กลอเรีย สไตน์เนม นักเคลื่อนไหวผู้ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของสตรี เสียชีวิตแล้วในวัย 92 ปี

3 กันยายน 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า 'กลอเรีย สไตน์เนม' (Gloria Steinem) นักเคลื่อนไหวผู้ต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศและสิทธิพลเมืองและสิทธิของสตรีมานานกว่า 5 ทศวรรษ เสียชีวิตแล้วอย่างสงบในวัย 92 ปี
ผู้ร่วมก่อตั้ง และ บรรณาธิการที่ปรึกษาของนิตยสารเฟมินิสต์ สัญชาติอเมริกันอย่าง 'Ms.Magazine'ออกแถลงการณ์ว่า 'กลอเรีย สไตน์เนม' เสียชีวิตเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น)
'กลอเรีย สไตน์เนม' เป็นผู้ก่อตั้งกลุ่มการเมืองสตรีแห่งชาติ ตั้งแต่ปี 1971 ร่วมกับอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ เบลลา อับซุก และ เชอร์ลีย์ ชิสโฮล์ม รวมถึงนักเขียน เบ็ตตี ฟรีดาน ซึ่งหนังสือ "The Feminine Mystique" ของเธอในปี 1963 เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสเฟมินิสต์ยุคที่สอง นอกจากนี้เธอยังได้ก่อตั้งกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มพันธมิตรสตรีสหภาพแรงงาน ศูนย์สื่อสตรี กลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อทางเลือก และมูลนิธิสตรี Ms.Foundation for Women อีกด้วย
โดยในปี 2013 อดีตประธานาธิบดี บารัค โอบามา ได้มอบเหรียญอิสรภาพแห่งประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) ซึ่งเป็นเกียรติยศสูงสุดสำหรับพลเรือนของสหรัฐฯ ให้แก่เธอ

'กลอเรีย สไตน์เนม' เกิดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 1934 ที่เมืองโทเลโด รัฐโอไฮโอ เป็นลูกสาวคนเล็กในบรรดาพี่น้องสองคน พ่อของเธอเป็นพ่อค้าขายของเก่า เนื่องจากครอบครัวย้ายที่อยู่บ่อย เธอจึงไม่ได้ไปโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอจนกระทั่งประมาณชั้นมัธยมศึกษา พ่อและแม่ของเธอแยกทางกันเมื่อเธออายุ 11 ปี หลังจากนั้น เธอจึงอาศัยอยู่กับและดูแลแม่ของเธอ ซึ่งมีอาการทางจิต และป่วยเป็นโรคซึมเศร้าประสบการณ์ดังกล่าวส่งผลต่อมุมมองของเธอเกี่ยวกับความอยุติธรรมทางสังคมและการแต่งงาน ซึ่งเธอเชื่อว่าเป็นการลิดรอนสิทธิในการเลือกและสิทธิพลเมืองหลายประการของผู้หญิง
หลังจากจบการศึกษาจากวิทยาลัยสมิธ เธอเริ่มทำงานเป็นนักข่าวอิสระ ต่อมาในปี 1968 เธอ ได้ร่วมก่อตั้งนิตยสารนิวยอร์ก ซึ่งบทความของเธอเรื่อง "หลังขบวนการพลังคนผิวดำ การปลดปล่อยสตรี" ได้สร้างชื่อเสียงให้เธอในฐานะผู้นำสตรีนิยมในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางสังคมอย่างรุนแรง
แต่ชีวิตเธอได้เคยผ่านการทำแท้งอย่างผิดกฎหมายในลอนดอน ตั้งแต่ที่เธออายุได้ 22 ปี ชีวิตของเธอในฐานะนักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิสตรี จึงเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อเธอเข้าร่วมการรณรงค์เรื่องการทำแท้งในโบสถ์แห่งหนึ่งในนิวยอร์กในปีถัดมา นิตยสาร 'Ms.Magazine' ซึ่งเธอร่วมก่อตั้งในปี 1971 ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการทำแท้งและประเด็นอื่นๆ เช่น การเหยียดเพศ ค่าจ้างที่เท่าเทียมกัน และความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากเนื้อหาหลักๆ ของนิตยสารสำหรับผู้หญิงในยุคนั้น เช่น ความงาม การทำอาหาร และการให้กำลังใจสามี

ประเด็นแรกๆ ของนิตยสารฉบับนี้ได้เปิดเผยรายชื่อผู้หญิง 52 คน รวมถึงเธอ ที่เคยทำแท้ง และเรียกร้องให้มีการทำให้การทำแท้งถูกกฎหมาย ก่อนที่ศาลจะตัดสินคดี Roe v. Wade ในปี 1973 ซึ่งเป็นคดีสำคัญที่รับรองสิทธิตามรัฐธรรมนูญของผู้หญิงในการทำแท้งในสหรัฐอเมริกามาเกือบครึ่งศตวรรษ โดยเธอมักวิพากษ์วิจารณ์ข้อจำกัดของการแต่งงานอยู่เสมอ เธอกล่าวว่า "ผู้หญิงจะไม่เท่าเทียมนอกบ้านจนกว่าผู้ชายจะเท่าเทียมในบ้าน"
'กลอเรีย สไตน์เนม' ไม่เคยผ่านการแต่งงานมีครอบครัวรวมถึงบุตร จนกระทั่งเมื่อเธออายุได้ 66 ปี เธอจึงตัดสินใจแต่งงาน ซึ่งเธอได้แต่งงานกับนักธุรกิจและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นบิดาของนักแสดงชื่อดังอย่าง 'คริสเตียน เบล' ผู้ล่วงลับ ซึ่งในพิธีศพของเขา เธอได้กล่าวว่า "ฉันหวังว่านี่จะพิสูจน์สิ่งที่นักสตรีนิยมพูดมาโดยตลอด นั่นคือ สตรีนิยม คือความสามารถในการเลือกสิ่งที่ถูกต้องในแต่ละช่วงชีวิตของเรา"

'กลอเรีย สไตน์เนม' ยังคงทำงานต่อไปจนถึงอายุ 80 เธอเขียนหนังสือมากมาย รวมถึงหนังสือ Marilyn: Norma Jean ในปี 1986 เกี่ยวกับมาริลีน มอนโร หนังสือ Revolution from Within : A Book of Self-Esteem เกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง และ หนังสือรวมบทความอีกหลายเล่ม
อีกทั้งเธอเป็นผู้บรรยาย และคิดไอเดียสำหรับสารคดีเกี่ยวกับการทารุณกรรมเด็กที่ได้รับรางวัลเอมมี่ เรื่อง Multiple Personalities : The Search for Deadly Memories" ซึ่งออกอากาศทาง HBO ในปี 1993 และเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่อง "Better Off Dead" ทางช่อง Lifetime นอกจากนี้ เธอยังเป็นพิธีกรรายการ "Woman" ซึ่งเป็นสารคดีชุดเกี่ยวกับความรุนแรงต่อผู้หญิง ทางช่อง Viceland อีกด้วย
'แคโรลีน ไฮล์บรุน' ผู้เขียนชีวประวัติเรื่อง Education of a Woman : The Life of Gloria Steinem ในปี 1995 กล่าวถึงเธอว่า เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของความงามของผู้หญิง และเป็นแก่นแท้ของการปฏิวัติสตรีอย่างแท้จริง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง

