอง‘พี่’ ลามถึงขั้นประกาศไม่นับญาติ ส่วน ‘สส.ชายแดนใต้ ภท.’ ไม่ไหวทนลุกจวก ’เล่นการเมือง‘ ควรให้ค่าชาวบ้าน3จชต.ที่กำลังลำบากบ้าง ’มาร์ค‘ โต้ทันควันไม่เชื่อว่าถ้า ‘ผู้นำประเทศ’ ไม่ใส่ใจปัญหานี้ ปัญหาจะแก้ได้
วันที่ 3 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 15.25 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีน.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่1 ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ภายหลังจากที่มีการพักการประชุม เพื่อแก้ปัญหาระบบลงคะแนนที่มีปัญหาแล้วเสร็จ ได้กลับมาเปิดประชุมอีกครั้ง และได้เข้าสู่การลงมติว่าจะพิจารณาญัตติด่วน ที่เสนอโดยนายซาการียา สะอิ สส.นราธิวาส พรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้สภาฯพิจารณาปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเสนอแนะไปยังรัฐบาล ซึ่งมติเสียงข้างมาก 266 เสียงเห็นชอบ ต่อ 108 เสียง

จากนั้นน.ส.มัลลิกา ได้สอบถามว่า จะมีสมาชิกที่เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาอีกหรือไม่ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลุกขึ้นสอบถามถึงการเสนอญัตติเป็นหนังสือที่เป็นประเด็นเดียวกัน และอภิปรายว่า เมื่อญัตติดังกล่าวที่สภาฯ ให้ความสำคัญ จึงเสนอญัตติให้สภาฯมีมติ ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจง
ทั้งนี้ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ชี้แจงว่า นายกฯ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังการอภิปราย เพราะให้ความสำคัญกับญัตติและให้เกียรติสภา แต่บรรยากาศในที่ประชุมเป็นไปอย่างวุ่นวาย เพราะ สส.พรรครัฐบาล ไม่ยอมรับต่อการเสนอญัตติของนายอภิสิทธิ์ และมองว่าทำไม่ได้ตามข้อบังคับเพราะเป็นการเสนอญัตติซ้อนญัตติ อย่างไรก็ดีช่วยหนึ่งนายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานวิปรัฐบาล ลุกขึ้นเสนอญัตติว่า ขอให้มีการมอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมสภาฯเพื่อรับฟังการอภิปราย

ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์ ได้ทักท้วงว่าการเสนอญัตติไม่มีอะไรที่ผิดข้อบังคับ เพราะในญัตติที่ตนได้ทำเป็นหนังสือ ได้ระบุชัดเจนในตอนท้ายว่าให้นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพราะไม่ใช่แค่การอภิปราย แต่ยังมีประเด็นที่เกี่ยวกับนโยบาย
ทำให้น.ส.มัลลิกา ได้วินิจฉัยตอนหนึ่งและได้อ้างถึงการโหวตในญัตติก่อนหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านแสดงเจตนาถอนญัตติให้ประชุมตามระเบียบวาระแต่มีเงื่อนไข แม้จะขอถอนภายหลังแต่ติดเทคนิค
“พูดตรงๆ ถ้าทำงานด้วยกัน อย่าเล่นการเมืองเยอะ วันนี้จะมีญัตติด่วนหรือไม่” น.ส.มัลลิกา วินิจฉัย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศประชุมยังดำเนินต่อไปด้วยความวุ่นวาย โดยในช่วงหนึ่ง นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า "ท่านประธานอย่าดึงดราม่า อย่าพยายามดึงเวลาไปกว่านี้ อย่าเอาข้อความเท็จมาพูดในสภา ดังนั้นขอให้เดินหน้า อย่าดึงดราม่า ขอให้เลิกพฤติกรรมแบบนี้” ทำให้ น.ส.มัลลิกา ตอบโต้ว่า “คุณหมิ่นประมาทพี่นะ พี่ไม่ได้ดึงเวลา อยากให้การประชุมเป็นไปด้วยดี” ทำให้ นายรังสิมันต์ กล่าวขึ้นว่า “ประธานมีสิทธิฟ้อง อย่ามาเรียกว่าพี่ พฤติกรรมแบบนี้ผมไม่นับญาติ” ทำให้น.ส.มัลลิกา ตอบกลับว่า “ก็ได้นะ ด้วยความจริงที่อยากให้ทุกฝ่ายคุยกันให้ด้วยดี ไม่อยากมีปัญหาในที่ประชุม ไม่ได้ว่าดึง”
อย่างไรก็ดีมีความพยายามของ สส.ที่เสนอความเห็นเพื่อให้การประชุมกลับมาสู่ประเด็นที่พิจารณา คือ ญัตติที่เสนอนโดยนายอภิสิทธิ์ และนายกรวีร์ แต่ก่อนที่จะได้ข้อยุติ นายธนยศ ทิมสุวรรณ สส.เลย พรรคภูมิใจไทย ลุกทักท้วงต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนายรังสิมันต์ และขอให้ประธานวินิจฉัย ทำให้น.ส.มัลลิกา กล่าวขึ้นว่า “จะขอโทษหรือไม่” ทำให้ นายรังสิมันต์ กล่าวตอบว่าใครจะรับเป็นน้องก็รับไป หากจะให้ถอน ที่บอกว่า ดึงดราม่า ไม่มืออาชีพ หากสภาฯ อ่อนไหวกับคำพูดดังกล่าว สิ่งที่ตนนำเสนอในสภา เป็นความจริง สิ่งที่ควรมีคือ พูดอย่างมืออาชีพ เป็นสส.กี่สมัย แล้วมาเรียกชื่อเล่นในสภาฯ ไม่ใช่เป็นร้านอาหารที่พูดเล่นคุยสนุก สิ่งที่ทำตอนนี้มีเรื่องเดียว คือ ประวิงเวลาไม่ให้เรื่องที่กระทบต่อรัฐบาลเข้าสู่วาระพิจารณา

ทำให้น.ส.มัลลิกา ยกคำพูดนายรังสิมันต์ที่ถอดเทปมาอ่าน แล้วกล่าวว่า “ไม่ได้ดึงดราม่า สิ่งที่เถียงกันไปมา พยายามทำให้เรียบร้อย ถ้าไม่ขอโทษ ไม่ได้ว่าอะไร ไม่นับเป็นพี่น้อง ก็ยินดี หากคนเป็นพี่น้อง จะขอโทษและให้อภัย หากไม่ขอโทษ ไม่ต้องนับญาติกัน” ทำให้นายรังสิมันต์ กล่าวว่า “ด้วยความยินดี”
ทำให้นายซาการียา ลุกขึ้นกล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขังว่า ตนไม่คิดว่าเรื่องปัญหาชายแดนใต้ จะเป็นเรื่องของการเมืองขณะนี้ ตนอยากฝากสมาชิกทุกคนว่าถ้าให้ทุกคนพูดมันจบตั้งนานแล้ว จะดึงดราม่าทำไม ตนอยากฝากว่า พี่น้อง3จังหวัดชายแดนใต้เขาลำบากจริง พวกท่านควรให้ค่าเขาบ้าง วันนี้ถ้าท่านเล่นการเมืองในสภาฯแบบนี้ ตนถามว่า3จังหวัดชายแดนใต้จะจบอย่างไร ตนมีความรู้สึกหดหู่ว่าทำไมสภาฯเล่นอะไรกัน
จากนั้น น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า ขอให้จำไว้ วันนี้ถือว่าการประชุมเดินมาช้า ขอเข้าสู่การเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา และให้นายซาการียา นำเสนอญัตติ ทั้งนี้ก่อนเข้าสู่การเสนอญัตติด่วนของนายซาการียา นายอภิสิทธิ์ ลุกขึ้นกล่าวด้วยว่า ตนจบแล้ว เพราะประธานวินิจฉัยไปแล้ว แต่เพื่อนสมาชิกมาพูดทำนองว่าเอามาเล่นการเมือง ตนเสนอญัตตินี้ก่อนท่าน ถ้าท่านพาดพิงตนอย่างนี้ ตนอยากให้ถอน ที่ตนเสนอให้นายกฯมา เพราะตนไม่เชื่อว่าถ้าผู้นำประเทศไม่ใส่ใจปัญหานี้ ปัญหาจะแก้ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

